วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

แสน รัน จวน ตอนที่6

ตอนที่ 6 เท็จ...จริง

อยู่หอมันลำบากอย่างนี้นี่เอง กินแม่งแต่มาม่ากับข้าวเซเว่น เห้อ!!
จวนบ่นกับตัวเองก่อนจะเดินเข้าเซเว่นใกล้ๆหอพัก
เลือกซื้อของเรียบร้อยมาจ่ายเงิน
"ทรูออนไลน์ 90 ด้วยน้อง"
"กดเบอร์ เลยค่ะ"
"083... ...."
เธอทวนหมายเลขอีกครั้ง แล้วพูดว่า
"นี่เบอร์พี่จวนหรอคะ"
เธอรู้จักผม? อ๋อ จำได้แล้ว คนที่นึกว่าผมเป็นพี่แสตมป์
"ได้เบอร์พี่ไปแล้วอย่าลืมโทรหานะน้อง..."
"ดาวค่ะ"
"สัญญาแล้วนะ"
เธอส่งยิ้มให้ผม ไม่ได้ตอบอะไร

ผมเข้านอนไม่นานก็หลับสนิท เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้

ผมยืนอยู่ที่หน้าบ้านน้าอ้อย...
จวนสายแล้วรีบขึ้นรถเร็วเดี๋ยวตกเครื่อง...
พี่ส้มเดินเข้ามากอดผม...
ผมอยู่กับพี่ที่นี่ได้ไหม...

ผมสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่ามีน้ำอุ่นๆมันไหลอาบแก้ม
ฝันแบบนี้อีกแล้วหรอวะกู


------------------------------------------------------------------------------


วันนี้แทนกมล หรือรัน ตื่นแต่เช้าขับรถมาเรียนที่มหาวิทยาลัย
เขามาถึงก่อนเวลาเข้าเรียนพอสมควร จึงแวะขึ้นไปปลุกเพื่อนซี้ที่หอ เพราะมันไม่มีโทรศัพท์ และคิดว่ามันคงตื่นสายเหมือนเคย แต่ผิดคาดเมื่อเขาเจอเพื่อนที่หน้าหอ
"เฮ้ย ไมวันนี้ตื่นเช้าจังวะ"
"เมื่อคืนกูนอนไม่ค่อยหลับว่ะ"
ผมเดินคุยกับมันไปเรื่อยเปื่อยจนถึงซุ้มประจำเซคของเรา
"ไมวันนี้แม่งเงียบๆวะ"
"สังสัยคงไปงานศพพี่แบงค์กันหมด" ผมตอบ
"เผาห้าโมงเย็นเนี่ยนะ"
"ไม่รู้วะ"
"เออนี่ มึงกับพี่แอนไปถึงไหนละวะ"
"กูไม่ได้เจอพี่เขาเลยวะ ตั้งแต่วันนั้นที่ สน."
"ช่างแม่ง ไม่ต้องไปสนใจผู่หญิงเยอะแยะ เดี๋ยวกูติดต่อน้องสาวกูให้เอาปะ"
"ดำๆอย่างมึงกูไม่เอานะ ฮ่าๆๆ"
"ไอ้สัส ไม่ดำเว้ย" ไอ้จวนด่าผมสะงั้น
"แล้วพี่แสนละครับ มีแฟนยัง" ผมถามพี่แสนเพราะเห็นพี่แกนั่งเงียบไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่มา
"ทำไมมึง จะแนะนำพี่สาวมึงให้พี่แสนหรอ"
"พี่มีคนที่รักอยู่แล้ว"

วันนี้พวกเราเรียนกันแค่คาบเช้า เพราะส่วนใหญ่จะไปร่วมงานฌาปณกิจพี่แบงค์ในตอนเย็น ผม ไอ้บาส เก๋ ไปด้วยกัน พี่แสนจะขับมอร์เตอร์ไซด์ไป ส่วนไอ้จวนกลับไปเอาโทรศัพท์ที่ลืมไว้ที่บ้านน้า

ที่วัดบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เพื่อนๆพี่แบงค์บางคนยังมองผมด้วยสายตาเคียดแค้น แต่ไม่มีใครพูดอะไร เพราะต้องให้เกียรติเจ้าภาพ

ผมเจอพี่แอนเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดเรื่อง ดูเธอโทรมๆผมเห็นเธอร้องไห้ ตอนที่ขึ้นไปวางดอกไม้จัน

"สิ่งใดที่ผมเคยล่วงเกินพี่ไป ขออโหสิกรรมนะพี่" ผมพูดกับพี่แบงค์ในใจ

เสร็จงานเราก็แยกย้ายกันกลับ ไอ้บาสและเก๋ ขอกลับกันเองเพราะเกรงใจผมที่บ้านอยู่คนละทางกับมัน

ตอนผมเดินมาที่รถ พบชายกลุ่มหนึ่ง 3-4 คนเหมือนยืนรอผมอยู่
"มึงใช่ไหมที่ชอบแย่งแฟนคนอื่น" ชายรูปร่างอ้วนตะโกนถามผม ผมไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อน ไม่ใช่เพื่อนที่มหาวิทยาลัยของพี่แบงค์แน่ๆ แต่คงเป็นเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งของเขานั่นแหละ
ผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเดินจะรีบเดินขึ้นรถ
"มึงจะรีบไปไหน" ชายอีกคนนึงพูดพร้อมกับขว้าไหล่ผม
ผมสะบัดหัวไหล่อย่างแรง เพื่อจะรีบหนี
"ไอ้เหี้ย" ได้ยินเสียงชายคนนึงร้องด่า แล้วผมก็โดนถีบ ตัวเซถลาไปติดกับประตูรถ

ปั๊ก
เสียงดังมาจากข้างหลัง ชายคนที่ถีบผมตอนนี้ถูกพี่แสน ที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ส่งลงไปนอนกับพื้น
"ไอสัส มึงเสือกอะไรด้วยวะ"
พี่แสนไม่พูดอะไร แต่ถีบมันกระเด็นไปไกล
คนที่เหลืออีก 2คนเข้ามารุมต่อยพี่แสนแต่ไม่โดน

หลังจากนั้นพี่แสนก็จัดการกับพวกมันทั้ง 4 คนจนลุกไม่ขึ้น ผมบอกพี่แสนว่าพอได้แล้ว แต่ก็ไม่มีที่ท่า ว่าพี่แสนจะหยุด พี่แสนเตะชายคนที่ถีบผมจนสลบแน่นิ่งไป

แล้วตำรวจก็มา ตำรวจควบคุมตัวพี่แสนไปที่ สน. ตอนแรกผมไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจอีกเลยลองพยายามโทรหาไอ้จวนเผื่อว่าจะให้พ่อมันช่วย แต่โทรไม่ติด สงสัยมันยังกลับไม่ถึงหอ
ครั้นจะโทรหาเฮียเอกก็ไม่กล้า ในที่สุดผมเลยตัดสินใจโทรหาน้าเป็ด เล่าเหตุการ์ทั้งหมดให้แกฟัง แกบอกให้ผมรออยู่สน.เดี๋ยวจะให้ทนายไปประกันตัวพี่แสนให้

ตอนแรกตำรวจจะตั้งข้อหาพี่แสนทำร้ายร่างกาย และพยายามฆ่า เพราะคู่กรณีคนที่ถีบผมต้องถูกส่งตัวไปโณงพยาบาล ส่วนอีก3คนก็บาดเจ็บกันไปพอสมควร ส่วนพี่แสนแทยไม่มีบาดแผลอะไรเลย
ผมนั่งรออยู่สักพัก พี่ฝ้ายก็มาอยู่เป็นเพื่อน
"เป็นหรือป่าวรัน เจ็บตรงไหนไหม" พี่ฝ้ายถามหน้าตาตื่นเมื่อเจอผม
"ไม่เป็นไรครับพี่" แล้วทำอีท่าไหนถึงไปมีเรื่องกับพวกมันได้
ผมก็เล่าเหตุการ์ทั้งหมดให้ฟัง
ทนายมาถึง ไม่ได้ถามอะไรผม เพราะคงทราบเรื่องทั้งหมดจากน้าเป็ดแล้ว
เขาพูดคุยกับตำรวจอยู่ครึ่งชั่วโมง ตำรวจก็เรียกผมไปสอบปากคำอีกครั้ง
ตอนนี้จากที่พี่แสนเป็นผู้ต้องหา กลับกลายเป็นพลเมืองดีที่มาช่วยผมในคดีปล้นทรัพย์ พี่แสนเลยถูกปล่อยตัวออกมา ส่วนพวกมัน4คน โดนตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์แทน

"รัน พ่อให้พาเพื่อนไปพบที่โรงพยาบาลด้วยแน่ะ"
"ตอนนี้เลยหรอครับ"
"ใช่ พ่อบอกมีอะไรจะคุยด้วยหน่อย"
"พี่ว่าไงครับ สะดวกไหม"
พี่แสนพยักหน้ารับ
"ส่วนเรื่องรถนาย เราจะให้คนขับไปให้ที่โรงพยาบาลนะ"
"ครับ"

แล้วเราก็ไปโรงพยาบาลกัน ระหว่างทางผมแนะนำให้พี่ฝ้ายกับพี่แสนรู้จักกัน

"รันเป็นไรหรอเปล่าลูก บาดเจ็บตรงไหนไหม" น้าเป็ดถาม แล้วเดินมาสำรวจร่างกายผม
"ขอบคุณมากนะ นายแสนที่ช่วยรัน" หน้าเป็ดหันไปพูดกับพี่แสน
"นายหรอที่ช่วยตารัน" พ่อผมถาม
"สวัสดีครับ คุณ...ลุง" พี่แสนตอบ แต่คำสุดท้ายดูเหมือนจะหยุดคิดว่าจะเรียกพ่อผมว่าอะไรอยู่อึดใจหนึ่ง
"จริงพี่แสน ช่วยผมไว้สองครั้งแล้วครับ ครั้งแรกวันที่ร้านเหล้า ถ้าไม่ได้พี่แสนผมคงแย่ วันนี้ก็อีก ผมไม่รู้จะขอบคุณพี่ยังไงดี"
"จริงหรอ ฉันขอบใจนายมากนะ" พ่อผมบอก
"แล้วบ้านนายอยู่ไหนล่ะ"
"บางนาครับ"
"ไกลจัง อยู่กับพ่อแม่หรอจ๊ะ" น้าเป็ดถาม
"ผมอยู่คนเดียวครับ"
"ถ้าไม่รังเกียงก็มาอยู่ที่บ้านฉันนะ จะได้ช่วยมาดูแลเจ้ารันด้วย คิดสะว่าเป็นน้องชายนายละกัน" พ่อผมบอกพี่แสน
"ดีเลยครับพี่ นะครับพี่แสน"
"ผมเกรงใจ.."
"ไม่ต้องเกรงหรอกครับ พี่ช่วยชีวิตผมไว้ตั้งสองครั้ง ผมอยากตอบแทนพี่บ้าง"
"เอาเป็นว่าตามนี้ ถ้านายพร้อมเมื่อไหร่ก็มาอยู่บ้านฉันได้ทันที"
"ขอบคุณครับ..คุณลุง"
พี่แสนรับคำพ่อผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ผมแอบเห็น รอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากของพี่ฝ้าย ที่อยู่ที่นี่ด้วยแต่ไม่ได้พูดอะไรเลย

....เสียงโทรศัพท์ผมดัง หยิบขึ้นมาดู ไอ้จวนโทรมา


----------------------------------------------------------------------------------------


ย้อนกลับไปตอนที่ นายลำพูน หรือ จวน หนุ่มคมเข้ม แยกทางกับเพื่อนๆ เพื่อกลับมาเอาโทรศัพท์ที่บ้านน้า

ผมกลับมาถึงบ้านราว บ่าย3โมง

"อ้าว แบตหมดแล้วนี่หว่า ที่ชาร์ตก็ไม่ได้เอามาด้วย ทำไงดีวะ"
คิดไปคิดมาลองไปขอยืมจากยัยโมดีกว่า เห็นกลับมาแล้วมั้งเห็นกระเป๋าวางอยู่ข้างล่างนี่
ผมเดินไปถึงหน้าห้อง ก็ต้องชะงัก เพราะมีเสียงแปลกๆ เป็นเสียง ซู๊ดปากด้วยความเสียวซ่านของผู้หญิง ไม่ต้องเห็นด้วยตาผมก็เข้าใจสถานกาณ์ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องโม
ผมไม่อยากรบกวนธุระส่วนตัวของโมเลยตัดสินใจไม่เรียก
ผมเดินกลับออกมาเงียบๆ ก่อนจะออกไปตอนใส่รองเท้า เผอิญผมดันเห็นรองเท้าผู้ชายจะไม่ว่าเลยถ้ามันมีคู่เดียว แต่นี่มันดันมี 2คู่

เฮ้ย ยัยโม นี่มันยังงัยวะเนี่ย หรือ ไอ้2ตัวนี้แม่งจะข่มขืนน้องผมป่าววะ แต่ก็ไม่น่าเพราะถ้าไม่สนิทกันมากยัยโมจะกล้าพามาบ้านหรือ

ผมสองจิตสองใจว่าจะเอายังไงดี ถ้าโมโดนข่มขืนก็น่าจะร้องให้ช่วย หรือเพื่อนอีกคนนึงจะออกไปข้างนอกแล้วใส่รองเท้าคู่อื่นไป ผมคิดไปคิดมาอยู่พักนึง เลยตัดสินใจลองดูก่อนดีกว่าว่ามันยังงัยกันแน่

ที่บ้านหน้าผมปลูกมะม่วงอยู่2ต้น จึงมีบันไดเอาไว้ปีนเก็บ

ผมเอาบันไดวางพาดใกล้ๆหน้าต่างห้องโมอย่างเงียบเฉียบที่สุด ค่อยๆปีนขึ้นไปจนถึงขอบหน้าต่าง แม้ห้องของโมจะมีผ้าม่าน แต่ก็ยังมีช่องให้ผมมองเข้าไปได้อย่างถนัดตา

แม้จะรู้อยู่แล้วว่าจะเจออะไร แต่ก็อดขาสั่นไม่ได้กับภาพที่เห็นตรงหน้า

โมนอนหงายหลับตาพริ้ม ให้ไอ้หนุ่มคนหนึ่งที่มีแค่กางเกงในบ็อกเซอ เลียหีอยู่
ปากก็ร้องคราง โดยที่ไม่อายสายตาไอ้หนุ่มอีกคนที่นั่งจ้องอยู่ข้างๆตาไม่กระพิบ

ตอนนั้นผมคิดว่า ถ้าร้องห้ามวันนี้โมคงไม่โดนเย็ด แต่ดูแล้วมันจะทำให้ผมผิดใจกับเธอถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ และนี่ก็คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำอย่างนี้

ไอ้หนุ่มคนนั้นเลียหีโมอยู่ไม่นานก็ถอดกางเกงในออก แล้วพูดว่า
"เอาละนะ"
"อือ..." เสียงโฒตอบรับอย่างเว้าวอน
ไอ้นั่น หยิบถุงยางมาใส่ดูแล้วของมันไม่ได้ใหญ่เท่าไร
ผมคิดในใจว่าก็ยังดีวะที่รู้จักป้องกัน
"ซี๊ดดดด" ได้ยินเสียงโมครางเสียงกระเส่าแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง
ไอ้นั่นนั่งยองๆ กระเด้าโมอย่างสนุกควย ปากก็ร้องคราง
"โอ้ยย ฟิตชิบหายเลยวะ เสียวว ซี๊ดดด" ผมเห็นเบาหน้าสุดเซกซี่ของน้องสาวผมในตอนนี้ ก็แทบทนไม่ไหวควยแข็งน้ำจะแตก
"ขอท่าหมานะโม" น้องสาวผมได้ยินก็พลิกตัวขึ้นคลานเข่าทันที
ไอหนุ่มคนนั้นไม่รอช้าตามเข้ามาประกบด้านหลังเธอ
มันเอาควยถูไถร่องหีของโม จนโมต้องร้องบอกมันว่า
"ซี๊ดดด ตัวเองจะเอาก็เอาสิ อย่าแกล้งเค้า"
แล้วมันก็ค่อยๆดันควยเข้าไป "อ้าาาา"
มันเริ่มซอยแต่เบาเหมือนกลัวน้ำควยจะระเบิดออกมา ปากก็ร้อง ซี๊ดซ๊าดด
ไอ้อีกคนนึงคงจะระงับความเงี่ยนไว้ไม่ไหว เดินมาตรงหน้าโม แล้วงัดควยขึ้นมา กางเกงไม่ถอด
"ชักให้เราหน่อยสิ" มันพูดเสียงสั่น
โมหันมามองหน้าอีกคนที่กำลงัตั้งหน้าตั้งตาซอยอยู่
"ซี๊ดดด อ้าาา เถอะนะโม ช่วยมันหน่อย อืออออ" ไอนั่นไม่หยุดซอยแต่ช่วยขอร้องโมอีกคน
จังหวะที่โมจะหันหน้ากลับไป เหมือนเธอจะสบตาผมชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง หรือบางทีผมอาจจะคิดไปเองก็ได้
แล้วโมคว้าควยของไอ้อีกคนนึงมาชัก ทำอยู่ไม่นานมันก็ร้อง
"ไม่ไหวแล้ว โอ้ยยยยย"
แล้วมันก็ปล่อยน้ำว่าวแตกเลอะเต็มที่นอนโม
ไอ้คนที่กำลังซอยอยู่ก็เร่งจังหวะ ซอยอย่างรวดเร็ว
พับๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
"ซี๊ดดดด อ้าวววววว ซู๊ดดดดด อื้อออออ"
สามเสียงประสานกัน ไม่นาน ร่างของมันก็กระตุก โมทิ้งตัวลงนอน มันนอนคว่ำทับตัวโม
ผมปีนบันไดลงมา เพราะรู้ว่าหนังสดตรงหน้าได้จบลงแล้ว

ผมออกจากบ้านไปทันที แปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมโมถึงทำอย่างนี้ ไอ้มีเซกส์นี่ไม่แปลก แต่2-1 นี่มันก็นะ...

ผมกลับมาถึงหอพักจิตใจยังคงฟุ้งซ่าน และงุ่นง่านอย่างยิ่งชาร์ตแบตโทรศัพท์
มีหลายสายโทรมา ทั้งพ่อ ไอ้รัน แล้วก็เบอร์แปลกๆ

ผมโทรกลับหาพ่อเป็นแรก
"สวัสดี ครับพ่อ"
"เออ กว่าจะโทรกลับมาได้"
"มีอะไรหรือเปล่าพ่อ"
"ก็ เรื่องที่แกถามวันนั้น ไอ้ที่มีเด็กกระโดดตึกฆ่าตัวตาย"
"อ๋อ ว่าไงครับ"
"พ่อให้ผู้กำกับลองเช็คอย่างละเอีอด มีจุดน่าสงสัยคือ พบรถพี่ชายของคู่กรณีที่มีเรื่องวิวาทกัน มาจอดรถอยู่แถวนั้นในเวลาที่เกิดเหตุด้วย แต่ก็ไม่มีหลักฐานมากกว่านั้นจะปรักปรำเขา เพราะกล้องวงจรปิดที่หอพักเสีย แล้วห้องพักก็ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยนิ้วมือแฝง และยังพบจดหมายลาตายที่ผู้ตายเขียนเองด้วย ทางพนักงานสวบสวนเลยสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย"
"ครับ ครับ"
"แล้วแก ก็อย่าก่อเรื่องให้มันมากนักนะ"
"ครับพ่อ"

ต่อมาผมก็โทรหาไอ้รัน
"โทรมาทำไมวะ มีอะไรป่าว"
"มีเรื่องนิดหน่อยวะ ตอนนี้เรียบร้อยละ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูเล่าให้ฟัง"

ยังมีเบอร์แปลกๆ โทรหาผม ตั้งแต่เมื่อคืน
"สวัสดีครับ ได้โทรมาเบอร์นี้หรือเปล่า"
"นี่ดาว เอง"
"ดาว...ดาว อ๋อ ว่าไงจ๊ะ"
"ก็พี่บอกให้ดาวโทรหาไม่ใช่หรอแต่ก็.."
"พอดี พี่พึ่งเปิดเครื่องนะจะขอโทษทีนะ"
"พี่อยู่ไหนคะ หิวหรือเปล่า กินข้าวยัง"
"ยังเลย พี่กำลังหิวอยู่พอดี ดาวซื้อข้าวมาให้พี่หน่อยได้ปะ หิวจนเดินไม่ไหวแล้วเนี่ย"
"แล้วจะให้เอาไปให้ที่ไหนละ"
"ที่ห้อง...."
"โอเคค่ะ รอแปปนึงน๊า เดี๋ยวดาวอาบน้ำแต่งตัวก่อน"


----------------------------------------------------------------------------------------


ที่โรงพยาบาล ผมแสนฤทธิ์ ยืนอยู่ตรงหน้า ชายที่เป็นศัตรูของพ่อผม ซ้ำยังเป็นคนทำให้แม่ผมต้องตาย

"ฉันขอคุยกับพ่อหนุ่มคนนี้ สักครู่นะ" เขาบอก

คนอื่นๆจึงพากันเดินออกจากห้องไป แต่ที่หน้าประตูห้องผมยังเห็นชายฉกรรจ์คนหนึ่งยืนอยู่

"ขอบใจอีกครั้งนะ ที่นายช่วยลูกชายของฉันเป็นครั้งที่สอง"

ผมยืนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่เฝ้าจับจ้องไปที่นัยน์ตาคู่นั้น

"นายคงอยากรู้สินะ ว่าฉันกับไอ้สิทธิ์ รู้จักกันได้อย่างไร"
"ฉันกับมันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เราหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน แต่เธอไม่ได้รับรักเราทั้งคู่ บางทีเธออาจจะไม่อยากให้เราผิดใจกัน"
"ฉันตัดสินใจแต่งงานกับคนอื่น"
"ส่วนมัน ก็ยังคงตามตื้อเธอต่อไป"
"เรื่องราวก็เหมือนจะเป็นไปโดยดี แต่วันหนึ่งฉันกับมัน เกิดไปมีเรื่องก็คู่อริตอนเราไปเที่ยวด้วยกัน"
"แล้วมันก็พลั้งมือ ฆ่าคนตาย"
"มันโดนจับ ตำรวจมีหลักฐานชัดเจน และกันฉันไว้เป็นพยาน"
"ศาลสินให้มันติดคุก"
"พอมันออกมา กลับพบว่าเธอมีคนใหม่ไปแล้ว"
"มันจึงตามราวีเธอ"
"ตอนนั้นฉันคอยให้การช่วยเหลือ เธออยู่เสมอ"
"จนมาวันหนึ่ง ตอนนั้นเธอท้องใกล้คลอด มันตามแกะรอยจนรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน"
"ฉันรู้ข่าวเลยรีบเตือนให้เธอหนีมา แต่รถของเธอกลับประสบอุบัติเหตุ เธอกับคนรักของเธอตาย"
"ส่วนเด็ก หมอช่วยชีวิตไว้ได้ราวกับปาฏิหาริย์ ฉันเลยรับเลี้ยงเด็กคนนั้นเอาไว้"
"สาบาน ว่าจะดูแลให้ดีที่สุด เพื่อก็การชดเฉยที่ฉันไม่สามารถปกป้องเธอได้"
"เด็กคนนั้น คือ นายแทนกมล"

พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ผมกลับยิ่งสบสน เรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอก ทำไมเหตุการณ์เดียวกันถึงแตกต่างกันได้ถึงเพียงนี้จากปากคนสองคน ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรักกัน

"ผมจะเชื่อคำพูดคุณได้อย่างไร"

"ไม้ใกล้ฝั่งอย่างฉันคงไม่มีอะไรต้องโกหกนายหรอก" เขาพูดพลางถอนหายใจอย่างอ่อนแรง
"ที่ฉันอยากให้นายมาช่วยดูแลตารัน เพราะรู้สึกถูกชะตากับนาย"
"นายเป็นคนมีฝีมือ"
"อีกอย่าง นายควรชดเฉยให้ตารันด้วยเหมือนกัน เพราะพ่อนายก็มีส่วนกับเรื่องนี้"

"อีกไม่นานฉันต้องไปต่างประเทศ และไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหรือเปล่า ฉันต้องหวังพึ่งนายแล้ว"

"นายไปได้แล้ว ฉันอยากผักผ่อน"

ผมสับสันกับเรื่องเล่าของคนทั้งสอง แต่ความจริงคืออะไร แล้วแม่ผมละเกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่ ผมคงต้องสืบหาความจริงต่อไป










9 ความคิดเห็น:

  1. ช่วยติชม กันด้วยนะครับ

    ตอบลบ
  2. เรื่องราวชักสับสน

    เรื่องของรัน อะไรคือจริง อะไรคือเท็จ
    ความจริงมีหนึ่งเดียว รอการคลี่คลาย

    ตอบลบ
  3. ตามมา 6 ตอนแล้ว ยังจับประเด็นไม่ได้ว่าเรื่องนี้จะเดินไปในแนวไหน
    อาจเพราะตั้งใจให้มีตัวเอก 3 คน แนวเรื่องเลยกระจัดกระจาย ไม่ชัดเจน
    ไม่ได้เน้นไปที่คนใดคนหนึ่ง ถึงจะกล่าวถึงนายรันมากหน่อยก็ตาม

    เลยยังจับไม่ได้ว่าเรื่องนี้จะเป็นแบบอ่านสบายๆ แฮปปี็เอ็นดิ้ง แบบฮาเร็ม
    หรือแบบแอคชั่น มีต่อสู้ หรือแบบสืบสวน หรือแบบสวิง หรือแบบดราม่า บีบคั้นอารมณ์
    หรือแบบรักซึ้งตรึงใจ หรือจะเป็นแบบฮาร์ดคอร์ ขืนใจ มั่วเซ็กซ์

    แต่ดูเหมือนปมบางปมจะเป็นเรื่องดราม่า
    ถ้าเรื่องนี้แต่งๆไปจะกลายเป็นเรื่องดราม่า บีบคั้น สะเทือนอารมณ์
    หรือฮาร์ดคอร์ บังคับ ข่มขืน โหดๆ
    กระซิบบอกกันล่วงหน้าได้จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
    จะได้ตัดสินใจว่าจะหยุดหรืออ่านต่อ
    แบบว่าเป็นความดัน หมอสั่งห้ามกินมาม่า กับระวังเรื่องที่สะเทือนอารมฌ์ 555

    ส่วนผู้แต่งวางพล๊อตไว้ยังไงก็แต่งไปเถอะ ถ้างานสนุก น่าอ่าน คนติดตามก็ตามมาเอง


    ปล. พอดีเห็นชื่อว่าเป็นนักเขียนใหม่ ไม่คุ้นนามปากกานี้เลยถาม
    ปกติพอผมเห็นชื่อนักเขียนเก่าๆ ผมก็รู้แนวการเขียนแล้วว่า
    คนนี้ผ่านไปเลย ไม่อ่าน ไม่ใช่แนวที่ชอบ
    หรือคนนี้อ่านได้ ยังไงก็เดินเรื่องแบบที่ชอบ จบสวย แฮปปี้
    อะไรแบบนี้

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าจากพล็อตเรื่องในใจผม คิดว่าเป็นดราม่าแหละครับ
      แนวทางคือเป็นธรรมดาที่คนเราจะเจอทั้งร้ายดี ไม่มีใครดีสุดขั้ว ชั่วสุดขีด แบบนิยายฟิล์มนัวร์ครับ

      ปล.ผมได้แรงบันดาลใจ 3ตัวละครหลักมาจากเรื่อง 8เทพอสูรมังกรฟ้า
      และผมชอบอ่านเรื่องสั้นแบบหักมุมจบมาก โดยเฉพาะของคุณวินทร์ เลียววาริณครับ

      ลบ
    2. สำหรับผมแล้ว
      ขอให้ท่าน genjin แสดงความสามารถออกมาเต็มที่เลยครับ

      ผมขอเพียงแค่ว่า
      เนื้อเรื่อง เปิดปมและแก้ปมได้อย่างสมเหตุสมผล
      ไม่เว่อร์หรือรวบรัดจนไม่เข้าใจ ก็พอแล้วครับ

      ลบ
    3. ขอบคุณครับที่ยอมแง้มออกมาว่าเป็นแนวดราม่า

      ดูจากที่เขียนมาแล้วเรื่องนี้น่าจะไม่ต่ำกว่า 20 ตอนแน่ๆ
      ผู้แต่งปล่อยของออกมาเลย อยากเขียนอะไรก็เขียนออกมา
      แต่ผมหยุดก่อนนะ รออ่านเรื่องใหม่เลย(ถ้าเขียน) เผื่อเป็นแนวที่ชอบ
      การอ่านของผมมีไว้เพื่อผ่อนคลาย
      งานดราม่า สะเทือนอารมณ์ทั้งหลาย งดหมด ไม่ใช่แนว
      หลักๆผมอ่านแต่ feel good / สบายๆ / พระเอกเทพ เท่านั้น
      อย่างเรื่อง ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต / รักยม / ก้อย
      งานพวกนี้ตามอ่านมาหลายปีแล้ว และมั่นใจว่าไม่มีดราม่าแน่นอน ^ ^

      เรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฬ้า เฉียวฟงเป็นตัวละครที่รันทดมาก
      ติดอันดับต้นๆของกิมย้งเลย งานของกิมย้งที่ผมชอบ
      และอ่านซ้ำได้เรื่อยๆจะเป็น กระบี่เย้ยยุทธจักร กับอุ้ยเซี่ยวป้อ
      ตรงกับความชอบส่วนตัว เรื่องอื่นๆส่วนมากอ่านครั้งเดียวพอ
      แค่ให้รู้ว่างานของกิมย้งเป็นยังไงแค่นั้น ไม่ประทับใจถึงขนาดต้องอ่านซ้ำ

      ไว้โอกาสหน้าค่อยมาติดตามใหม่

      ลบ
  4. ดูท่าแล้ว
    พี่ฝ้าย น่าจะแอบชอบนายแสน แน่ๆ
    ถึงแอบยิ้มดีใจ ที่นายแสนจะมาอยู่ด้วย

    ส่วนเรื่องความจริงว่า
    พ่อของแสนกับพ่อของรัน ใครเป็นคนโกหกกันแน่
    อันนี้ ก็ต้องรอดูกันต่อไป

    แล้วเรื่องน้องโม (คิดไม่ถึงจริงๆ)
    นายจวน จะทำยังไงต่อไป
    จะฟ้องป้าหรือว่าแค่ตักเตือน หรือทำเงียบๆไป

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เรื่องน้องโมก็คิดไม่ถึงจริงๆอีกคนนึง
      ถึงบอกว่าอ่านแล้วน่าจะไม่ใช่แนวที่คิดไว้ล่วงหน้าแล้วละ

      ลบ
  5. น่าติดตามครับแต่ผู้เขียนหายไปนานเลยครับไม่ลงตอนต่อไปสักทีหรือไม่เขียนต่อแล้วครับ

    ตอบลบ