วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557
แสน รัน จวน ตอนที่8
ตอนที่ 8 ใน...ผ้าห่ม
วันศุกร์ วันที่ผมนายลำพูน หรือจวน ต้องกลับไปพักที่บ้านของน้าอ้อยน้องสาวของแม่ที่อาศัยอยู่กับลูกสาว2คน คนโตชื่อส้มเป็นเหมือนรักแรกในใจของผม ส่วนคนน้องชื่อโมสาวน้อยวัย16ปีที่ผมพึ่งจะได้เห็นเธอบรรเลงเพลงพิศวาสกับ2หนุ่มไปเมื่อหลายวันก่อน
ก่อนแยกกับไอ้รันเพื่อนรัก ผมได้ให้กุญแจหอกับมันไว้หนึ่งดอกเผื่อมันจำเป็นต้องใช้ห้อง
ตอนนี้พี่แสนได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านไอ้รันแล้ว พวกเราสนิทกันมากขึ้น พี่แสนบอกว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว เป็นเพื่อนที่เคยเรียนที่เดียวกันมาก่อน
ส่วนไอ้รันรายนั้นแม้จะเหลวไม่เป็นท่ากับพี่แอน พี่ปี2 ที่คณะ แถมโดนคนส่วนใหญ่มองว่าเป็นสาเหตุการตายของพี่แบงค์แฟนเก่า แต่ก็ยังดีที่ตอนนี้มันได้เพื่อนน้องสาวคอยปลอบใจ
ส่วนผมหลังจากมีอะไรกับดาวมาหลายครั้งก็เริ่มอยากหาอะไรที่มันตื่นเต้นกว่าเดิมทำร่วมกับเธอ
แต่วันนี้ผมคงต้องเผชิญกับสิ่งที่ตื่นเต้นตรงหน้าก่อน เพราะจะเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้เจอกับโม หลังจากเหตุการณ์วันนั้น
ผมสงสัยว่าแว๊บเดียวที่เธอมองมานั้น เธอสังเกตุเห็นหรือเปล่าว่าผมแอบบมองอยู่
ถ้าเธอไม่เห็นก็แล้วไป ผมคงไม่คิดจะบอกใครเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ
แต่ถ้าเธอเห็นล่ะ เธอจะโกรธ หรือเธอจะอายผมไหม เราจะเข้าหน้ากันติดหรือเปล่า
ผมครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
ผมกลับมาถึงบ้าน ราวๆ5โมงเย็น โมกลับบ้านมาแล้ว ตอนผมกลับมาเธอกำลังอาบน้ำอยู่
ผมนั่งดื่นน้ำอยู่เงียบๆ ใจก็ตื่นเต้นว่าพอเจอหน้าผมแล้วเธอจะว่าไง
แล้วเธอก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาในสภาพ ที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวห่อหุ้มร่างกายอยู่
"อ้าว กลับมาแล้วหรอ ไม่ให้ซุ่มให้เสียงชอบมาเงียบๆนะ จวนเนี่ย"
ผมจ้องเธอเนิ่นนานเพราะมัวแต่จินตนาการว่าภายใต้ผ้าขนหนูผืนนี้มีอะไรซ่อนอยู่ ภาพที่เธอเปลือยเปล่าบรรเลงเพลงพิศวาสในวันนั้น มันทับซ้อนอยู่ในโสทประสาทของผม
"แมลงวันจะบินเข้าปากแล้ว จ้องอยู่นั่นทำเป็นไม่เคยเห็นโมไปได้"
คำพูดของเธอทำให้ผมได้สติ
"ปะ เปล่า"
แล้วเธอก็ขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ไม่นานเธอก็ลงมา ด้วย ชุดนอนแบบชุดกระโปรงสีชมพู
เธอลงมานอนดูทีวีที่โซฟาอยู่ใกล้ๆ กับผม กลิ่นหอมจากปลายผมเธอช่องเย้ายวนผมเป็นอย่างยิ่ง ผมพยายามอย่างหนักที่จะไม่หันไปมองเธอบ่อยเกินไป
ผมอยากจะถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปแต่ก็ไม่กล้า
"โมมีแฟนหรือยัง" ผมลองถามเธอดู
"อือ"
ผมไม่รู้จะถามอะไรอีกเลยนั่งดูหนังเงียบๆ ไม่นานพอผมหันไปก็เห็นหลับ
ใบหน้าของเธอยามหลับก็น่ารักไปอีกแบบ เสียงหายใจสม่ำเสมอเธอคงจะเพลียหลับไปจริงๆ
"โม โม"
ผมลองเรียกเธอ ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบจากเธอ
"โม" คราวนี้ผมลองเรียกพลาง ใช้นิ้วจิ้มที่แขนเธอ
แต่เธอก็ยังนอนนิ่งไม่ไหวติง เสียงหายใจยังสม่ำเสมอเหมือนเดิม
ผมชักแน่ใจว่าเธอหลับสนิท จึงได้มีโอกาสมองหน้าเธอใกล้ๆ มันทำให้ใจผมสั่นระรัว ใบหน้าเธอช่างคล้ายพี่สาวเธอเหลือเกิน
จังหวะนั้นเองเธอพลิกตัวนอนตะแคง ผมตกใจนึกว่าเธอตื่น ถ้าเธอตื่นมาเห็นผมจ้องหน้าเธออยู่ใกล้ๆ คงได้ด่าผมเปิงแน่ๆ
การที่เธอพลิกตัวนอนตะแคงมันทำให้ชุดกระโปรงที่เธอใส่อยู่มันร่นขึ้นมาจนเห็นแก้มก้นขาวๆงามๆของเธอ ผมอดใจไม่ไหวแล้วตอนนี้เอื้อมมือไปลูบที่ต้นขาเธอเบาๆ
แต่แล้ว ผมได้ยินเสียงเปิดประตูที่ประตูรั้ว ชิบหายน้าอ้อยกลับมาแล้ว
ถ้าเธอมาเห็นผมอยู่กลับลูกสาวเธอในสภาพแบบนี้เธออาจจะเข้าใจผิดได้ ผมเลยรีบเอาผ้าห่มมาคลุมร่างให้เธอ
"อ้าว จวน กลับมานานแล้วหรอลูก"
"ครับ กลับมาตั้งแต่เย็นๆแล้วครับ"
"แล้วนี่ ยัยโมมานอนหลับอยู่ตรงนี้อีกแล้ว"
ผมรีบขอตัวน้าอ้อยขึ้นไปบนห้อง ผมแทบกลั้นอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ สักพักน้าอ้อยก็เรียกลงมากินข้าว โมตื่นแล้ว เธอนั่งกินกินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ผมนี่สิกินอะไรแทบไม่ลง
พรุ่งนี้ผมคงต้องโทรนัดน้องดาวไประบายความในใจสักหน่อย
------------------------------------------------------------------------------------------
ผมนายแทนกมล หรือรัน
ตอนนี้พี่แสน มาอยู่ที่บ้านผมแล้ว โดยพี่แสนพักที่เรือนรับรอง ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรที่บ้านผมจะมีคนมาอยู่เพิ่มอีกหนึ่งคน เพราะ ที่เรือนรับรองก็มีบรรดาลูกน้องของพ่อและเฮียเอกสลับกันมาอยู่เรื่อยๆ ยังไม่รวมพี่หมวยพี่เลี้ยงของน้องสาวผม คนขับรถ และแม่บ้าน
ถึงพี่แสนจะมาอยู่กับผม แต่ตัวเราก็ไม่ได้ติดกันสักเท่าไร ถ้าวันไหนผมมีธุระต้องการไปคนเดียวเราก็จะแยกกัน อย่างเช่นวันนี้ ที่ผมนัดน้องกิ๊ฟ เพื่อนน้องสาวที่ผมกำลังตามจีบอยู่
วันนั้นที่บ้านที่ผมเห็นน้องกิ๊ฟนั่งจู๋จี๋กระหนุงกระหนิงกับยัยฟางที่ริมสระน้ำ จนทำให้ผมงงกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ น้องกิ๊ฟเล่าให้ผมฟังว่าผมทำอะไรกับเธอบ้างในโรงหนังน้องกิ๊ฟจึงทำให้ดู พอได้รู้ความจริงเล่นเอาผมเขินไปยิ่งกว่าเดิมอีก ไม่น่าวันที่ผมเจอยัยฟางที่โรงพยาบาลหลังจากที่ผมหายจากบ้านไปหลายวันเธอจึงมองผมแปลกๆ เธอคงไม่ได้มองแปลกๆเพราะพึ่งรู้ว่าผมไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของเธอ แต่เธอมองผมแปลกๆเพราะผมไปทำลุ่มล่ามกับเพื่อนของเธอ
ผมมาถึงโรงเรียนของเธอช้ากว่าเวลาที่เธอเลิกเรียนพักหนึ่ง เพราะต้องการรอให้น้องสาวตัวดีทั้งสองของผมกลับบ้านไปก่อน
"วันนี้เราไปไหนกันดี" ผมถามเมื่อเธอขึ้นมานั่งในรถ
"ตามใจพี่รันสิคะ"
"ไปดูหนังกันไหม"
"ก็ดีค่ะ แต่กิ๊ฟไม่ค่อยชอบที่คนเยอะๆ"
"งั้นไป ดุหนังที่ห้องเพื่อนพี่ไหม เห็นมันซื้อมาหลายเรื่องเลย"
"ค่ะ"
ผมกุมมือเธอแน่ตลอดทาง ขับรถไปจิตใจไม่ค่อยอยู่กับพวกงมาลัยสักเท่าไร นึกถึงแต่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปมันช่างตื่นเต้นจริงๆ
พอมาถึงห้องของไอ้จวน ผมพาเธอเข้ามานั่ง ในห้องไอ้จวนมีเฟอร์นิเจอร์เพียงแค่ เตียงนอน โต๊ะเขียนหนังสือหนึ่งชุด ทีวี เครื่องเล่นดีวีดี คอมพิวเตอร์พกพาหนึ่งเครื่อง และตู้เสื้อผ้าเท่านั้น แต่มันช่างรกเหลือเกินเพราะ ข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ของมันวางไว้ระเกะระกะ
"รกนิดนึงนะ แฮะๆ"
"ไม่เป็นไร จะ"
ผมกับน้องกิ๊ฟ ช่วยกันเก็บโน่นนี่ให้เข้าที่
แล้วเราก็เปิดหนังดูกัน เธอนั่งเหยียดขายาวหลังพิงหัวเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว
ส่วนผมนั่งขัดสมาธิข้างๆตัวเธอ
หนังฉายไปได้สักพักหนึ่ง ผมก็เริ่มขยับเข้าไปใกล้เธอ
"หนาวจัง ขอพี่ห่มผ้าด้วยได้ไหม"
"ค่ะ"
ผมเบียดตัวขยับเข้าไปห่มผ้าผืนเดียวกับเธอ
ไออุ่นจากกายเธอทำให้หัวใจผมสั่นระรัว
เธอเอียงกายซบที่ไหล่ผม
ตอนนี้ผมไม่สนใจจะดูหนังอีกแล้ว ผมหอมที่ศีรษะเธอหนึ่งที
มือที่อยู่ในผ้าห่มตอนนี้วางไว้ที่ต้นขาเธอ ลูบไล้มันเบาๆข้างนอกกระโปรง เธอไม่ได้ว่าอะไรยังคงซบที่ไหล่ผม
ผมชักได้ใจ ใช้อีกมือหนึ่ง เอื้อมไปจับที่หน้าท้องขอเธอค่อยเลื่อนมือขึ้นมาสู่หน้าอกของเธอ
ตอนนี้เธอก็ไม่ได้ดูหนังแล้วเช่นกัน เธอไม่ได้ว่าอะไรที่มือผมซุกซน แต่กลับเอียงตัวมากอดผมแทน
มือข้างที่ลูบไล้ต้นขาของเธอสอดเข้าไปในกระโปรงของเธอลูบไล้ไปเรื่อยๆ
มืออีกข้างที่อยู่ที่หน้าอกก็คลึงเค้นเต้านมของเธอหนักขึ้น
"อืมมมม" เสียงครางเบาๆของเธอหลุดออกมาจากเสียงลมหายใจหนักๆ
เราหันมามองหน้าประสานสายากัน แล้วเริ่มประกบปากจูบกันทันที
เราจูบกันอย่างดูดดื่ม สูดดมกลิ่นลมหายใจของกันละกัน เธอยังคงโอบกอดผมแน่น
มือข้างหนึ่งของผมตอนนี้แอบรูดกางเกงในของเธอลงมาแล้วใช้เท้าเกี่ยวมันลงไปที่ปลายเท้าของเธอแล้ว เธออาจจะไม่รู้ตัวเลยว่าภายใต้กระโปรงของเธอตอนนี้ไม่มีอะไรปิดบังที่นาผืนน้อยอีกต่อไป หรืออาจจะบางทีเธอรู้ตัวและเป็นคนอำนวยความสะดวกให้ผมรูดมันออกไปโดยง่ายก็เป็นได้
ผมลองเอามทอสัมผัวที่ร่องกลางหว่างขาเธอปรากฎมีน้ำชื้นๆไหลออกมา เลยลองเอานิ้วถูที่ปุ่มกระสันของเธอเบาๆ
"อืออออ"
ผมจูบปากของเธอต่อ ไม่ปล่อยให้เธอพูดอะไรออกมา
ผมเริ่มเร่งนิ้วที่ถูกปุ่มกระสันของเธอเร็วขึ้นเล็กนอก
"อือออ อือออ" เสียงเธอเริ่มครางในลำคอ
ผมกดนิ้วลงไปในร่องรูของเธอที่ชุ่มชื้นไปด้วยน้ำรักของเธอ
"ซูดดดด อ่าาาาา"
เธอสูดหายใจยาวๆเมือผมกำลังสอดนิ้วเข้าไป
ความรู้สึกมันช่างต่างกับร่องพศวาสของเอนจอยด์ผู้สอนวิชาเสียวให้ผม ขนาดใช้นิ้วผมยังรู้สึกว่ามันคับแน่นกว่ามาก
"ซี๊ดดดด"
"เจ็บหรอคะ" ผมถามเธอ แต่เธอส่ายหน้า
"ซี๊ดดด"
เธอครางออกมาเมื่อผมขยับนิ้วเข้าออก
ใบหน้าของเธอเซกซี่มาก ผมประกบจูบเธออีกครั้ง
เร่งความเร็วมือขึ้นนิดหน่อย
"ซี๊ดดดด อืออออ" เธอเบือนหน้าหนีผม ปากส่งเสียงคราง
นิ้วผมที่อยู่ในช่องน้อยของเธอตอนนี้รู้สึกว่ามันชุ่มโชกไปหมด ผมดึงนิ้วออกมา
ขยับตัวเธอให้นอนในท่าสบายๆ
ภายใต้ผ้าห่ม ผมถอดกางเกงและกางเกงในตัวเองออก กำลังจะลุกขึ้นนั่งแต่เธอรีบคว้าคอผมไว้บอกว่าเธออาย อยากอยู่ในผ้าห่มมากกว่าผมเลยนอนลงข้างๆเธออแล้วเบียดตัวขึ้นคล่อมทับตัวเธอ ตอนนี้กระโปรงนักเรียนของเธอถูกถอดออกแล้ว
ผมใช้เอามือประคองท่อนเอ็นของผมมาจ่อที่ปากทางสวรรค์ของเธอ เอาปลายส่วนหัวของมันถูไถกับรอยแยกหว่างขาของเธอเบาๆพอให้มันได้สัมผัสน้ำรักของเธอที่ไหลเย้มออกมา
"ซี๊ดดดดด อ๊าาาาา"
แล้ววินาทีสำคัญก็มาถึง ผมกดส่วนหัวของมันเข้าไปในรูพิศวาสของเธอ
"โอ้ยยยยยย เจ็บจัง"
"ผมแช่ มันอยู่ในนั้นสักพักยังไม่ขยับเข้าไป ตอนนี้มันเข้าไปได้เพียงแค่ส่วนหัวเธอนั้น
ความรู้สึกมันแตกต่างจากตอนที่ผมได้รับการติวรักจากเอนจอยด์เหลือเกิน รูของน้องกิ๊ฟคับแน่นกว่ามาก แน่จนผมรู้สึกแสบที่ปลาท่อนเน้อของผมเลย
"เบาๆก่อนนะ พี่รัน มันใหญ่จัง ซี๊ดดดด"
เธอกัดฟันแน่นเมื่อผมดันมันเข้าไปจนสุดลำ
"อือออออ เจ็บจังค่ะ"
"ไหวไหม"
เธอพยักหน้าตอบรับ ผมหอมที่หน้าผากเธอเป็นการปลอบใจ ก่อนค่อยดึงท่อนออกมา
"ซี๊ดดด อ่าาา" เสียงเธอครางตาม
ผมดันกลับเข้าไป
"โอ้ยยย"
"ยังเจ็บอยู่หรอคะ"
"นิดนึง"
ผมดึงท่อนเนื้ออกมาอกครั้ง
"อืออออออ"
ค่อยดันกลับเข้าไปช้าๆ
"ซี๊ดดดดดด อืออออ"
ทำอย่างนี้ช้าๆ อยู่เกือบสิบครั้ง
จนเธอบอกว่า
"เร็วกว่านี้ได้ค่ะ ไม่ค่อยเจ็บแล้ว"
"ซี๊ดดดดด อ่าาาาาา"
เสียงครางแข่งกับเธอ
ผมเพิ่มความเร็วมากขึ้น กว่าเดิม
"ซี๊ดดดด อ่าาาาา ซี๊ดดดดด อ่าาาา"
เสียงผสานของเสียงครวญครางของเรา
ไม่นานผมก็ปล่อยน้ำรักเข้าเต็มร่องรักของเธอ
เรานอนกอดกันอยู่นาน
ผมถามเธอว่า นี่เป็นครั้งแรกของเธอหรือเปล่า
แต่เธอบอกว่าไม่ใช่ เธอเคยมีอะไรกับแฟนเก่าสมัย อยู่ม.ต้นมาแล้ว 3 ครั้ง แต่มันเล็กกว่าผมมาก เธอเลยเจ็บนิดหน่อย
ผมว่าจะต่อกับเธออีกรอบแต่เหลือบดูเวลาเกือบทุ่มแล้ว เลยต้องรีบพาเธอไปส่งบ้าน กลัวว่าที่บ้านเธอจะว่าถ้ากลับดึกเกิน ขากลับผมแวะซื้อยาคุมฉุกเฉินให้เธอกิน
ส่งเธอหน้าบ้าน เธอบอกว่าพรุ่งนี้ขอมาดูหนังต่ออีกได้ไหม
ผมเลยบอกว่าจะมารับเธอแต่เช้าเลย
---------------------------------------------------------------------------------
ผมนายแสนฤทธิ์ ตอนนี้ผมมาอยู่ที่บ้านของนายสันต์ วิวัฒน์มงคลแล้ว
ผมไม่ค่อยมีโอกาสได้ขึ้นไปที่เรือนหลังใหญ่มากนัก โดยมากผมจะคอยดูแลตัดกิ่งต้นไม้บ้างเวลาว่างผมชอบอยู่กับธรรมชาติมันดูเงียบสงบดี วันนี้ก็เช่นกัน ผมกลับบ้านก่อนเพราะ นายรัน บอกว่าจะไปเดทกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผมเลยไม่อยากตามไปเป็นกว้างขวางคอ
"กรี๊ดดดดดดดดด"
เสียงดังมาจาก สวนใกล้ๆสระว่ายน้ำ ผมเรียบวิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ผมมาถึงก็เห็น คุณฝ้าย ลูกเลี้ยงของคุณสันต์ นั่งตัวสั่นอยู่เกาอี้
"เกิดอะไรขึ้นครับ" ผมถามเธอ
"งะ งู"
เธอพูดพลางชี้ให้ผมดูงูเขียวตัวยาวสักสองฟุต ที่เลี้อยอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆกับที่เธอนั่งอยู่
ผมเห็นดังนั้นเลยไปยืนขวางกลางระหว่างงูกับเธอแล้วพาเธอเดินออกมา จากตรงนั้นจังหวะเดียวกับที่หลายคนตามมา
"เป็นอะไรไหมครับคุณฝ้าย"
ชายคนหนึ่งถามเธอ
"ไม่เป็นไรค่ะ"
ไม่นานงูก็ถูกจับไป
"ขอบคุณนะแสน ถ้าไม่ได้แสนฝ้ายคงแย่"
วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557
แสน รัน จวน ตอนที่7
ตอนที่ 7 Happy birthday
ผมนายลำพูนหรือจวน ภาพของ โม ญาติผู้น้องที่บรรเลงเพลงพิสวาสเมื่อตอนบ่ายยังคงติดตาผม ทำไมโมถึงทำอย่างนั้นเป็นคำถามที่อยู่ในใจผม แต่มาคิดๆดู โมเองก็เป็นวัยรุ่นแล้วคงมีความต้องการทางเพศแต่อาจจะมากไปหน่อย และน้าอ้อยก็คงไม่มีเวลาดูแลมากนักเลยทำให้โมเป็นเด็กใจแตกไปได้
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็นน้องดาวที่ตอนนี้เธอใส่ชุดไปรเวทธรรมดาๆ ไม่ใช่เครื่องแบบพนักขายร้านสะดวกซื้อ แล้วดูน่ารักขึ้นกว่าเดิมเยอะ
"มาแล้วค่ะ"
"โห มาจริงๆ หรอเนี่ยพี่นึกว่าอำเล่น"
"อะ นี่คะ"
"เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ"
เธอเข้ามาในห้องของผม นั่งที่เตียงนอน
"รกนิดนึงนะ ห้องชายโสดก็อย่างเนี้ย"
"ไหนว่าหิวไง ทำไมไม่กินละคะ"
"ตอนนี้พี่หิวอย่างอื่นมากว่าอะ"
ผมพูดจบก็โอบไหล่เธอขโมยห้อมแก้มสะทีนึง
เธอไม่ได้ขัดขืนแต่ตีผมเบาๆ
"พี่นี่ทะลึ่งจัง"
ผมพรมจูบลงที่ซอกคอเธอเบาๆ
"จั๊กกะจี้ คะ" เธอเอียงคอหนี
ผมเลยดันตัวเธอลงไปนอนบนที่นอน แล้วไปหอมเธอที่ซอกหู
"เราพึ่งรู้จักกันไม่นาเอง" เธอบอกผมเบาๆ
ผมสบตาเธอ
"เราจะได้รู้จักกันมากขึ้นไงจ๊ะ"
แล้วผมก็ประกบปากเธอทันที เธอไม่ได้ขัดขืน แต่กลับตอบรับด้วยลิ้นของเธอ
มือของผมล้วงเข้าไปในเสื้อของเธอ โดยที่เธอไม่ได้ปัดป้องมันแต่อย่างใด
ไม่นานบาร์ตัวน้อยของเธอก็ถูกปลดออก ให้้มือของผมได้สัมผัสกับความนุ่มนิ่มของนมเธอ จากที่ผมสัมผัสได้ ถือว่ามันใหญ่ซ่อนรูปที่เดียว
แต่ผมยังไม่แน่ใจต้องขอดูให้เต็มๆตาก่อน เสื้อของเธอถูกผมถอดออก สิ่งที่เห็นคือสองเต้างามของเธอใหญ่พอสมควร ผมเห็นแล้วจึงลงไปดอมดม ใช้ปลายลิ้นสัมผัสมันอย่างแผ่วเบา เธอมีอาการตอบสนองด้วยการสะดุ้งเล็กๆ เมื่อปลายลิ้นของผมสัมผัสลงไป
เสื้อผ้าของผมหลุดออกไปตอนไหนไม่รู้ ผมลากลิ้นลงมาที่ท้องน้อยของเธอ ใช้มือดึงกากเกงของเธอลง เหลือไว้เพียงกางเกงในของเธอ
ผมจัดการหอมซอนไซร้ที่กางเกงในเธอ จูบหนักๆ เล่นเอาเธอเริ่มครางในลำคอแล้ว
ผมจับเธอพลิกตัว ถอดกางเกงในเธออก ใช้ฟันขบกัดที่แก้มก้นคู่งามของเธอ ไล่ละเลงลิ้น จากแก้มก้้น ขึ้นมาที่แผ่นหลังไปสู่ต้นคอ ระหว่างที่โลมเล้าที่ต้นคอสลับกับใบหูของเธอผมก็จัดการใส่ถุงยางอนามัยอย่างชำนาน
ผมจับขาเธอให้ถ่างออกเล็กน้อยในท่าที่เธอนอนคว่ำ แล้วแทรกตัวลงประกบทาบทับกายเธอจากด้านหลัง
ผมจัดการเอาควยจ่อที่ร่องรูของเธอ ค่อยๆดันเข้าไปทีละน้อย ทีละน้อย เสียงเธอ
"เบาๆ ซี๊ดดดด ใหญ่จัง"
ไม่นานส่วนหัวก็ผ่าน เข้าไป
"อือออออ" เธอคราง
ผมเริ่มขยับช้าๆ
"เสียวจัง" เธอบอกผมสีหน้าเย้ายวน
ผมยังคงโลมไล้ ที่ซอกคอของเธอ เริ่มออกแรงมากขึ้น
"ซู๊ดดดดด" เสียงเธอสูดปากด้วยความสุขสม
"อือออออ" ผมก็เริ่มครางเหมือนกันเพราะ รูของเธอตอดรัดผมเหลือเกิน
ผมทำเองอยู่ได้สักพักหนึ่ง ก็ขอให้เธอทำให้บ้าง
"เค้าทำไม่เป็น" เธอบอก ขณะที่ผมถอนควยออกมาแล้วนอนหงายข้างเธอ
แม้ปากเธอจะบอกว่าทำไม่เป็น แต่เธอกลับขึ้นคล่อมจับควยผมใส่หีของเธออย่างชำนิชำนาน
"ฮืออออ" เสียงเธอถอนหายใจหลังจากนั่งทับควยผมจนสุดลำ
"เก่งจัง" ผมเอ่ยปากชมเธอ
เธอเหมือนจะบ้ายอ เพราะตอนนี้เธอเริ่ม โยกตัวขึ้นลงอย่างด่อเนื่อง
เธอไม่ได้ส่งเสียงอะไรมากแต่เม้มกัดปากตัวเอง มันเป็นภาพที่ทำให้ผมกระอดใจไม่ไหวต้องเด้งสวนเธอขึ้นไปอย่าง
"โอ้ยย โอ้ยย" ทุกครั้งที่ผมเดี้ยงสวนเธอก็กลั้นเสียงไว้ไม่อยู่
ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ก้มลงมาจูบปากผม
ผมจับเธอพลิกตัวลงไปนอน ผมนอนทับตัวเธอกระหน่ำซอยไม่ยั้ง
เสียงเนื้อปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว
"ปั๊ปๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
ผมออกแรงซอยถี่ยิบ
"ซี๊ดดดดดดด โอ้ออออออ "
เสียงเธอร้องครวณครางไม่หยุด
"จะเสร็จแล้วววว"
"เค้าก็เหมือนกัน ซี๊ดดดดดอ้าาาาา"
"โอ้ยยยยย สะ เสร็จจ แล้ว" เธอร้องตัวเกร็ง มือจิกหลังผมแน่น
ผมเห็นเธอเสร็จแล้ว จึงเร่งจังหวะ ไม่คิดชีวิต
"อือ อือ อือ" เสียงผมกัดฟันซอยสุดแรงเกิด
แล้วผมก็เสร็จตามเธอไป
"ดาว จะนอนค้างที่นี่ไหม"
"ไม่ค่ะ เดี๋ยวกลับบ้านดีกว่า นี่บอกแม่ว่ามาหาอะไรกิน"
"อ่าว ไม่บอก พี่จะได้เอาน้ำใส่ปากให้ดาวกิน"
"พี่เนี่ยลามก" เธอตีผม
"อีกทีได้ไหม"
"ไว้วันหลังดีกว่านี่ดึกแล้ว เดี๋ยวโดนด่า"
ผมเลยจำเป็นต้องปล่อยเธอกลับไป
ผมข่มตานอนแต่นอนไม่หลับ ขณะนี้เป็นเวลา เที่ยงคืนเศษ
วันนี้เป็นวันเกิดของพี่ส้ม รักแรกในใจของผม....
-------------------------------------------------------------------------------------
ผม นายแทนกมล หรือ รัน วันนี้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยเหมือนเดิม
พอเจอไอ้จวนก็เล่าเหตุการณ์เมื่อวานให้มันฟัง
"ดีนะมึงที่พี่แสน มาเจอพอดีไม่งั้นมึงจมกองตีนแน่ๆ ฮ่าๆๆ"
"เออดิวะ"
"แล้วพ่อมึงก็เลยจะให้พี่แสนมาอยู่ด้วย"
"เออ พี่เขาก็อยู่คนเดียวแถม ไกลโคตรอีก พ่อกูเลยจะตอบแทนเขา"
"แล้วบ้านมึงนี่ทำอะไรวะ เหมือนจะรวยมาก"
"พ่อกูทำธุรกิจโรงแรมกับอสังหาริมทรัพย์"
"แล้วพี่ชายมึงละ"
"กูก็ไม่รู้วะ กินเงินกงสีมั้ง อ่อ แล้วก็อาบอบนวดที่เราไปวันนั้นของพี่กู"
"แล้วทำไมอยู่ดีๆมาถามเรื่องพี่กูวะ" ผมชักสงสัย
"อ๋อ เปล่าๆ ไม่มีอะไร ถ้ากูไม่มีที่ไปขอไปอยู่บ้านมึงมั่งนะ ฮ่าๆ"
วันนี้ผมเห็นพี่แอน มาเรียนแล้วแต่เรายังไม่ได้มีโอกาสได้คุยกัน เหมือนเธอจะพยายามหลบหน้าผม ไอ้บาสก็ดูเครียดๆ มันบอกว่าเสียบอล ผมกับไอ้จวนก็ด่ามันที่เสือกโง่ไปเล่นการพนัน
ผมกับไอ้จวนยังเป็น2ตัวประหลาดของเซคชั่นนี้เหมือนเดิม ส่วนพี่แสนที่มาใหม่ก็นิ่งเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใครเหมือนเดิม
ไอ้จวนคุยโทรศัพท์เหมือนนัดสาวไปที่ห้องตอนค่ำ ผมถามว่าใครวะแอบไปมีความรักกันตอนไหน
"รักหรอวะ กูยังไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นกับน้องเค้าเลยนะโว้ย"
"อ่าวไอ้เหี้ย ไม่รักเค้าแล้วไปมีอะไรกับเค้าเนี่ยนะ"
"สำหรับกู ความรักแม่งเป็นนามธรรมว่ะ เป็นอะไรที่มึงคิดไปเอง"
"เซกส์ต้างหากที่กูต้องการ สัมผัส จับต้อง และปลดปล่อยได้" ไอ้จวนให้ทัศนะคติ
"จะบอกว่ามึง เป็นคนไม่มีหัวใจ รักใครไม่เป็นว่างั้น"
"ตือโป้ยก่ายเคยว่าไว้ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์... ฮ่าๆๆๆ"
ผมเห็นแววตาแสนเศร้า ที่มันพยายามกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะ
วันนี้ผมไม่ได้กลับบ้านเลย เพราะจะแวะไปหาพ่อที่โรงพยาบาล วันนี้หมออนุญาติให้พ่อกลับบ้านได้แล้ว
"ไง พี่รันมาแล้วหรอ" ยัยฟ้าตัวแสบที่มาถึงก่อนแล้วร้องทักผม
"สวัสดีครับพ่อ"
"เดี๋ยวค่อยไปเจอกันที่บ้านก็ได้ไม่เห็นต้องมา"
ที่บ้านผมวันนี้เราอยู่กันร่วมโต๊ะอย่ารับประทานอาหารเย็นกันอย่างพร้อมหน้า
ทั้งพ่อ น้าเป็ด เฮียเอก พี่ฝ้าย น้องฟาง น้องฟ้า และผม
"อาทิตย์หน้า พ่อจะไปพักผ่อนที่อเมริกาสักระยะ"
"หนูไปด้วยนะคะพ่อ" ยัยฟ้าอ้อน
"ไม่ได้ ลูกต้องเรียนหนังสือจะไปได้ไง" ยัยฟ้าได้ยินคำตอบหน้าจ๋อยไป
"เอก แกอยู่ที่นี่ต้องดูแลน้องๆให้ดีนะ พ่อฝากแกด้วย"
"ส่วนรัน แกต้องรัก น้องๆให้มากๆ นะ"
ผมแปลกใจนิดๆกับสิ่งที่พ่อพูด หรือเป็นเพราะความจริงที่ว่าผมไม่ใช่ลูกแท้ๆของพ่อจึงทำให้ผมคิดอย่างนี้
"ฟาง กับฟ้า ก็อย่าดื้อให้มันมากเชื่อฟังที่แม่พูดด้วย"
"ค่ะ" สองพี่น้องตอบแทบจะพร้อมกัน
"แล้วก็เรา ฝ้าย ช่วยแม่ดูแลน้องๆด้วย"
"พ่อไม่อยู่ แม่คงจะต้องงานยุ่งขึ้น"
"ค่ะ" พี่ฝ้ายรับคำ
-------------------------------------------------------------------------------------
บ่ายวันนี้ผมนายลำพูน หรือจวน หลังจากเลิกเรียนแล้ว
ผมมีจุดหมายในใจผมจะไปหาใครคนหนึ่ง ที่เป็นคนสำคัญในใจของผมเสมอ
ก่อนจะไปพบเธอผมเดินหาซื้อของขวัญให้เธออยู่นานแต่ตัดสินใจไม่ได้ ผมไม่มีความกล้าพอจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ๆ ให้เธอได้ นี่เป็นการพบกันครั้งแรกในรอบหลายปี ผมจึงทำได้เพียงแค่มอบการ์ดอวยพรให้เธอ เขียนข้อความแค่ว่า
"สุขสันต์วันเกิดครับ พี่ส้ม"
ผมเดินเข้าไปในร้านไอศครีมที่เธอทำงานอยู่
มีพนักงานมารับรายการ ผมสั่งไปโดยที่ไม่ได้มองเมนู เพราะสายตาของผมกวาดมองไปทั่วเพื่อหาหญิงสาวผู้เป็นรักแรกของผม
จนในที่สุดผมก็ได้พบเธอที่เค้าเตอร์แคชเชียร์ เธอยังคงสวยไม่เปลี่ยนไปเลยจากเมื่อหลายปีก่อน
ผมจ้องมองเธออยู่นาน แต่เธอคงยังไม่เห็นผม หรือบางทีเธออาจจะจำผมไม่ได้
ผมนั่งมองเธอทำงานอยู่นาน จึงไปจ่ายเงิน
"250 บาทคะ"
"เหนื่อยไหมครับ พี่ส้ม"
"อ่าว จวน มาตั้งแต่เมื่อไหร่"
"สักพัก แล้วครับ"
"โตเป็นหนุ่มแล้วนะเรา พี่จำเกือบไม่ได้"
"ครับพี่ แฮปปี้ เบริ์ธเดย์นะครับ"
ผมพูดพลางยื่นการ์ดอวยพรให้เธอ
"ขอบใจจะ อุส่าห์จำได้ด้วย"
"ผมไปก่อนนะครับ"
"แล้วเจอกันนะ"
ผมเดินจากมาใจหนึ่งก็ดีใจที่ได้พบหน้าเธอและดูเธอก็สบายดีอยู่
อีกใจหนึ่งก็ทรมานที่เธอไม่เคยคิดกับผมมากกว่าน้องชายเลย
-----------------------------------------------------------------------------------
ผมนายแสนฤทธิ์ วันนี้เป็นวันเกิดของคนสำคัญที่สุดในชีวิตของผมคนหนึ่ง
ผู้หญิงที่คอยให้กำลังใจผมในวันที่ผมท้อแท้ ผู้หญิงที่คอยกอดผมอย่างอบอุ่นในวันที่เหน็บหนาว ผู้หญิงที่คอยปลอบใจผมในวันที่ผมพลาดผิด
ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก
ผมรวบรวมเงินทั้งหมดที่เหลือใช้จากการทำงานพิเศษ เพื่อซื้อแหวนวงหนึ่งมอบให้เธอ
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยถามถึง ไม่เคยบอกว่าเธออยากได้ แต่ผมรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ใจเธอปราถนา
ค่ำวันนั้น ผมมานั่งรอเธอที่เดิม ที่ที่เธอทำงาน ผมเฝ้ามองเธอ และเธอก็ส่งยิ้มมาให้ผมเป็นระยะ
พอเธอเลิกงานเรากลับหอพักของเธอด้วยกัน
เมื่อถึงห้อง ผมสวมกอดเธอจากด้านหลัง เอาแหวนที่เตรียมไว้ มาสวมให้เธอที่นิ้วนางข้างซ้าย
"แฮปปี้เบริ์ธ เดย์ นะส้ม แสนรักส้มนะ"
"ส้มก้เหมือนกัน ส้มรักแสนมากนะ"
ผมยืนกอดเธออยู่นาน มีน้ำตาไหลอาบแก้มของเธอ
แล้วเราก็ผ่านราตรีอันแสนหวานนี้ ไปด้วยกัน
ผมนายลำพูนหรือจวน ภาพของ โม ญาติผู้น้องที่บรรเลงเพลงพิสวาสเมื่อตอนบ่ายยังคงติดตาผม ทำไมโมถึงทำอย่างนั้นเป็นคำถามที่อยู่ในใจผม แต่มาคิดๆดู โมเองก็เป็นวัยรุ่นแล้วคงมีความต้องการทางเพศแต่อาจจะมากไปหน่อย และน้าอ้อยก็คงไม่มีเวลาดูแลมากนักเลยทำให้โมเป็นเด็กใจแตกไปได้
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็นน้องดาวที่ตอนนี้เธอใส่ชุดไปรเวทธรรมดาๆ ไม่ใช่เครื่องแบบพนักขายร้านสะดวกซื้อ แล้วดูน่ารักขึ้นกว่าเดิมเยอะ
"มาแล้วค่ะ"
"โห มาจริงๆ หรอเนี่ยพี่นึกว่าอำเล่น"
"อะ นี่คะ"
"เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ"
เธอเข้ามาในห้องของผม นั่งที่เตียงนอน
"รกนิดนึงนะ ห้องชายโสดก็อย่างเนี้ย"
"ไหนว่าหิวไง ทำไมไม่กินละคะ"
"ตอนนี้พี่หิวอย่างอื่นมากว่าอะ"
ผมพูดจบก็โอบไหล่เธอขโมยห้อมแก้มสะทีนึง
เธอไม่ได้ขัดขืนแต่ตีผมเบาๆ
"พี่นี่ทะลึ่งจัง"
ผมพรมจูบลงที่ซอกคอเธอเบาๆ
"จั๊กกะจี้ คะ" เธอเอียงคอหนี
ผมเลยดันตัวเธอลงไปนอนบนที่นอน แล้วไปหอมเธอที่ซอกหู
"เราพึ่งรู้จักกันไม่นาเอง" เธอบอกผมเบาๆ
ผมสบตาเธอ
"เราจะได้รู้จักกันมากขึ้นไงจ๊ะ"
แล้วผมก็ประกบปากเธอทันที เธอไม่ได้ขัดขืน แต่กลับตอบรับด้วยลิ้นของเธอ
มือของผมล้วงเข้าไปในเสื้อของเธอ โดยที่เธอไม่ได้ปัดป้องมันแต่อย่างใด
ไม่นานบาร์ตัวน้อยของเธอก็ถูกปลดออก ให้้มือของผมได้สัมผัสกับความนุ่มนิ่มของนมเธอ จากที่ผมสัมผัสได้ ถือว่ามันใหญ่ซ่อนรูปที่เดียว
แต่ผมยังไม่แน่ใจต้องขอดูให้เต็มๆตาก่อน เสื้อของเธอถูกผมถอดออก สิ่งที่เห็นคือสองเต้างามของเธอใหญ่พอสมควร ผมเห็นแล้วจึงลงไปดอมดม ใช้ปลายลิ้นสัมผัสมันอย่างแผ่วเบา เธอมีอาการตอบสนองด้วยการสะดุ้งเล็กๆ เมื่อปลายลิ้นของผมสัมผัสลงไป
เสื้อผ้าของผมหลุดออกไปตอนไหนไม่รู้ ผมลากลิ้นลงมาที่ท้องน้อยของเธอ ใช้มือดึงกากเกงของเธอลง เหลือไว้เพียงกางเกงในของเธอ
ผมจัดการหอมซอนไซร้ที่กางเกงในเธอ จูบหนักๆ เล่นเอาเธอเริ่มครางในลำคอแล้ว
ผมจับเธอพลิกตัว ถอดกางเกงในเธออก ใช้ฟันขบกัดที่แก้มก้นคู่งามของเธอ ไล่ละเลงลิ้น จากแก้มก้้น ขึ้นมาที่แผ่นหลังไปสู่ต้นคอ ระหว่างที่โลมเล้าที่ต้นคอสลับกับใบหูของเธอผมก็จัดการใส่ถุงยางอนามัยอย่างชำนาน
ผมจับขาเธอให้ถ่างออกเล็กน้อยในท่าที่เธอนอนคว่ำ แล้วแทรกตัวลงประกบทาบทับกายเธอจากด้านหลัง
ผมจัดการเอาควยจ่อที่ร่องรูของเธอ ค่อยๆดันเข้าไปทีละน้อย ทีละน้อย เสียงเธอ
"เบาๆ ซี๊ดดดด ใหญ่จัง"
ไม่นานส่วนหัวก็ผ่าน เข้าไป
"อือออออ" เธอคราง
ผมเริ่มขยับช้าๆ
"เสียวจัง" เธอบอกผมสีหน้าเย้ายวน
ผมยังคงโลมไล้ ที่ซอกคอของเธอ เริ่มออกแรงมากขึ้น
"ซู๊ดดดดด" เสียงเธอสูดปากด้วยความสุขสม
"อือออออ" ผมก็เริ่มครางเหมือนกันเพราะ รูของเธอตอดรัดผมเหลือเกิน
ผมทำเองอยู่ได้สักพักหนึ่ง ก็ขอให้เธอทำให้บ้าง
"เค้าทำไม่เป็น" เธอบอก ขณะที่ผมถอนควยออกมาแล้วนอนหงายข้างเธอ
แม้ปากเธอจะบอกว่าทำไม่เป็น แต่เธอกลับขึ้นคล่อมจับควยผมใส่หีของเธออย่างชำนิชำนาน
"ฮืออออ" เสียงเธอถอนหายใจหลังจากนั่งทับควยผมจนสุดลำ
"เก่งจัง" ผมเอ่ยปากชมเธอ
เธอเหมือนจะบ้ายอ เพราะตอนนี้เธอเริ่ม โยกตัวขึ้นลงอย่างด่อเนื่อง
เธอไม่ได้ส่งเสียงอะไรมากแต่เม้มกัดปากตัวเอง มันเป็นภาพที่ทำให้ผมกระอดใจไม่ไหวต้องเด้งสวนเธอขึ้นไปอย่าง
"โอ้ยย โอ้ยย" ทุกครั้งที่ผมเดี้ยงสวนเธอก็กลั้นเสียงไว้ไม่อยู่
ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ก้มลงมาจูบปากผม
ผมจับเธอพลิกตัวลงไปนอน ผมนอนทับตัวเธอกระหน่ำซอยไม่ยั้ง
เสียงเนื้อปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว
"ปั๊ปๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
ผมออกแรงซอยถี่ยิบ
"ซี๊ดดดดดดด โอ้ออออออ "
เสียงเธอร้องครวณครางไม่หยุด
"จะเสร็จแล้วววว"
"เค้าก็เหมือนกัน ซี๊ดดดดดอ้าาาาา"
"โอ้ยยยยย สะ เสร็จจ แล้ว" เธอร้องตัวเกร็ง มือจิกหลังผมแน่น
ผมเห็นเธอเสร็จแล้ว จึงเร่งจังหวะ ไม่คิดชีวิต
"อือ อือ อือ" เสียงผมกัดฟันซอยสุดแรงเกิด
แล้วผมก็เสร็จตามเธอไป
"ดาว จะนอนค้างที่นี่ไหม"
"ไม่ค่ะ เดี๋ยวกลับบ้านดีกว่า นี่บอกแม่ว่ามาหาอะไรกิน"
"อ่าว ไม่บอก พี่จะได้เอาน้ำใส่ปากให้ดาวกิน"
"พี่เนี่ยลามก" เธอตีผม
"อีกทีได้ไหม"
"ไว้วันหลังดีกว่านี่ดึกแล้ว เดี๋ยวโดนด่า"
ผมเลยจำเป็นต้องปล่อยเธอกลับไป
ผมข่มตานอนแต่นอนไม่หลับ ขณะนี้เป็นเวลา เที่ยงคืนเศษ
วันนี้เป็นวันเกิดของพี่ส้ม รักแรกในใจของผม....
-------------------------------------------------------------------------------------
ผม นายแทนกมล หรือ รัน วันนี้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยเหมือนเดิม
พอเจอไอ้จวนก็เล่าเหตุการณ์เมื่อวานให้มันฟัง
"ดีนะมึงที่พี่แสน มาเจอพอดีไม่งั้นมึงจมกองตีนแน่ๆ ฮ่าๆๆ"
"เออดิวะ"
"แล้วพ่อมึงก็เลยจะให้พี่แสนมาอยู่ด้วย"
"เออ พี่เขาก็อยู่คนเดียวแถม ไกลโคตรอีก พ่อกูเลยจะตอบแทนเขา"
"แล้วบ้านมึงนี่ทำอะไรวะ เหมือนจะรวยมาก"
"พ่อกูทำธุรกิจโรงแรมกับอสังหาริมทรัพย์"
"แล้วพี่ชายมึงละ"
"กูก็ไม่รู้วะ กินเงินกงสีมั้ง อ่อ แล้วก็อาบอบนวดที่เราไปวันนั้นของพี่กู"
"แล้วทำไมอยู่ดีๆมาถามเรื่องพี่กูวะ" ผมชักสงสัย
"อ๋อ เปล่าๆ ไม่มีอะไร ถ้ากูไม่มีที่ไปขอไปอยู่บ้านมึงมั่งนะ ฮ่าๆ"
วันนี้ผมเห็นพี่แอน มาเรียนแล้วแต่เรายังไม่ได้มีโอกาสได้คุยกัน เหมือนเธอจะพยายามหลบหน้าผม ไอ้บาสก็ดูเครียดๆ มันบอกว่าเสียบอล ผมกับไอ้จวนก็ด่ามันที่เสือกโง่ไปเล่นการพนัน
ผมกับไอ้จวนยังเป็น2ตัวประหลาดของเซคชั่นนี้เหมือนเดิม ส่วนพี่แสนที่มาใหม่ก็นิ่งเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใครเหมือนเดิม
ไอ้จวนคุยโทรศัพท์เหมือนนัดสาวไปที่ห้องตอนค่ำ ผมถามว่าใครวะแอบไปมีความรักกันตอนไหน
"รักหรอวะ กูยังไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นกับน้องเค้าเลยนะโว้ย"
"อ่าวไอ้เหี้ย ไม่รักเค้าแล้วไปมีอะไรกับเค้าเนี่ยนะ"
"สำหรับกู ความรักแม่งเป็นนามธรรมว่ะ เป็นอะไรที่มึงคิดไปเอง"
"เซกส์ต้างหากที่กูต้องการ สัมผัส จับต้อง และปลดปล่อยได้" ไอ้จวนให้ทัศนะคติ
"จะบอกว่ามึง เป็นคนไม่มีหัวใจ รักใครไม่เป็นว่างั้น"
"ตือโป้ยก่ายเคยว่าไว้ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์... ฮ่าๆๆๆ"
ผมเห็นแววตาแสนเศร้า ที่มันพยายามกลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะ
วันนี้ผมไม่ได้กลับบ้านเลย เพราะจะแวะไปหาพ่อที่โรงพยาบาล วันนี้หมออนุญาติให้พ่อกลับบ้านได้แล้ว
"ไง พี่รันมาแล้วหรอ" ยัยฟ้าตัวแสบที่มาถึงก่อนแล้วร้องทักผม
"สวัสดีครับพ่อ"
"เดี๋ยวค่อยไปเจอกันที่บ้านก็ได้ไม่เห็นต้องมา"
ที่บ้านผมวันนี้เราอยู่กันร่วมโต๊ะอย่ารับประทานอาหารเย็นกันอย่างพร้อมหน้า
ทั้งพ่อ น้าเป็ด เฮียเอก พี่ฝ้าย น้องฟาง น้องฟ้า และผม
"อาทิตย์หน้า พ่อจะไปพักผ่อนที่อเมริกาสักระยะ"
"หนูไปด้วยนะคะพ่อ" ยัยฟ้าอ้อน
"ไม่ได้ ลูกต้องเรียนหนังสือจะไปได้ไง" ยัยฟ้าได้ยินคำตอบหน้าจ๋อยไป
"เอก แกอยู่ที่นี่ต้องดูแลน้องๆให้ดีนะ พ่อฝากแกด้วย"
"ส่วนรัน แกต้องรัก น้องๆให้มากๆ นะ"
ผมแปลกใจนิดๆกับสิ่งที่พ่อพูด หรือเป็นเพราะความจริงที่ว่าผมไม่ใช่ลูกแท้ๆของพ่อจึงทำให้ผมคิดอย่างนี้
"ฟาง กับฟ้า ก็อย่าดื้อให้มันมากเชื่อฟังที่แม่พูดด้วย"
"ค่ะ" สองพี่น้องตอบแทบจะพร้อมกัน
"แล้วก็เรา ฝ้าย ช่วยแม่ดูแลน้องๆด้วย"
"พ่อไม่อยู่ แม่คงจะต้องงานยุ่งขึ้น"
"ค่ะ" พี่ฝ้ายรับคำ
-------------------------------------------------------------------------------------
บ่ายวันนี้ผมนายลำพูน หรือจวน หลังจากเลิกเรียนแล้ว
ผมมีจุดหมายในใจผมจะไปหาใครคนหนึ่ง ที่เป็นคนสำคัญในใจของผมเสมอ
ก่อนจะไปพบเธอผมเดินหาซื้อของขวัญให้เธออยู่นานแต่ตัดสินใจไม่ได้ ผมไม่มีความกล้าพอจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ๆ ให้เธอได้ นี่เป็นการพบกันครั้งแรกในรอบหลายปี ผมจึงทำได้เพียงแค่มอบการ์ดอวยพรให้เธอ เขียนข้อความแค่ว่า
"สุขสันต์วันเกิดครับ พี่ส้ม"
ผมเดินเข้าไปในร้านไอศครีมที่เธอทำงานอยู่
มีพนักงานมารับรายการ ผมสั่งไปโดยที่ไม่ได้มองเมนู เพราะสายตาของผมกวาดมองไปทั่วเพื่อหาหญิงสาวผู้เป็นรักแรกของผม
จนในที่สุดผมก็ได้พบเธอที่เค้าเตอร์แคชเชียร์ เธอยังคงสวยไม่เปลี่ยนไปเลยจากเมื่อหลายปีก่อน
ผมจ้องมองเธออยู่นาน แต่เธอคงยังไม่เห็นผม หรือบางทีเธออาจจะจำผมไม่ได้
ผมนั่งมองเธอทำงานอยู่นาน จึงไปจ่ายเงิน
"250 บาทคะ"
"เหนื่อยไหมครับ พี่ส้ม"
"อ่าว จวน มาตั้งแต่เมื่อไหร่"
"สักพัก แล้วครับ"
"โตเป็นหนุ่มแล้วนะเรา พี่จำเกือบไม่ได้"
"ครับพี่ แฮปปี้ เบริ์ธเดย์นะครับ"
ผมพูดพลางยื่นการ์ดอวยพรให้เธอ
"ขอบใจจะ อุส่าห์จำได้ด้วย"
"ผมไปก่อนนะครับ"
"แล้วเจอกันนะ"
ผมเดินจากมาใจหนึ่งก็ดีใจที่ได้พบหน้าเธอและดูเธอก็สบายดีอยู่
อีกใจหนึ่งก็ทรมานที่เธอไม่เคยคิดกับผมมากกว่าน้องชายเลย
-----------------------------------------------------------------------------------
ผมนายแสนฤทธิ์ วันนี้เป็นวันเกิดของคนสำคัญที่สุดในชีวิตของผมคนหนึ่ง
ผู้หญิงที่คอยให้กำลังใจผมในวันที่ผมท้อแท้ ผู้หญิงที่คอยกอดผมอย่างอบอุ่นในวันที่เหน็บหนาว ผู้หญิงที่คอยปลอบใจผมในวันที่ผมพลาดผิด
ผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก
ผมรวบรวมเงินทั้งหมดที่เหลือใช้จากการทำงานพิเศษ เพื่อซื้อแหวนวงหนึ่งมอบให้เธอ
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยถามถึง ไม่เคยบอกว่าเธออยากได้ แต่ผมรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ใจเธอปราถนา
ค่ำวันนั้น ผมมานั่งรอเธอที่เดิม ที่ที่เธอทำงาน ผมเฝ้ามองเธอ และเธอก็ส่งยิ้มมาให้ผมเป็นระยะ
พอเธอเลิกงานเรากลับหอพักของเธอด้วยกัน
เมื่อถึงห้อง ผมสวมกอดเธอจากด้านหลัง เอาแหวนที่เตรียมไว้ มาสวมให้เธอที่นิ้วนางข้างซ้าย
"แฮปปี้เบริ์ธ เดย์ นะส้ม แสนรักส้มนะ"
"ส้มก้เหมือนกัน ส้มรักแสนมากนะ"
ผมยืนกอดเธออยู่นาน มีน้ำตาไหลอาบแก้มของเธอ
แล้วเราก็ผ่านราตรีอันแสนหวานนี้ ไปด้วยกัน
วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557
แสน รัน จวน ตอนที่6
ตอนที่ 6 เท็จ...จริง
อยู่หอมันลำบากอย่างนี้นี่เอง กินแม่งแต่มาม่ากับข้าวเซเว่น เห้อ!!
จวนบ่นกับตัวเองก่อนจะเดินเข้าเซเว่นใกล้ๆหอพัก
เลือกซื้อของเรียบร้อยมาจ่ายเงิน
"ทรูออนไลน์ 90 ด้วยน้อง"
"กดเบอร์ เลยค่ะ"
"083... ...."
เธอทวนหมายเลขอีกครั้ง แล้วพูดว่า
"นี่เบอร์พี่จวนหรอคะ"
เธอรู้จักผม? อ๋อ จำได้แล้ว คนที่นึกว่าผมเป็นพี่แสตมป์
"ได้เบอร์พี่ไปแล้วอย่าลืมโทรหานะน้อง..."
"ดาวค่ะ"
"สัญญาแล้วนะ"
เธอส่งยิ้มให้ผม ไม่ได้ตอบอะไร
ผมเข้านอนไม่นานก็หลับสนิท เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้
ผมยืนอยู่ที่หน้าบ้านน้าอ้อย...
จวนสายแล้วรีบขึ้นรถเร็วเดี๋ยวตกเครื่อง...
พี่ส้มเดินเข้ามากอดผม...
ผมอยู่กับพี่ที่นี่ได้ไหม...
ผมสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่ามีน้ำอุ่นๆมันไหลอาบแก้ม
ฝันแบบนี้อีกแล้วหรอวะกู
------------------------------------------------------------------------------
วันนี้แทนกมล หรือรัน ตื่นแต่เช้าขับรถมาเรียนที่มหาวิทยาลัย
เขามาถึงก่อนเวลาเข้าเรียนพอสมควร จึงแวะขึ้นไปปลุกเพื่อนซี้ที่หอ เพราะมันไม่มีโทรศัพท์ และคิดว่ามันคงตื่นสายเหมือนเคย แต่ผิดคาดเมื่อเขาเจอเพื่อนที่หน้าหอ
"เฮ้ย ไมวันนี้ตื่นเช้าจังวะ"
"เมื่อคืนกูนอนไม่ค่อยหลับว่ะ"
ผมเดินคุยกับมันไปเรื่อยเปื่อยจนถึงซุ้มประจำเซคของเรา
"ไมวันนี้แม่งเงียบๆวะ"
"สังสัยคงไปงานศพพี่แบงค์กันหมด" ผมตอบ
"เผาห้าโมงเย็นเนี่ยนะ"
"ไม่รู้วะ"
"เออนี่ มึงกับพี่แอนไปถึงไหนละวะ"
"กูไม่ได้เจอพี่เขาเลยวะ ตั้งแต่วันนั้นที่ สน."
"ช่างแม่ง ไม่ต้องไปสนใจผู่หญิงเยอะแยะ เดี๋ยวกูติดต่อน้องสาวกูให้เอาปะ"
"ดำๆอย่างมึงกูไม่เอานะ ฮ่าๆๆ"
"ไอ้สัส ไม่ดำเว้ย" ไอ้จวนด่าผมสะงั้น
"แล้วพี่แสนละครับ มีแฟนยัง" ผมถามพี่แสนเพราะเห็นพี่แกนั่งเงียบไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่มา
"ทำไมมึง จะแนะนำพี่สาวมึงให้พี่แสนหรอ"
"พี่มีคนที่รักอยู่แล้ว"
วันนี้พวกเราเรียนกันแค่คาบเช้า เพราะส่วนใหญ่จะไปร่วมงานฌาปณกิจพี่แบงค์ในตอนเย็น ผม ไอ้บาส เก๋ ไปด้วยกัน พี่แสนจะขับมอร์เตอร์ไซด์ไป ส่วนไอ้จวนกลับไปเอาโทรศัพท์ที่ลืมไว้ที่บ้านน้า
ที่วัดบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เพื่อนๆพี่แบงค์บางคนยังมองผมด้วยสายตาเคียดแค้น แต่ไม่มีใครพูดอะไร เพราะต้องให้เกียรติเจ้าภาพ
ผมเจอพี่แอนเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดเรื่อง ดูเธอโทรมๆผมเห็นเธอร้องไห้ ตอนที่ขึ้นไปวางดอกไม้จัน
"สิ่งใดที่ผมเคยล่วงเกินพี่ไป ขออโหสิกรรมนะพี่" ผมพูดกับพี่แบงค์ในใจ
เสร็จงานเราก็แยกย้ายกันกลับ ไอ้บาสและเก๋ ขอกลับกันเองเพราะเกรงใจผมที่บ้านอยู่คนละทางกับมัน
ตอนผมเดินมาที่รถ พบชายกลุ่มหนึ่ง 3-4 คนเหมือนยืนรอผมอยู่
"มึงใช่ไหมที่ชอบแย่งแฟนคนอื่น" ชายรูปร่างอ้วนตะโกนถามผม ผมไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อน ไม่ใช่เพื่อนที่มหาวิทยาลัยของพี่แบงค์แน่ๆ แต่คงเป็นเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งของเขานั่นแหละ
ผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเดินจะรีบเดินขึ้นรถ
"มึงจะรีบไปไหน" ชายอีกคนนึงพูดพร้อมกับขว้าไหล่ผม
ผมสะบัดหัวไหล่อย่างแรง เพื่อจะรีบหนี
"ไอ้เหี้ย" ได้ยินเสียงชายคนนึงร้องด่า แล้วผมก็โดนถีบ ตัวเซถลาไปติดกับประตูรถ
ปั๊ก
เสียงดังมาจากข้างหลัง ชายคนที่ถีบผมตอนนี้ถูกพี่แสน ที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ส่งลงไปนอนกับพื้น
"ไอสัส มึงเสือกอะไรด้วยวะ"
พี่แสนไม่พูดอะไร แต่ถีบมันกระเด็นไปไกล
คนที่เหลืออีก 2คนเข้ามารุมต่อยพี่แสนแต่ไม่โดน
หลังจากนั้นพี่แสนก็จัดการกับพวกมันทั้ง 4 คนจนลุกไม่ขึ้น ผมบอกพี่แสนว่าพอได้แล้ว แต่ก็ไม่มีที่ท่า ว่าพี่แสนจะหยุด พี่แสนเตะชายคนที่ถีบผมจนสลบแน่นิ่งไป
แล้วตำรวจก็มา ตำรวจควบคุมตัวพี่แสนไปที่ สน. ตอนแรกผมไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจอีกเลยลองพยายามโทรหาไอ้จวนเผื่อว่าจะให้พ่อมันช่วย แต่โทรไม่ติด สงสัยมันยังกลับไม่ถึงหอ
ครั้นจะโทรหาเฮียเอกก็ไม่กล้า ในที่สุดผมเลยตัดสินใจโทรหาน้าเป็ด เล่าเหตุการ์ทั้งหมดให้แกฟัง แกบอกให้ผมรออยู่สน.เดี๋ยวจะให้ทนายไปประกันตัวพี่แสนให้
ตอนแรกตำรวจจะตั้งข้อหาพี่แสนทำร้ายร่างกาย และพยายามฆ่า เพราะคู่กรณีคนที่ถีบผมต้องถูกส่งตัวไปโณงพยาบาล ส่วนอีก3คนก็บาดเจ็บกันไปพอสมควร ส่วนพี่แสนแทยไม่มีบาดแผลอะไรเลย
ผมนั่งรออยู่สักพัก พี่ฝ้ายก็มาอยู่เป็นเพื่อน
"เป็นหรือป่าวรัน เจ็บตรงไหนไหม" พี่ฝ้ายถามหน้าตาตื่นเมื่อเจอผม
"ไม่เป็นไรครับพี่" แล้วทำอีท่าไหนถึงไปมีเรื่องกับพวกมันได้
ผมก็เล่าเหตุการ์ทั้งหมดให้ฟัง
ทนายมาถึง ไม่ได้ถามอะไรผม เพราะคงทราบเรื่องทั้งหมดจากน้าเป็ดแล้ว
เขาพูดคุยกับตำรวจอยู่ครึ่งชั่วโมง ตำรวจก็เรียกผมไปสอบปากคำอีกครั้ง
ตอนนี้จากที่พี่แสนเป็นผู้ต้องหา กลับกลายเป็นพลเมืองดีที่มาช่วยผมในคดีปล้นทรัพย์ พี่แสนเลยถูกปล่อยตัวออกมา ส่วนพวกมัน4คน โดนตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์แทน
"รัน พ่อให้พาเพื่อนไปพบที่โรงพยาบาลด้วยแน่ะ"
"ตอนนี้เลยหรอครับ"
"ใช่ พ่อบอกมีอะไรจะคุยด้วยหน่อย"
"พี่ว่าไงครับ สะดวกไหม"
พี่แสนพยักหน้ารับ
"ส่วนเรื่องรถนาย เราจะให้คนขับไปให้ที่โรงพยาบาลนะ"
"ครับ"
แล้วเราก็ไปโรงพยาบาลกัน ระหว่างทางผมแนะนำให้พี่ฝ้ายกับพี่แสนรู้จักกัน
"รันเป็นไรหรอเปล่าลูก บาดเจ็บตรงไหนไหม" น้าเป็ดถาม แล้วเดินมาสำรวจร่างกายผม
"ขอบคุณมากนะ นายแสนที่ช่วยรัน" หน้าเป็ดหันไปพูดกับพี่แสน
"นายหรอที่ช่วยตารัน" พ่อผมถาม
"สวัสดีครับ คุณ...ลุง" พี่แสนตอบ แต่คำสุดท้ายดูเหมือนจะหยุดคิดว่าจะเรียกพ่อผมว่าอะไรอยู่อึดใจหนึ่ง
"จริงพี่แสน ช่วยผมไว้สองครั้งแล้วครับ ครั้งแรกวันที่ร้านเหล้า ถ้าไม่ได้พี่แสนผมคงแย่ วันนี้ก็อีก ผมไม่รู้จะขอบคุณพี่ยังไงดี"
"จริงหรอ ฉันขอบใจนายมากนะ" พ่อผมบอก
"แล้วบ้านนายอยู่ไหนล่ะ"
"บางนาครับ"
"ไกลจัง อยู่กับพ่อแม่หรอจ๊ะ" น้าเป็ดถาม
"ผมอยู่คนเดียวครับ"
"ถ้าไม่รังเกียงก็มาอยู่ที่บ้านฉันนะ จะได้ช่วยมาดูแลเจ้ารันด้วย คิดสะว่าเป็นน้องชายนายละกัน" พ่อผมบอกพี่แสน
"ดีเลยครับพี่ นะครับพี่แสน"
"ผมเกรงใจ.."
"ไม่ต้องเกรงหรอกครับ พี่ช่วยชีวิตผมไว้ตั้งสองครั้ง ผมอยากตอบแทนพี่บ้าง"
"เอาเป็นว่าตามนี้ ถ้านายพร้อมเมื่อไหร่ก็มาอยู่บ้านฉันได้ทันที"
"ขอบคุณครับ..คุณลุง"
พี่แสนรับคำพ่อผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ผมแอบเห็น รอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากของพี่ฝ้าย ที่อยู่ที่นี่ด้วยแต่ไม่ได้พูดอะไรเลย
....เสียงโทรศัพท์ผมดัง หยิบขึ้นมาดู ไอ้จวนโทรมา
----------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปตอนที่ นายลำพูน หรือ จวน หนุ่มคมเข้ม แยกทางกับเพื่อนๆ เพื่อกลับมาเอาโทรศัพท์ที่บ้านน้า
ผมกลับมาถึงบ้านราว บ่าย3โมง
"อ้าว แบตหมดแล้วนี่หว่า ที่ชาร์ตก็ไม่ได้เอามาด้วย ทำไงดีวะ"
คิดไปคิดมาลองไปขอยืมจากยัยโมดีกว่า เห็นกลับมาแล้วมั้งเห็นกระเป๋าวางอยู่ข้างล่างนี่
ผมเดินไปถึงหน้าห้อง ก็ต้องชะงัก เพราะมีเสียงแปลกๆ เป็นเสียง ซู๊ดปากด้วยความเสียวซ่านของผู้หญิง ไม่ต้องเห็นด้วยตาผมก็เข้าใจสถานกาณ์ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องโม
ผมไม่อยากรบกวนธุระส่วนตัวของโมเลยตัดสินใจไม่เรียก
ผมเดินกลับออกมาเงียบๆ ก่อนจะออกไปตอนใส่รองเท้า เผอิญผมดันเห็นรองเท้าผู้ชายจะไม่ว่าเลยถ้ามันมีคู่เดียว แต่นี่มันดันมี 2คู่
เฮ้ย ยัยโม นี่มันยังงัยวะเนี่ย หรือ ไอ้2ตัวนี้แม่งจะข่มขืนน้องผมป่าววะ แต่ก็ไม่น่าเพราะถ้าไม่สนิทกันมากยัยโมจะกล้าพามาบ้านหรือ
ผมสองจิตสองใจว่าจะเอายังไงดี ถ้าโมโดนข่มขืนก็น่าจะร้องให้ช่วย หรือเพื่อนอีกคนนึงจะออกไปข้างนอกแล้วใส่รองเท้าคู่อื่นไป ผมคิดไปคิดมาอยู่พักนึง เลยตัดสินใจลองดูก่อนดีกว่าว่ามันยังงัยกันแน่
ที่บ้านหน้าผมปลูกมะม่วงอยู่2ต้น จึงมีบันไดเอาไว้ปีนเก็บ
ผมเอาบันไดวางพาดใกล้ๆหน้าต่างห้องโมอย่างเงียบเฉียบที่สุด ค่อยๆปีนขึ้นไปจนถึงขอบหน้าต่าง แม้ห้องของโมจะมีผ้าม่าน แต่ก็ยังมีช่องให้ผมมองเข้าไปได้อย่างถนัดตา
แม้จะรู้อยู่แล้วว่าจะเจออะไร แต่ก็อดขาสั่นไม่ได้กับภาพที่เห็นตรงหน้า
โมนอนหงายหลับตาพริ้ม ให้ไอ้หนุ่มคนหนึ่งที่มีแค่กางเกงในบ็อกเซอ เลียหีอยู่
ปากก็ร้องคราง โดยที่ไม่อายสายตาไอ้หนุ่มอีกคนที่นั่งจ้องอยู่ข้างๆตาไม่กระพิบ
ตอนนั้นผมคิดว่า ถ้าร้องห้ามวันนี้โมคงไม่โดนเย็ด แต่ดูแล้วมันจะทำให้ผมผิดใจกับเธอถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ และนี่ก็คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำอย่างนี้
ไอ้หนุ่มคนนั้นเลียหีโมอยู่ไม่นานก็ถอดกางเกงในออก แล้วพูดว่า
"เอาละนะ"
"อือ..." เสียงโฒตอบรับอย่างเว้าวอน
ไอ้นั่น หยิบถุงยางมาใส่ดูแล้วของมันไม่ได้ใหญ่เท่าไร
ผมคิดในใจว่าก็ยังดีวะที่รู้จักป้องกัน
"ซี๊ดดดด" ได้ยินเสียงโมครางเสียงกระเส่าแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง
ไอ้นั่นนั่งยองๆ กระเด้าโมอย่างสนุกควย ปากก็ร้องคราง
"โอ้ยย ฟิตชิบหายเลยวะ เสียวว ซี๊ดดด" ผมเห็นเบาหน้าสุดเซกซี่ของน้องสาวผมในตอนนี้ ก็แทบทนไม่ไหวควยแข็งน้ำจะแตก
"ขอท่าหมานะโม" น้องสาวผมได้ยินก็พลิกตัวขึ้นคลานเข่าทันที
ไอหนุ่มคนนั้นไม่รอช้าตามเข้ามาประกบด้านหลังเธอ
มันเอาควยถูไถร่องหีของโม จนโมต้องร้องบอกมันว่า
"ซี๊ดดด ตัวเองจะเอาก็เอาสิ อย่าแกล้งเค้า"
แล้วมันก็ค่อยๆดันควยเข้าไป "อ้าาาา"
มันเริ่มซอยแต่เบาเหมือนกลัวน้ำควยจะระเบิดออกมา ปากก็ร้อง ซี๊ดซ๊าดด
ไอ้อีกคนนึงคงจะระงับความเงี่ยนไว้ไม่ไหว เดินมาตรงหน้าโม แล้วงัดควยขึ้นมา กางเกงไม่ถอด
"ชักให้เราหน่อยสิ" มันพูดเสียงสั่น
โมหันมามองหน้าอีกคนที่กำลงัตั้งหน้าตั้งตาซอยอยู่
"ซี๊ดดด อ้าาา เถอะนะโม ช่วยมันหน่อย อืออออ" ไอนั่นไม่หยุดซอยแต่ช่วยขอร้องโมอีกคน
จังหวะที่โมจะหันหน้ากลับไป เหมือนเธอจะสบตาผมชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง หรือบางทีผมอาจจะคิดไปเองก็ได้
แล้วโมคว้าควยของไอ้อีกคนนึงมาชัก ทำอยู่ไม่นานมันก็ร้อง
"ไม่ไหวแล้ว โอ้ยยยยย"
แล้วมันก็ปล่อยน้ำว่าวแตกเลอะเต็มที่นอนโม
ไอ้คนที่กำลังซอยอยู่ก็เร่งจังหวะ ซอยอย่างรวดเร็ว
พับๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
"ซี๊ดดดด อ้าวววววว ซู๊ดดดดด อื้อออออ"
สามเสียงประสานกัน ไม่นาน ร่างของมันก็กระตุก โมทิ้งตัวลงนอน มันนอนคว่ำทับตัวโม
ผมปีนบันไดลงมา เพราะรู้ว่าหนังสดตรงหน้าได้จบลงแล้ว
ผมออกจากบ้านไปทันที แปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมโมถึงทำอย่างนี้ ไอ้มีเซกส์นี่ไม่แปลก แต่2-1 นี่มันก็นะ...
ผมกลับมาถึงหอพักจิตใจยังคงฟุ้งซ่าน และงุ่นง่านอย่างยิ่งชาร์ตแบตโทรศัพท์
มีหลายสายโทรมา ทั้งพ่อ ไอ้รัน แล้วก็เบอร์แปลกๆ
ผมโทรกลับหาพ่อเป็นแรก
"สวัสดี ครับพ่อ"
"เออ กว่าจะโทรกลับมาได้"
"มีอะไรหรือเปล่าพ่อ"
"ก็ เรื่องที่แกถามวันนั้น ไอ้ที่มีเด็กกระโดดตึกฆ่าตัวตาย"
"อ๋อ ว่าไงครับ"
"พ่อให้ผู้กำกับลองเช็คอย่างละเอีอด มีจุดน่าสงสัยคือ พบรถพี่ชายของคู่กรณีที่มีเรื่องวิวาทกัน มาจอดรถอยู่แถวนั้นในเวลาที่เกิดเหตุด้วย แต่ก็ไม่มีหลักฐานมากกว่านั้นจะปรักปรำเขา เพราะกล้องวงจรปิดที่หอพักเสีย แล้วห้องพักก็ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยนิ้วมือแฝง และยังพบจดหมายลาตายที่ผู้ตายเขียนเองด้วย ทางพนักงานสวบสวนเลยสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย"
"ครับ ครับ"
"แล้วแก ก็อย่าก่อเรื่องให้มันมากนักนะ"
"ครับพ่อ"
ต่อมาผมก็โทรหาไอ้รัน
"โทรมาทำไมวะ มีอะไรป่าว"
"มีเรื่องนิดหน่อยวะ ตอนนี้เรียบร้อยละ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูเล่าให้ฟัง"
ยังมีเบอร์แปลกๆ โทรหาผม ตั้งแต่เมื่อคืน
"สวัสดีครับ ได้โทรมาเบอร์นี้หรือเปล่า"
"นี่ดาว เอง"
"ดาว...ดาว อ๋อ ว่าไงจ๊ะ"
"ก็พี่บอกให้ดาวโทรหาไม่ใช่หรอแต่ก็.."
"พอดี พี่พึ่งเปิดเครื่องนะจะขอโทษทีนะ"
"พี่อยู่ไหนคะ หิวหรือเปล่า กินข้าวยัง"
"ยังเลย พี่กำลังหิวอยู่พอดี ดาวซื้อข้าวมาให้พี่หน่อยได้ปะ หิวจนเดินไม่ไหวแล้วเนี่ย"
"แล้วจะให้เอาไปให้ที่ไหนละ"
"ที่ห้อง...."
"โอเคค่ะ รอแปปนึงน๊า เดี๋ยวดาวอาบน้ำแต่งตัวก่อน"
----------------------------------------------------------------------------------------
ที่โรงพยาบาล ผมแสนฤทธิ์ ยืนอยู่ตรงหน้า ชายที่เป็นศัตรูของพ่อผม ซ้ำยังเป็นคนทำให้แม่ผมต้องตาย
"ฉันขอคุยกับพ่อหนุ่มคนนี้ สักครู่นะ" เขาบอก
คนอื่นๆจึงพากันเดินออกจากห้องไป แต่ที่หน้าประตูห้องผมยังเห็นชายฉกรรจ์คนหนึ่งยืนอยู่
"ขอบใจอีกครั้งนะ ที่นายช่วยลูกชายของฉันเป็นครั้งที่สอง"
ผมยืนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่เฝ้าจับจ้องไปที่นัยน์ตาคู่นั้น
"นายคงอยากรู้สินะ ว่าฉันกับไอ้สิทธิ์ รู้จักกันได้อย่างไร"
"ฉันกับมันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เราหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน แต่เธอไม่ได้รับรักเราทั้งคู่ บางทีเธออาจจะไม่อยากให้เราผิดใจกัน"
"ฉันตัดสินใจแต่งงานกับคนอื่น"
"ส่วนมัน ก็ยังคงตามตื้อเธอต่อไป"
"เรื่องราวก็เหมือนจะเป็นไปโดยดี แต่วันหนึ่งฉันกับมัน เกิดไปมีเรื่องก็คู่อริตอนเราไปเที่ยวด้วยกัน"
"แล้วมันก็พลั้งมือ ฆ่าคนตาย"
"มันโดนจับ ตำรวจมีหลักฐานชัดเจน และกันฉันไว้เป็นพยาน"
"ศาลสินให้มันติดคุก"
"พอมันออกมา กลับพบว่าเธอมีคนใหม่ไปแล้ว"
"มันจึงตามราวีเธอ"
"ตอนนั้นฉันคอยให้การช่วยเหลือ เธออยู่เสมอ"
"จนมาวันหนึ่ง ตอนนั้นเธอท้องใกล้คลอด มันตามแกะรอยจนรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน"
"ฉันรู้ข่าวเลยรีบเตือนให้เธอหนีมา แต่รถของเธอกลับประสบอุบัติเหตุ เธอกับคนรักของเธอตาย"
"ส่วนเด็ก หมอช่วยชีวิตไว้ได้ราวกับปาฏิหาริย์ ฉันเลยรับเลี้ยงเด็กคนนั้นเอาไว้"
"สาบาน ว่าจะดูแลให้ดีที่สุด เพื่อก็การชดเฉยที่ฉันไม่สามารถปกป้องเธอได้"
"เด็กคนนั้น คือ นายแทนกมล"
พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ผมกลับยิ่งสบสน เรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอก ทำไมเหตุการณ์เดียวกันถึงแตกต่างกันได้ถึงเพียงนี้จากปากคนสองคน ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรักกัน
"ผมจะเชื่อคำพูดคุณได้อย่างไร"
"ไม้ใกล้ฝั่งอย่างฉันคงไม่มีอะไรต้องโกหกนายหรอก" เขาพูดพลางถอนหายใจอย่างอ่อนแรง
"ที่ฉันอยากให้นายมาช่วยดูแลตารัน เพราะรู้สึกถูกชะตากับนาย"
"นายเป็นคนมีฝีมือ"
"อีกอย่าง นายควรชดเฉยให้ตารันด้วยเหมือนกัน เพราะพ่อนายก็มีส่วนกับเรื่องนี้"
"อีกไม่นานฉันต้องไปต่างประเทศ และไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหรือเปล่า ฉันต้องหวังพึ่งนายแล้ว"
"นายไปได้แล้ว ฉันอยากผักผ่อน"
ผมสับสันกับเรื่องเล่าของคนทั้งสอง แต่ความจริงคืออะไร แล้วแม่ผมละเกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่ ผมคงต้องสืบหาความจริงต่อไป
อยู่หอมันลำบากอย่างนี้นี่เอง กินแม่งแต่มาม่ากับข้าวเซเว่น เห้อ!!
จวนบ่นกับตัวเองก่อนจะเดินเข้าเซเว่นใกล้ๆหอพัก
เลือกซื้อของเรียบร้อยมาจ่ายเงิน
"ทรูออนไลน์ 90 ด้วยน้อง"
"กดเบอร์ เลยค่ะ"
"083... ...."
เธอทวนหมายเลขอีกครั้ง แล้วพูดว่า
"นี่เบอร์พี่จวนหรอคะ"
เธอรู้จักผม? อ๋อ จำได้แล้ว คนที่นึกว่าผมเป็นพี่แสตมป์
"ได้เบอร์พี่ไปแล้วอย่าลืมโทรหานะน้อง..."
"ดาวค่ะ"
"สัญญาแล้วนะ"
เธอส่งยิ้มให้ผม ไม่ได้ตอบอะไร
ผมเข้านอนไม่นานก็หลับสนิท เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้
ผมยืนอยู่ที่หน้าบ้านน้าอ้อย...
จวนสายแล้วรีบขึ้นรถเร็วเดี๋ยวตกเครื่อง...
พี่ส้มเดินเข้ามากอดผม...
ผมอยู่กับพี่ที่นี่ได้ไหม...
ผมสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่ามีน้ำอุ่นๆมันไหลอาบแก้ม
ฝันแบบนี้อีกแล้วหรอวะกู
------------------------------------------------------------------------------
วันนี้แทนกมล หรือรัน ตื่นแต่เช้าขับรถมาเรียนที่มหาวิทยาลัย
เขามาถึงก่อนเวลาเข้าเรียนพอสมควร จึงแวะขึ้นไปปลุกเพื่อนซี้ที่หอ เพราะมันไม่มีโทรศัพท์ และคิดว่ามันคงตื่นสายเหมือนเคย แต่ผิดคาดเมื่อเขาเจอเพื่อนที่หน้าหอ
"เฮ้ย ไมวันนี้ตื่นเช้าจังวะ"
"เมื่อคืนกูนอนไม่ค่อยหลับว่ะ"
ผมเดินคุยกับมันไปเรื่อยเปื่อยจนถึงซุ้มประจำเซคของเรา
"ไมวันนี้แม่งเงียบๆวะ"
"สังสัยคงไปงานศพพี่แบงค์กันหมด" ผมตอบ
"เผาห้าโมงเย็นเนี่ยนะ"
"ไม่รู้วะ"
"เออนี่ มึงกับพี่แอนไปถึงไหนละวะ"
"กูไม่ได้เจอพี่เขาเลยวะ ตั้งแต่วันนั้นที่ สน."
"ช่างแม่ง ไม่ต้องไปสนใจผู่หญิงเยอะแยะ เดี๋ยวกูติดต่อน้องสาวกูให้เอาปะ"
"ดำๆอย่างมึงกูไม่เอานะ ฮ่าๆๆ"
"ไอ้สัส ไม่ดำเว้ย" ไอ้จวนด่าผมสะงั้น
"แล้วพี่แสนละครับ มีแฟนยัง" ผมถามพี่แสนเพราะเห็นพี่แกนั่งเงียบไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่มา
"ทำไมมึง จะแนะนำพี่สาวมึงให้พี่แสนหรอ"
"พี่มีคนที่รักอยู่แล้ว"
วันนี้พวกเราเรียนกันแค่คาบเช้า เพราะส่วนใหญ่จะไปร่วมงานฌาปณกิจพี่แบงค์ในตอนเย็น ผม ไอ้บาส เก๋ ไปด้วยกัน พี่แสนจะขับมอร์เตอร์ไซด์ไป ส่วนไอ้จวนกลับไปเอาโทรศัพท์ที่ลืมไว้ที่บ้านน้า
ที่วัดบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เพื่อนๆพี่แบงค์บางคนยังมองผมด้วยสายตาเคียดแค้น แต่ไม่มีใครพูดอะไร เพราะต้องให้เกียรติเจ้าภาพ
ผมเจอพี่แอนเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดเรื่อง ดูเธอโทรมๆผมเห็นเธอร้องไห้ ตอนที่ขึ้นไปวางดอกไม้จัน
"สิ่งใดที่ผมเคยล่วงเกินพี่ไป ขออโหสิกรรมนะพี่" ผมพูดกับพี่แบงค์ในใจ
เสร็จงานเราก็แยกย้ายกันกลับ ไอ้บาสและเก๋ ขอกลับกันเองเพราะเกรงใจผมที่บ้านอยู่คนละทางกับมัน
ตอนผมเดินมาที่รถ พบชายกลุ่มหนึ่ง 3-4 คนเหมือนยืนรอผมอยู่
"มึงใช่ไหมที่ชอบแย่งแฟนคนอื่น" ชายรูปร่างอ้วนตะโกนถามผม ผมไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อน ไม่ใช่เพื่อนที่มหาวิทยาลัยของพี่แบงค์แน่ๆ แต่คงเป็นเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งของเขานั่นแหละ
ผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเดินจะรีบเดินขึ้นรถ
"มึงจะรีบไปไหน" ชายอีกคนนึงพูดพร้อมกับขว้าไหล่ผม
ผมสะบัดหัวไหล่อย่างแรง เพื่อจะรีบหนี
"ไอ้เหี้ย" ได้ยินเสียงชายคนนึงร้องด่า แล้วผมก็โดนถีบ ตัวเซถลาไปติดกับประตูรถ
ปั๊ก
เสียงดังมาจากข้างหลัง ชายคนที่ถีบผมตอนนี้ถูกพี่แสน ที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ส่งลงไปนอนกับพื้น
"ไอสัส มึงเสือกอะไรด้วยวะ"
พี่แสนไม่พูดอะไร แต่ถีบมันกระเด็นไปไกล
คนที่เหลืออีก 2คนเข้ามารุมต่อยพี่แสนแต่ไม่โดน
หลังจากนั้นพี่แสนก็จัดการกับพวกมันทั้ง 4 คนจนลุกไม่ขึ้น ผมบอกพี่แสนว่าพอได้แล้ว แต่ก็ไม่มีที่ท่า ว่าพี่แสนจะหยุด พี่แสนเตะชายคนที่ถีบผมจนสลบแน่นิ่งไป
แล้วตำรวจก็มา ตำรวจควบคุมตัวพี่แสนไปที่ สน. ตอนแรกผมไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจอีกเลยลองพยายามโทรหาไอ้จวนเผื่อว่าจะให้พ่อมันช่วย แต่โทรไม่ติด สงสัยมันยังกลับไม่ถึงหอ
ครั้นจะโทรหาเฮียเอกก็ไม่กล้า ในที่สุดผมเลยตัดสินใจโทรหาน้าเป็ด เล่าเหตุการ์ทั้งหมดให้แกฟัง แกบอกให้ผมรออยู่สน.เดี๋ยวจะให้ทนายไปประกันตัวพี่แสนให้
ตอนแรกตำรวจจะตั้งข้อหาพี่แสนทำร้ายร่างกาย และพยายามฆ่า เพราะคู่กรณีคนที่ถีบผมต้องถูกส่งตัวไปโณงพยาบาล ส่วนอีก3คนก็บาดเจ็บกันไปพอสมควร ส่วนพี่แสนแทยไม่มีบาดแผลอะไรเลย
ผมนั่งรออยู่สักพัก พี่ฝ้ายก็มาอยู่เป็นเพื่อน
"เป็นหรือป่าวรัน เจ็บตรงไหนไหม" พี่ฝ้ายถามหน้าตาตื่นเมื่อเจอผม
"ไม่เป็นไรครับพี่" แล้วทำอีท่าไหนถึงไปมีเรื่องกับพวกมันได้
ผมก็เล่าเหตุการ์ทั้งหมดให้ฟัง
ทนายมาถึง ไม่ได้ถามอะไรผม เพราะคงทราบเรื่องทั้งหมดจากน้าเป็ดแล้ว
เขาพูดคุยกับตำรวจอยู่ครึ่งชั่วโมง ตำรวจก็เรียกผมไปสอบปากคำอีกครั้ง
ตอนนี้จากที่พี่แสนเป็นผู้ต้องหา กลับกลายเป็นพลเมืองดีที่มาช่วยผมในคดีปล้นทรัพย์ พี่แสนเลยถูกปล่อยตัวออกมา ส่วนพวกมัน4คน โดนตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์แทน
"รัน พ่อให้พาเพื่อนไปพบที่โรงพยาบาลด้วยแน่ะ"
"ตอนนี้เลยหรอครับ"
"ใช่ พ่อบอกมีอะไรจะคุยด้วยหน่อย"
"พี่ว่าไงครับ สะดวกไหม"
พี่แสนพยักหน้ารับ
"ส่วนเรื่องรถนาย เราจะให้คนขับไปให้ที่โรงพยาบาลนะ"
"ครับ"
แล้วเราก็ไปโรงพยาบาลกัน ระหว่างทางผมแนะนำให้พี่ฝ้ายกับพี่แสนรู้จักกัน
"รันเป็นไรหรอเปล่าลูก บาดเจ็บตรงไหนไหม" น้าเป็ดถาม แล้วเดินมาสำรวจร่างกายผม
"ขอบคุณมากนะ นายแสนที่ช่วยรัน" หน้าเป็ดหันไปพูดกับพี่แสน
"นายหรอที่ช่วยตารัน" พ่อผมถาม
"สวัสดีครับ คุณ...ลุง" พี่แสนตอบ แต่คำสุดท้ายดูเหมือนจะหยุดคิดว่าจะเรียกพ่อผมว่าอะไรอยู่อึดใจหนึ่ง
"จริงพี่แสน ช่วยผมไว้สองครั้งแล้วครับ ครั้งแรกวันที่ร้านเหล้า ถ้าไม่ได้พี่แสนผมคงแย่ วันนี้ก็อีก ผมไม่รู้จะขอบคุณพี่ยังไงดี"
"จริงหรอ ฉันขอบใจนายมากนะ" พ่อผมบอก
"แล้วบ้านนายอยู่ไหนล่ะ"
"บางนาครับ"
"ไกลจัง อยู่กับพ่อแม่หรอจ๊ะ" น้าเป็ดถาม
"ผมอยู่คนเดียวครับ"
"ถ้าไม่รังเกียงก็มาอยู่ที่บ้านฉันนะ จะได้ช่วยมาดูแลเจ้ารันด้วย คิดสะว่าเป็นน้องชายนายละกัน" พ่อผมบอกพี่แสน
"ดีเลยครับพี่ นะครับพี่แสน"
"ผมเกรงใจ.."
"ไม่ต้องเกรงหรอกครับ พี่ช่วยชีวิตผมไว้ตั้งสองครั้ง ผมอยากตอบแทนพี่บ้าง"
"เอาเป็นว่าตามนี้ ถ้านายพร้อมเมื่อไหร่ก็มาอยู่บ้านฉันได้ทันที"
"ขอบคุณครับ..คุณลุง"
พี่แสนรับคำพ่อผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ผมแอบเห็น รอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากของพี่ฝ้าย ที่อยู่ที่นี่ด้วยแต่ไม่ได้พูดอะไรเลย
....เสียงโทรศัพท์ผมดัง หยิบขึ้นมาดู ไอ้จวนโทรมา
----------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปตอนที่ นายลำพูน หรือ จวน หนุ่มคมเข้ม แยกทางกับเพื่อนๆ เพื่อกลับมาเอาโทรศัพท์ที่บ้านน้า
ผมกลับมาถึงบ้านราว บ่าย3โมง
"อ้าว แบตหมดแล้วนี่หว่า ที่ชาร์ตก็ไม่ได้เอามาด้วย ทำไงดีวะ"
คิดไปคิดมาลองไปขอยืมจากยัยโมดีกว่า เห็นกลับมาแล้วมั้งเห็นกระเป๋าวางอยู่ข้างล่างนี่
ผมเดินไปถึงหน้าห้อง ก็ต้องชะงัก เพราะมีเสียงแปลกๆ เป็นเสียง ซู๊ดปากด้วยความเสียวซ่านของผู้หญิง ไม่ต้องเห็นด้วยตาผมก็เข้าใจสถานกาณ์ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องโม
ผมไม่อยากรบกวนธุระส่วนตัวของโมเลยตัดสินใจไม่เรียก
ผมเดินกลับออกมาเงียบๆ ก่อนจะออกไปตอนใส่รองเท้า เผอิญผมดันเห็นรองเท้าผู้ชายจะไม่ว่าเลยถ้ามันมีคู่เดียว แต่นี่มันดันมี 2คู่
เฮ้ย ยัยโม นี่มันยังงัยวะเนี่ย หรือ ไอ้2ตัวนี้แม่งจะข่มขืนน้องผมป่าววะ แต่ก็ไม่น่าเพราะถ้าไม่สนิทกันมากยัยโมจะกล้าพามาบ้านหรือ
ผมสองจิตสองใจว่าจะเอายังไงดี ถ้าโมโดนข่มขืนก็น่าจะร้องให้ช่วย หรือเพื่อนอีกคนนึงจะออกไปข้างนอกแล้วใส่รองเท้าคู่อื่นไป ผมคิดไปคิดมาอยู่พักนึง เลยตัดสินใจลองดูก่อนดีกว่าว่ามันยังงัยกันแน่
ที่บ้านหน้าผมปลูกมะม่วงอยู่2ต้น จึงมีบันไดเอาไว้ปีนเก็บ
ผมเอาบันไดวางพาดใกล้ๆหน้าต่างห้องโมอย่างเงียบเฉียบที่สุด ค่อยๆปีนขึ้นไปจนถึงขอบหน้าต่าง แม้ห้องของโมจะมีผ้าม่าน แต่ก็ยังมีช่องให้ผมมองเข้าไปได้อย่างถนัดตา
แม้จะรู้อยู่แล้วว่าจะเจออะไร แต่ก็อดขาสั่นไม่ได้กับภาพที่เห็นตรงหน้า
โมนอนหงายหลับตาพริ้ม ให้ไอ้หนุ่มคนหนึ่งที่มีแค่กางเกงในบ็อกเซอ เลียหีอยู่
ปากก็ร้องคราง โดยที่ไม่อายสายตาไอ้หนุ่มอีกคนที่นั่งจ้องอยู่ข้างๆตาไม่กระพิบ
ตอนนั้นผมคิดว่า ถ้าร้องห้ามวันนี้โมคงไม่โดนเย็ด แต่ดูแล้วมันจะทำให้ผมผิดใจกับเธอถึงขั้นมองหน้ากันไม่ติดเปล่าๆ และนี่ก็คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำอย่างนี้
ไอ้หนุ่มคนนั้นเลียหีโมอยู่ไม่นานก็ถอดกางเกงในออก แล้วพูดว่า
"เอาละนะ"
"อือ..." เสียงโฒตอบรับอย่างเว้าวอน
ไอ้นั่น หยิบถุงยางมาใส่ดูแล้วของมันไม่ได้ใหญ่เท่าไร
ผมคิดในใจว่าก็ยังดีวะที่รู้จักป้องกัน
"ซี๊ดดดด" ได้ยินเสียงโมครางเสียงกระเส่าแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง
ไอ้นั่นนั่งยองๆ กระเด้าโมอย่างสนุกควย ปากก็ร้องคราง
"โอ้ยย ฟิตชิบหายเลยวะ เสียวว ซี๊ดดด" ผมเห็นเบาหน้าสุดเซกซี่ของน้องสาวผมในตอนนี้ ก็แทบทนไม่ไหวควยแข็งน้ำจะแตก
"ขอท่าหมานะโม" น้องสาวผมได้ยินก็พลิกตัวขึ้นคลานเข่าทันที
ไอหนุ่มคนนั้นไม่รอช้าตามเข้ามาประกบด้านหลังเธอ
มันเอาควยถูไถร่องหีของโม จนโมต้องร้องบอกมันว่า
"ซี๊ดดด ตัวเองจะเอาก็เอาสิ อย่าแกล้งเค้า"
แล้วมันก็ค่อยๆดันควยเข้าไป "อ้าาาา"
มันเริ่มซอยแต่เบาเหมือนกลัวน้ำควยจะระเบิดออกมา ปากก็ร้อง ซี๊ดซ๊าดด
ไอ้อีกคนนึงคงจะระงับความเงี่ยนไว้ไม่ไหว เดินมาตรงหน้าโม แล้วงัดควยขึ้นมา กางเกงไม่ถอด
"ชักให้เราหน่อยสิ" มันพูดเสียงสั่น
โมหันมามองหน้าอีกคนที่กำลงัตั้งหน้าตั้งตาซอยอยู่
"ซี๊ดดด อ้าาา เถอะนะโม ช่วยมันหน่อย อืออออ" ไอนั่นไม่หยุดซอยแต่ช่วยขอร้องโมอีกคน
จังหวะที่โมจะหันหน้ากลับไป เหมือนเธอจะสบตาผมชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง หรือบางทีผมอาจจะคิดไปเองก็ได้
แล้วโมคว้าควยของไอ้อีกคนนึงมาชัก ทำอยู่ไม่นานมันก็ร้อง
"ไม่ไหวแล้ว โอ้ยยยยย"
แล้วมันก็ปล่อยน้ำว่าวแตกเลอะเต็มที่นอนโม
ไอ้คนที่กำลังซอยอยู่ก็เร่งจังหวะ ซอยอย่างรวดเร็ว
พับๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
"ซี๊ดดดด อ้าวววววว ซู๊ดดดดด อื้อออออ"
สามเสียงประสานกัน ไม่นาน ร่างของมันก็กระตุก โมทิ้งตัวลงนอน มันนอนคว่ำทับตัวโม
ผมปีนบันไดลงมา เพราะรู้ว่าหนังสดตรงหน้าได้จบลงแล้ว
ผมออกจากบ้านไปทันที แปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมโมถึงทำอย่างนี้ ไอ้มีเซกส์นี่ไม่แปลก แต่2-1 นี่มันก็นะ...
ผมกลับมาถึงหอพักจิตใจยังคงฟุ้งซ่าน และงุ่นง่านอย่างยิ่งชาร์ตแบตโทรศัพท์
มีหลายสายโทรมา ทั้งพ่อ ไอ้รัน แล้วก็เบอร์แปลกๆ
ผมโทรกลับหาพ่อเป็นแรก
"สวัสดี ครับพ่อ"
"เออ กว่าจะโทรกลับมาได้"
"มีอะไรหรือเปล่าพ่อ"
"ก็ เรื่องที่แกถามวันนั้น ไอ้ที่มีเด็กกระโดดตึกฆ่าตัวตาย"
"อ๋อ ว่าไงครับ"
"พ่อให้ผู้กำกับลองเช็คอย่างละเอีอด มีจุดน่าสงสัยคือ พบรถพี่ชายของคู่กรณีที่มีเรื่องวิวาทกัน มาจอดรถอยู่แถวนั้นในเวลาที่เกิดเหตุด้วย แต่ก็ไม่มีหลักฐานมากกว่านั้นจะปรักปรำเขา เพราะกล้องวงจรปิดที่หอพักเสีย แล้วห้องพักก็ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยนิ้วมือแฝง และยังพบจดหมายลาตายที่ผู้ตายเขียนเองด้วย ทางพนักงานสวบสวนเลยสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย"
"ครับ ครับ"
"แล้วแก ก็อย่าก่อเรื่องให้มันมากนักนะ"
"ครับพ่อ"
ต่อมาผมก็โทรหาไอ้รัน
"โทรมาทำไมวะ มีอะไรป่าว"
"มีเรื่องนิดหน่อยวะ ตอนนี้เรียบร้อยละ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูเล่าให้ฟัง"
ยังมีเบอร์แปลกๆ โทรหาผม ตั้งแต่เมื่อคืน
"สวัสดีครับ ได้โทรมาเบอร์นี้หรือเปล่า"
"นี่ดาว เอง"
"ดาว...ดาว อ๋อ ว่าไงจ๊ะ"
"ก็พี่บอกให้ดาวโทรหาไม่ใช่หรอแต่ก็.."
"พอดี พี่พึ่งเปิดเครื่องนะจะขอโทษทีนะ"
"พี่อยู่ไหนคะ หิวหรือเปล่า กินข้าวยัง"
"ยังเลย พี่กำลังหิวอยู่พอดี ดาวซื้อข้าวมาให้พี่หน่อยได้ปะ หิวจนเดินไม่ไหวแล้วเนี่ย"
"แล้วจะให้เอาไปให้ที่ไหนละ"
"ที่ห้อง...."
"โอเคค่ะ รอแปปนึงน๊า เดี๋ยวดาวอาบน้ำแต่งตัวก่อน"
----------------------------------------------------------------------------------------
ที่โรงพยาบาล ผมแสนฤทธิ์ ยืนอยู่ตรงหน้า ชายที่เป็นศัตรูของพ่อผม ซ้ำยังเป็นคนทำให้แม่ผมต้องตาย
"ฉันขอคุยกับพ่อหนุ่มคนนี้ สักครู่นะ" เขาบอก
คนอื่นๆจึงพากันเดินออกจากห้องไป แต่ที่หน้าประตูห้องผมยังเห็นชายฉกรรจ์คนหนึ่งยืนอยู่
"ขอบใจอีกครั้งนะ ที่นายช่วยลูกชายของฉันเป็นครั้งที่สอง"
ผมยืนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่เฝ้าจับจ้องไปที่นัยน์ตาคู่นั้น
"นายคงอยากรู้สินะ ว่าฉันกับไอ้สิทธิ์ รู้จักกันได้อย่างไร"
"ฉันกับมันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เราหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน แต่เธอไม่ได้รับรักเราทั้งคู่ บางทีเธออาจจะไม่อยากให้เราผิดใจกัน"
"ฉันตัดสินใจแต่งงานกับคนอื่น"
"ส่วนมัน ก็ยังคงตามตื้อเธอต่อไป"
"เรื่องราวก็เหมือนจะเป็นไปโดยดี แต่วันหนึ่งฉันกับมัน เกิดไปมีเรื่องก็คู่อริตอนเราไปเที่ยวด้วยกัน"
"แล้วมันก็พลั้งมือ ฆ่าคนตาย"
"มันโดนจับ ตำรวจมีหลักฐานชัดเจน และกันฉันไว้เป็นพยาน"
"ศาลสินให้มันติดคุก"
"พอมันออกมา กลับพบว่าเธอมีคนใหม่ไปแล้ว"
"มันจึงตามราวีเธอ"
"ตอนนั้นฉันคอยให้การช่วยเหลือ เธออยู่เสมอ"
"จนมาวันหนึ่ง ตอนนั้นเธอท้องใกล้คลอด มันตามแกะรอยจนรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน"
"ฉันรู้ข่าวเลยรีบเตือนให้เธอหนีมา แต่รถของเธอกลับประสบอุบัติเหตุ เธอกับคนรักของเธอตาย"
"ส่วนเด็ก หมอช่วยชีวิตไว้ได้ราวกับปาฏิหาริย์ ฉันเลยรับเลี้ยงเด็กคนนั้นเอาไว้"
"สาบาน ว่าจะดูแลให้ดีที่สุด เพื่อก็การชดเฉยที่ฉันไม่สามารถปกป้องเธอได้"
"เด็กคนนั้น คือ นายแทนกมล"
พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ผมกลับยิ่งสบสน เรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอก ทำไมเหตุการณ์เดียวกันถึงแตกต่างกันได้ถึงเพียงนี้จากปากคนสองคน ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรักกัน
"ผมจะเชื่อคำพูดคุณได้อย่างไร"
"ไม้ใกล้ฝั่งอย่างฉันคงไม่มีอะไรต้องโกหกนายหรอก" เขาพูดพลางถอนหายใจอย่างอ่อนแรง
"ที่ฉันอยากให้นายมาช่วยดูแลตารัน เพราะรู้สึกถูกชะตากับนาย"
"นายเป็นคนมีฝีมือ"
"อีกอย่าง นายควรชดเฉยให้ตารันด้วยเหมือนกัน เพราะพ่อนายก็มีส่วนกับเรื่องนี้"
"อีกไม่นานฉันต้องไปต่างประเทศ และไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหรือเปล่า ฉันต้องหวังพึ่งนายแล้ว"
"นายไปได้แล้ว ฉันอยากผักผ่อน"
ผมสับสันกับเรื่องเล่าของคนทั้งสอง แต่ความจริงคืออะไร แล้วแม่ผมละเกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่ ผมคงต้องสืบหาความจริงต่อไป
วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557
แสน รัน จวน ตอนที่5
ตอนที่ 5 ปีศาจ
ผมรันกับจอยอยู่แต่ในห้อง ไม่ได้ออกไปไหน 2วัน2คืนเต็มๆ เสื้อผ้าไม่ใช่สิ่งจำเป็นในชีวิตของเราในตอนนี้ เพราะทั้งผมและเธอแทบจะไม่ได้สวมใส่มันเลย อาหารก็ใช้บริการของโรงแรม แต่เช้าวันนี้ผมคงต้องจากวิมานรักนี้ไปชั่วขณะ
ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป หน้าที่เป็นสิ่งที่เราต้องตระหนักถึงและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด หน้าที่ของผมตอนนี้คือเรียนหนังสือ
แม้ผมจะพึ่งผ่านการติวบทรักกับจอยสาวผู้เป็นอาจารย์สอนวิชาบนเตียงให้ผมมาหลายต่อหลายบทแล้วตลอด2คืนที่ผ่านมา แต่ผมก็ยังรู้สึกโหยกระหายมันอยูทุกเวลา ถ้าเปรียบเซกส์เหมือนอาหาร ต่อให้เราจะกินอิ่มแค่ไหนสักพักเราก็จะหิวอีก ตอนนี้ผมคงเป็นหนุ่มน้อยจอมตะกละตะกลามที่กินอาหารตรงหน้าอย่างไม่รู้จักพอ
"จะไปแล้วหรอ"
"จะ"
"เดี๋ยวรอก่อน เค้าไปด้วย ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้ามาสองวันละ ตัวเองเล่นไม่ให้เค้าออกไปไหนเลย" จอยบอก
ผมขับรถไปส่งจอยที่แมนชั่นของเธอ ก่อนจากผมบอกว่าจะมารับเธอตอนบ่าย แต่เธอบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวทำอะไรๆเสร็จ จะไปรอผมที่ห้องเลย เราจึงตกลงกันตามนั้น
ผมมาถึงมหาวิทยาลัย เข้าเรียนคาบแรก ไอ้จวนยังไม่มา ผมลองโทรหามันก็ไม่รับสาย สงสัยว่ามันจะยังกะเวลาไม่ถูกกับการจราจรที่แสนสาหัสในตอนเช้าของกรุงเทพมหานคร
ในห้องเรียนผมยังคงตกเป็นจำเลยสังคมเพราะทุกคนคิดว่าผมเป็นต้นเหตุให้พี่แบงค์ฆ่าตัวตาย บรรยากาศช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ผมจำต้องแยกออกมานั่งหลบมุมอยู่คนเดียว
แต่กลับมีนักศึกษามาใหม่ มาเรียนวันนี้เป็นวันแรกมานั่งข้างๆผม
เขาชื่อแสนฤทธิ์ เขาบอกผมว่าพึ่งเทียบโอนมาจากมหาวิทยาลัยอื่น
ผมสังเกตุว่าเขาเป็นคนเงียบๆพูดน้อย ตลอดคาบเรียนเราไม่ได้คุยอะไรกันมากกว่านั้น จนจบคาบแรกไอ้จวนก็ยังไม่มา
แต่พอผมออกมาจากห้องมันก็ยืนรออยู่แถวนั้น
"อ่าวมึง มาถึงแล้วทำไม่เขาเรียนวะ"
"ไอ้เชี่ย กูพึ่งถึงเนี่ย แม่งรถติดชิบหาย" ไอ้จวนบ่นอุบ
"แล้วนี่ใครวะ หน้าคุ้นๆ" ไอ้จวนถาม
"นี่พี่แสน" "นี่ไอ้จวนเพื่อนสนิทผม" ผมแนะนำ
"กูนึกออกละ ใช่พี่ที่เป็นนักดนตรีที่ร้านวันนั้นปะ" ไอ้จวนถาม
แสนพยักหน้ารับเรียบๆ
"มีคนบอกผมว่าเห็นพี่ขว้างอะไรสักอย่างใส่มันชะปะ ตอนที่มันควักปืนออกมา"
"อืม.."
"อ๋อ พี่เองหรอที่ช่วยพวกผม ขอบคุณมากครับพี่" ผมบอกพี่แสนด้วยความซาบซึ้ง
"แล้วพี่อายุเท่าไรแล้วครับ ถ้าซิ่วมาต้องแก่กว่าพวกผมแน่ๆ" ไอ้จวนถาม
"21"
"งั้นพวกผม เรียกพี่ ว่าพี่แสน นะครับ"
"ปะ หาไรกินกัน" ไอ้จวนเสนอ เราสามคนจึงเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นมา
พี่แสนไม่ได้ เรียนกับพวกผมตลอด เพราะบางวิชาพี่เขาเคยเรียนมาก่อนแล้ว
วันนี้ ผมยังไม่เห็นพี่แอนเหมือนเคย ไม่รู้ว่าเธอจะทำใจกับเรื่องร้ายนี้ได้หรือยัง
น้องกิ๊ฟโทรมาหาผม ถามว่าพี่ไปไหน วันนั้นกิ๊ฟอุส่าห์ไปหาที่บ้านไม่เจอพี่เลย
แล้วก็ชวนผมไปเดินเล่นที่ห้างตอนเย็น แต่ผมปฎิเสธไปเพราะเย็นนี้ผมมีนัดกับเอนจอยด์ ครูสุดที่รักของผม
"เห็นมึงคุยโทรศัพท์ กูนึกขึ้นได้ แม่งของกูเสือกลืมไว้ที่บ้านน้า ต้องกลับไปเอาอีก เซงชิบหาย" ไอ้จวนบ่นไม่เลิก
ไอ้บาสเข้ามาร่วมวงสทนานี้อีกคน
"ไอ้รัน ทำไมวันนี้มึงดูเซียวๆวะ อดนอนหรอมึง" ไอ้บาสทักผม
"เออ จิงหวะ กูก็ว่า มึงไปทำอะไรมาวะ ตั้งแต่วันนั้นที่โทรมาก็ดูซึมๆ" ไอ้จวนถาม
"เออ กูมีปัญหากับที่บ้านนิดหน่อยวะ"
"มีอะไรบอกกูได้นะ" ไอ้จวนบอกผมอย่างเป็นห่วง
"ตอนนี้ กูดีขึ้นละ"
"อ่าว แล้วนี่ใครวะ" ไอ้บาสถามเมื่อเห็นพี่แสนที่นั่งนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา
"นี่พี่แสน พึ่งซิ่วมาจาก.."
"ใช่พี่ที่..."
"เออนั่นแหละ" ไอ้จวนร้องบอก
"หวัดดีครับพี่ ผมบาสนะครับ"
พี่แสนพยักหน้ารับ
"พรุ่งนี้เผาศพพี่แบงค์ มึงจะไกันเปล่าวะ" ไอ้บาสถาม
"เออ ไปก็ดีวะ จะได้ขออโหสิกรรม พี่เขา" ผมบอก
"กูขอตัววะ พรุ่งนี้ว่าจะกลับไปเอาโทรศัพท์ ที่บ้านน้า วันนี้แม่งเลิกเย็น เบื่อรถติด" ไอ้จวนบอกผม
"เออ ไม่เป็นไรเพื่อน"
ราวๆ 4โมงเย็น เราก็เลิกเรียน
"พี่แสนพักอยู่ที่ไหนครับ" ผมถาม
"แถวบางนา"
"โห ไกลชิบหาย ถ้าพี่ไม่รังเกียจมาพักกับผมที่หอได้นะพี่" ไอ้จวนเสนอ เพราะพึ่งรู้ซึ้งกับการจราจรเมืองกรุง
"ไม่เป็นไร พี่ชินแล้ว"
พี่แสนคงคุ้นเคยกับการขับมอร์เตอร์ไซด์จากบ้านมาที่นี่ เพราะพี่เขาเคยทำงานแถวนี้มาก่อน
แล้วเราก็แยกกัน ก่อนกลับไอ้จวนที่เดินมาส่งผมที่จอดรถข้างมหาวิทยาลัยแซวผมว่า วันนี้ขับรถหรูมาเลยนะมึง
ผมขับรถจากมหาวิทยาลัย สู่วิมานรักกลางกรุงของผมไม่นานผมก็มาถึง
ผมเดินผ่านล็อบบี้ ขึ้นลิฟท์ เดินไปตามทางเดินด้วยจิตใจเบิกบาน นึกถึงสิ่งที่รอผมอยู่ข้างหน้าแล้ว มันทำให้ผมหิวกระหายอีกครั้ง ผมแตะคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไป
แอร์เปิดอยู่ ที่ห้องรับแขก อ่าาเธอมาถึงแล้วก่อนแล้วสินะ
ตอนนี้ผมได้ผมได้ยินเสียงผู้หญิงร้องคราวครางดังออกมาจากห้องนอน
"ซี๊ดดดดด อ้าาาาาาา" ผมคิดในใจว่า ครูสาวผู้ร้อนแรงของผม นี่เตรียมพร้อมวอร์มตัวเองรอผมกลับมาเลยหรอเนี่ย
ผมค่อยๆเดินไปช้าๆ หวังทำให้เธอประหลาดใจที่ได้พบผม
แต่แล้ว...
ผมกลับกลายต้องเป็นคนประหลาดใจเสียเอง ดวงตาเบิกกว้าง แทบไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นอยู่ตรงหน้า เพราะคนที่ทำให้ครูสาวร้องครวญครางไม่ใช่ตัวเธอเอง แต่กลับเป็น เฮียเอก พี่ชายผม
"ซี๊ดดดด อ้าาาาาา โอ้ยย เบาๆคะเฮีย จอยเจ็บ"
เฮียเอก ยืนสองมือจับจอยแหกขา กระหน่ำแทงรูหี ของเธอไม่ยั้ง
"โอ้ยยยยย โอ้ยยยย" จอยร้องไม่หยุด สองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่น
"ซี๊ดดดด โอ้วววว ซี๊ดดดด" จอยร้องครวญครางทุกจังหวะที่เฮียเอง ทิ้งน้ำหนักตัวลงไป
ไม่มีเสียงใดๆหลุดออกมาจากปากพี่ชายผม
บางทีที่อยู่ตรงหน้าผมนี้อาจไม่ใช่คน แต่เป็นปีศาจร้ายที่ไร้ความรู้สึก
ทั้งสองยังไม่รู้ตัวว่าผมมายืนดูพวกเขาอยู่เพราะหันหลังให้ประตู
เฮียเอกจับจอยพลิกตัวคลานเข่า แล้วจับควยตัวเองจ่อทางด้านหลัง ออกแรงกดมันลงไปช้าๆ ผมไม่แน่ใจว่าเฮียเอกเอามันเสียบไปที่รูไหนของจอยกันแน่
ตอนนี้จอยกำหมัดแน่ ไม่มีเสียงร้อง เหมือนกำลังกัดฟันกลั้นมันไว้อยู่
เฮียเอกเริ่มซอยเบาๆเหมือนรอให้อะไรๆเข้าที่เข้าทาง ไม่นานก็เร่งจังหวะ
ป๊าป ป๊าป ป๊าป ป๊าป เสียงดังมาจากทั้งคู่เฮียเอกไม่ได้ซอยเร็วหนักแต่ทุกทีที่เด้งเข้าหาจอยมันช่างรุนแรงเหลือเกิน
"อ้ายยยย" ผมได้ยิงเสียงจอยหวีดร้อง
เฮียเอกเอามือไปดึงผมของจอยขึ้นมาอย่างรุนแรงจนหัวของจอยเหมือนลอยติดมือมาด้วย
"โอ้ยย เฮีย ซี๊ดดดด" เสียงจอยร้อง
ปั๊ป ปั๊ป ปั๊ป ปั๊ป ปั๊ป ปั๊ป
เฮียเอกซอยถี่ขึ้นเร็วขึ้นแต่ไม่ได้ลดความรุนแรงลงเลย
"โอ้ยยยยย ไม่ไหวแล้ว จอยจุก จุกคะเฮีย พอก่อนคะ ไม่ไหวแล้ว ซี๊ดดด โอ้ยยยย"
"เอาออกก่อนคะเฮีย จอยเจ็บแสบไปหมดแล้ว" จอยพยายมวิงวอนขอความเห็นใจจาก เฮียเอก แต่ไม่มีความปราณีใดๆจากพี่ชายผม
เขายังคงกระแทกบันท้ายของครูสาวร่างเล็กของผมต่อไป
"ซี๊ดดด อ้าาาาา ซี๊ดดด โอ้ยยยย" จอยกรี๊ดร้องเสียงหลง
เธอคงทนไม่ไหวแล้วจริง เพราะตอนนี้เธอคลานหนีจากเฮียเอก แล้วพลิกตัวนั่งพิงกับขอบเตียง
ผมสังเกตุเห็นว่า ทั้งรูหี แล้วรูตูดของเธอบานอ้า เข้าใจแล้วว่าเมื่อกี้ท่าหมาที่เธอโดนเฮียเอกเย็ด ต้องเป็นทางตูดแน่ๆ
"รัน" เธอเห็นผมที่ยืนอยู่หน้าประตู
เฮียเอกหันมาช้าๆ ไม่มีอาการตกใจแต่อย่างไร
"หึ มาได้จังหวะพอดี จะมาร่วมด้วยกันไหมละ"
ผมไม่แปลกใจกับเสียงร้องโหยหวน และรูหีรูตูดที่บานๆของเธอในตอนนี้อีกแล้ว
เพราะ เมื่อเห็นควยของเฮียเอก เอาความยาวของผม กับ ความใหญ่ของไอ้จวนมารวมกัน ยังเทียบไม่ได้เลยกับควยของเฮียเอก ที่นอกจากทั้งใหญ่ทั้งยาว แล้วยังฝังมุกอีกไม่ต่ำกว่า3เม็ดด้วย
ผมที่ยืนตาค้างเพราะได้มาเห็นบทพิสวาทของพี่ชายกับครูสาวสุดรักของเพราะก็ได้สติหลังจากที่ ได้ยินเสียงคนทั้งสองตรงหน้าทัก
"เฮียทำอย่างนี้ได้ไง จอยเป็นผู้หญิงของผมนะ"
"ผู้หญิงของแกหรือ" เฮียเอกทวนคำน้ำเสียงเย้ยหยัน
"ใช่" ผมตอบเสียงแข็ง
เฮียเอกที่ตอนนี้ใส่เสื้อผ้าแล้ว เดินเข้ามาหาผม
เพี๊ยะ....
เฮียเอกตบหน้าผม ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ออกแรงมากเท่าไร แต่ก็ทำให้ผมตาพร่าไปเลยทีเดียว
"อีนี่ มันเป็นกระหรี่ ใครมีเงินก็เอามันได้ทั้งนั้นแหละ"
พูดจบ เฮียเอกก็ควักเงินให้จอยไป 30000 บาท
"สำหรับที่อยู่กับมันมา 3 วัน"
"ส่วนแก กลับบ้านสะ อย่าให้ฉันต้องมาเป็นครั้งที่สอง" เฮียเอกหันมาพูดกับผมด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แล้วเฮียเอกก็จากไป
"รัน เป็นไรไหม"
"มะ ไม่เป็นไร" ผมตอบเธอเสียงสั่น
จอยเล่าให้ผมฟังว่า เฮียเอกเป็นเจ้าของ อาบอบนวด ที่จอยทำงานอยู่
วันนี้ที่รันกับเพื่อนมาเที่ยว เฮียเอกสั่งให้จอยดูแลรันให้ดี ตอนนั้นจอยไม่รู้หรอกว่ารันเป็นน้องชายเฮียเอก เพราะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักนิด
ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เฮียเอกเป็นเจ้าของอาบอบนวด เพราะผู้รู้แค่ว่าที่บ้านของผมทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์
จอยเล่าต่อว่า พอจอยกลับมาที่ห้องก็เจอเฮียเอกนั่งรออยู่แล้ว
เฮียเอกบอกว่าจอยล้ำเส้นจากนี้ไปอย่ามาเจอกับรันอีก ตอนนั้นจอยก็ไม่เข้าใจ จนรันกลับมาจอยถึงรู้ว่าเฮียเอกเป็นพี่ชายของรัน
เฮียเอกบอกให้จอยแก้ผ้า จอยไม่กล้าขัด เฮียเอกจึงเอาจอยทั้งประตูหน้าและประตูหลัง เกือบ2ชั่วโมง รันก็มาเจออย่างที่เห็นเนี่ยแหละ
ผมไปส่งจอยที่หน้าแมนชั่น จอยบอกผมว่า โชคดีนะรัน แล้วเดินจากไป....
ผมมีลางสังหรณ์ว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกัน ขอบคุณนะจอยสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ผมพูดกับเธอในใจ
ผมกลับมาบ้าน และอยากไปขอโทษพ่อเป็นอย่างแรก
ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ถึงท่านไม่ใช่พ่อแท้ๆของผมก็ไม่เป็นไร ยังไงผมก็จะเคารพรักท่านเหมือนพ่อแท้ๆต่อไป
ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมได้รักความรักอย่างดีจากพ่อคนนี้มาตลอด ผมมาลองคิดดูก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมเฮียเอกถึงไม่เคยญาติดีกับผมเลย เฮียเอกคงไม่พอใจที่พ่อรักผมซึ่งไม่ใช่ลูกแท้ๆมากกว่าตัวเองเสียอีก
ผมเดินตามหาพ่ออยู่นานแต่ยังไม่พบ
"อ่าว รันกลับมาแล้วหรอ ไปอยู่ไหนมาหลายวัน" พี่ฝ้ายทักผม
"บ้านเพื่อนนะพี่ " ผมโกหกไป
"ดีขึ้นแล้วสินะ เราอะ"
"ครับ"
"เอ่อ พี่ฝ้าย แล้วพ่อไปไหนละครับ ไม่อยู่บ้านหรอ"
"อ๋อ.. พ่ออยู่โรงพยาบาล...นะ ก็ตั้งแต่วันที่เราหนีไปนั่นแหละ"
ผมตกใจ และโมโหตัวเองมากที่ทำตัวงี่เหง้าอย่างนั้นกับพ่อ
"แล้วพ่อเป็นอะไรมากไหมครับ"
"ไม่เป็นไรแล้วจะ พ่อแค่อ่อนเพลียหมอเลยให้แอดมิด จะได้พักผ่อนเยอะๆ"
จากนั้นผมก็รีบออกเดินทางไปโรงพยาบาล
"อ่าว รันมาแล้วหรอลูก" น้าเป็ดร้องทัก
"ครับ"
"ไป ฟาง ฟ้าลูก เราออกไปซื้อขนมกัน" น้าเป็ดพูดพลางจูงมือลูกทั้งสองออกมาเหมือนรู้ว่าผมอยากคุยกับพ่อตามลำพัง
"ฟางมองผมแปลกๆ คงรู้แล้วว่าผมไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของเธอ ส่วนยัยฟ้าตัวแสบก่อนเดินออกจากห้องก็แกล้งเหยียบเท้าผมอย่างแรง แต่ผมไม่รู้สึกเจ็บที่เท้าเลย
ตอนนี้ผมเจ็บที่ใจมากกว่า ที่ตัวเองโง่เหง้าสิ้นดี ผมคงเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อล้มป่วยลงแบบนี้
"พ่อครับ ผมขอโทษ" ผมเดินเข้าไปกราบที่มือท่าน น้ำตารินไหลออกมาเป็นทาง
"ไม่เป็นไรหรอก ลูก รัน" ท่านพูดพลางลูบหัวผมอย่างเอ็นดู
วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557
แสน รัน จวน ตอนที่4
ตอนที่ 4 คนแรกของหัวใจ...คนสุดท้ายของชีวิต
ในชีวิตวัยเด็กของ จวน หนุ่มน้อยจากนครศรีธรรมราช ได้มีโอกาสสัมผัสกับรักครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 13ปี
ย้อนกลับไป 5 ปีที่แล้ว ตอนที่ผมติดตามแม่มางานศพของคุณยาย ที่กรุงเทพฯ เป็นเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์ ผมและแม่ต้องมาพักที่บ้านของน้าอ้อย และที่นี่เองที่ผมได้พบกับนางฟ้าของผม
พี่ส้ม ลูกสาวคนโตของน้าอ้อย วัย16 ในตอนนั้น ช่างเป็นผู้หญิงที่เปรียบเสมือนนางฟ้าของผมจริงๆ
ในขณะที่ผมโคตรเบื่อจากการที่ต้องมาอยู่แปลกที่ และใครๆก็ต่างยุ่งอยู่กับการจัดการงานศพคุณยาย
เห็นจะมีแต่พี่ส้มนี่แหละ ที่เป็นคนชวนผมคุย พาผมไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ ตลอดเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆพี่ส้มในช่วงนั้น เป็นช่วงเวลาแสนสุขในความทรงจำของผมเสมอมา เมื่อถึงวันที่ผมต้องเดินทางกลับวินาทีแห่งการจากลามันเจ็บปวดทรมานมากมายนักสำหรับผมในตอนนั้น ตอนที่พี่ส้มกอดผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจาก มันทำให้ผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ แม้ตอนนี้ผมจะเข้าใจแล้วว่าการกอดในวันนั้น มันเป็นการสวมกอดแบบพี่กับน้อง แต่ไม่ว่าอย่างไร พี่ส้มก็จะเป็นรักแรกในใจผมตลอดไป
"พี่ส้ม ไปไหนละครับ ตั้งแต่มาผมยังไม่เห็นเลย"
"อ๋อ ส้มอยู่หอจะ ต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้านหรอกจะ นานๆถึงจะกลับที"
"ตั้งแต่ น้าป๋องเสียไป อะไรๆ ก็ลำบากไปหมด" น้าอ้อยพูด แววตาดูเศร้าสร้อย
"น้าไปทำงานละเดี๋ยวสาย" พูดจบน้าอ้อยก็ออกจากบ้านไป
ผมนั่งดูทีวีไปเรื่อย สักพัก ยัยโมก็ลงมาโดยใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น มาเปิดตู้เย็นหาอะไรกิน
"ไม่ไปไหนหรอโม วันนี้"
"ไม่อะ ไปก็เปลือง เสียดายตังค์"
ผมคิดในใจช่างเป็นเด็กดีมีความคิดจริงๆ
"แล้วตอนนี้อยู่ ชั้นไหนละ"
"ก็ชั้นหนึ่งไง ถามได้ นั่งอยู่ด้วยกันแท้ๆ"
"เออจิงหว่ะ ม่ายช่ายย พี่ถามว่าเรียนชั้นไหนแล้ว"
"ปวช. ปี2"
"มีแฟนยัง"
"บ้าป่าว อยู่ดีๆมาถามมีแฟนยัง ม่ายบอกหรอก"
"อ่าว ก็ถามดูู ถ้าไม่มีเดี๋ยวพี่แนะนำเพื่อนให้รู้จัก"
"จริงอ๋อ หล่อปะละ ดำๆแบบจวน โมไม่เอานะ ฮ่า"
พูดเสร็จก็หายขึ้นไปบนบ้าน
แม่งกวนตีนเหมือนใครวะ ผมคิดในใจ
ผมนั่งเรื่อยเปื่อยอยู่พักหนึ่ง มีเสียงโทรศัพท์ดัง
"ไอ้จวน มาอยู่กรุงเทพแล้ว ไม่คิดจะมาหาพ่อเลยรึ"
"โทษที ครับ ผมนึกว่าพ่องานยุ่ง"
"เออ มาถึงก็ก่อเรื่องเลยนะ ผู้กำกับ โทรบอกพ่อว่ามีคนทะเลาะวิวาทกันแล้วอ้างชื่อพ่อกับร้อยเวร"
"ไม่ได้ทะเลาะครับ แต่ไอ้เวรนั่นมั่น เกือบจะยิงกะบาลผมตั้งหาก"
"แล้วเรื่องมันเป็นมายังงัย"
ผมเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง พ่อผมก็คิดว่ามันแปลกๆ และบอกว่าจะลองไปถามผู้กำกับดูอีกที
------------------------------------------------------------------------------------------
บ่ายแก่ๆ วันนั้น ที่บ้านของรัน
นายแทนกมล รักทางธรรม หรือรัน พึ่งจะตื่นนอน เพราะเมื่อคืนเขาคุยโทรศัพท์กับน้องกิ๊ฟจนเกือบสว่าง
รัน เป็นลูกชายคนที่สองของ นายสันต์ วิวัฒน์มงคล นักธุรกิจผู้เป็นกลุ่มทุนสำคัญของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล
แม่ของรัน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะตั้งท้องเขาได้8เดือน ตอนนั้นหมอต้องทำคลอดฉุกเฉิน ทำให้รันคลอดก่อนกำหนด เขาจึงเป็นเด็กที่ไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เกิด
รันมีพี่ชายต่างแม่หนึ่งคน คือเฮียเอก ซึ่งปัจจุบันอายุ 30 ปี
มีน้องสาว 2คน คือ ฟาง และ ฟ้า เป็นลูกของน้าเป็ดภรรยาใหม่ของพ่อ
ส่วนพี่ฝ้าย คือลูกติดของน้าเป็ดอายุ 20 ปี
บ้านของรันเป็นครอบครัวใหญ่มีสมาชิกหลายคน
รันอยู่ที่เรือนหลังใหญ่ ร่วมกับ พ่อ น้าเป็ด ฝ้าย ฟาง และฟ้า
เฮียเอก อยู่ที่เรือนเล็กชั้นเดียวที่ปลูกใกล้ๆกัน
ส่วนพี่หมวย และบรรดาคนขับรถ แม่บ้าน รวมถึงลูกน้องของพ่อกับเฮียเอกที่จะสลับกันมาพักอยู่ที่เรือนรับรองใกล้โรงจอดรถหน้าบ้าน
ผมรัน หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย ถ้าวันไหนอยู่บ้านผมมักจะไปนั่งเล่นที่สวนริมสระว่ายน้ำ หลังบ้าน เพราะชอบที่บรรยากาศร่มรื่นดี ระหว่างทางลงมา ผมเห็นพ่อ นั่งคุยกับน้าเป็ดสีหน้าเคร่งเครียดทีเดียว ได้ยินน้าเป็ดถามพ่อวัน
"มันจะดีหรือคะคุณ รอให้แกโตกว่านี้อีกสักหน่อย..."
"ไม่เป็นไรหรอก มันโตแล้ว อีกอย่างให้มันรู้จากปากฉันยังดีกว่าไปรู้จากคนอื่น และตอนนี้สุขภาพฉันก็ไม่ค่อยจะสู้ดีด้วย"
ผมเดินผ่านไปโดยที่ไม่ได้หยุดฟังบทสนทนานี้ต่อ พอออกเดินมาเกือบจะถึงสระว่ายน้ำผมก็ต้องชะงักเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้า คือ น้องฟาง กับน้องกิ๊ฟ อยู่ในชุดบิกินี่ กำลังหยอกล้อกันเหมือนกับคู่รักอยู่ที่ขอบสระ ผมยืนมองอยู่พักนึงน้องฟ้าที่เดินมาข้างหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก็บอกผมว่า
"ฟ้าบอกแล้ว ว่าพี่ฟาง กับพี่กิ๊ฟ เป็นแฟนกัน ทีนี้เชื่อยัง"
ผมยังอึ้งๆอยู่ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร น้าเป็ดก็เดินมาตามบอกว่าพ่อมีธุระจะคุยด้วย
น้องฟางกับน้องกิ๊ฟแม้จะรู้ตัวว่าคนอื่นมองอยู่ไม่ไกล แต่ก็ยังนั่งพลอดรักกันอยู่หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข ผมเดินตามน้าเป็ดมาพบพ่อ ส่วนน้องฟ้าไปสมทบกับพี่สาวที่ริมสระว่ายน้ำ
ผมยังคงสับสนว่าตกลงน้องกิ๊ฟเธอยังงัยกันแน่ เป็นแฟนกับน้องฟาง หรือสองคนนี้รวมหัวกันแกล้งผม
"นั่งลงสิ" พ่อบอกให้ผมนั่งลง ที่โซฟาในห้องรับแขก
"มีธุระ อะไรครับพ่อ"
"ฉันมีความจริง จะบอกกับแก"
ความจริง? ผมชักสงสัย
"รัน ทำใจดีๆนะลูก" น้าเป็ด ที่นั่งข้างๆผม พูดส่งสายตามองผมอย่างห่วงใย
"ที่ฉันจะบอกแกคือ ฉันไม่ใช่พ่อแท้ๆของแก"
แม้จะเป็นเรื่องที่ผมสงสัยมาตลอดว่า ทำไมผมถึงไม่ได้ใช้นามสกุลของพ่อ และทำไมในสูติบัตร ถึงไม่ระบุชื่อพ่อ แต่ก็อดช็อคไม่ได้หลังจากที่ได้รู้ความจริงจากพ่อ
ก่อนหน้าไม่ว่าผมมจะถามเรื่องนี้กี่ครั้งพ่อก็ไม่เคยตอบ วันนี้ผมได้รู้ความจริงแล้วกลับไม่เข้าใจและไม่อยากเข้าใจด้วย
"พ่อแท้ๆ กับแม่ของแก ตายทั้งคู่ในอุบัติเหต ส่วนแกรอดมาได้ พ่อแม่แกไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ฉันเลยรับเลี้ยงแกเอาไว้ "
เหตุผลที่พ่อตั้งชื่อผมว่าแทนกมล เพราะพ่อเคยบอกว่าแม่ผมชื่อกมลรัตน์ และผมเปรียบเสมือนตัวแทนของแม่ ที่สวรรค์มอบคืนมาให้หลังจากแม่ตาย
หลังจากที่ฟังพ่อพูดจบ ผมก็ตะโกนบอกทั้งน้ำตาว่า
"แล้วที่นี้ผมจะอยู่ในฐานะอะไร ผมจะเรียกพ่อว่าอะไรดี"
"พ่อ ไงลูก พ่อก็ยังเป็นพ่อของรันเหมือนเดิม" พ่อผมบอกผม แววตาเศร้าสร้อย พ่อดูแก่ลงกว่าเดิมมาก
ผมยังไม่อาจยอมรับความจิงที่เจ็บปวดนี้ได้ จึงวิ่งไปหยิบกุญแจรถ และขับออกจากบ้านมา ก่อนออกมา ได้ยินพ่อบอกน้าเป็ดที่ทำท่าจะมาห้ามผมว่า ปล่อยมัน และก็เอามือกุมน้าอก ได้ยินน้ำเป็ดร้องถามว่าเป็นอะไรคะคุณ แต่ผมก็ไม่ได้หันกลับไปมอง
ผมที่ไม่รู้จะไปไหน จึงขับรถไปเรื่อยๆ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เฝ้าคิดถึงสิ่งที่พ่อบอกซ้ำๆ จนในที่สุดรถก็มาจอดที่หน้ามหาวิทยาลัย ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เวลานี้ผมอย่างหาใครสักคนเพื่อที่จะได้ระบายเผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น แต่ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใครดี
ผมโทรหาไอ้จวนเพื่อนสนิท แต่ก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้มันฟัง แต่การได้คุยกับมัน ก็ทำให้ผมสบายใจขึ้นเล็กน้อย
ต่อมา ผมเลยลองโทรหาจอย หญิงสาวที่เป็นครูเรื่องเซกส์ของผม จอยถามผมว่าเป็นอะไรหรือป่าวน้ำเสียงดูไม่ดีเลย ผมเลยบอกว่าอยากพบจอยได้ไหม จอยตกลงผมจึงขับรถไปรับเธอ
หลังจากพบเธอแล้ว ผมก็กอดเธออยู่นานในรถ จอยถามว่าผมเป็นอะไร ผมก็บอกว่า"มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย ไม่อยากกลับบ้าน จอยอยู่เป็นเพื่อนผมนะ"
เธอรับคำ เราจึงไปเปิดโรงแรมกัน
ที่ห้อง ขณะที่ผมกำลังจะระบายให้จอยฟัง แต่เธอกลับเอานิ้วมาปิดปากผม
"ชู่.....เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนคะ"
แล้วเกมส์กามของเราก็เริ่มต้นขึ้น
"ไหนจอยดูสิ๊ ไม่เจอกันหลายวันจะเก่งกว่าเดิมหรือเปล่า"
พูดจบเธอก็เริ่มจูบผม
วันนี้ผมไม่ยืนนิ่งเป็นหุ่นอีกต่อไป จัดการกอดเธอทันที เธอก็กอดผมเช่นกัน
เรายืนแลกลิ้นกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่พักนึง เธอก็จัดการถอดเสื้อผม แล้วนั่งลงปลดกระดุมกางเกงยืนของผม เธอรูดมันลงมาอยู่ที่เข่า มือก็ลูบไล้ อาวุธของผมที่ตอนนี้แข็งตุงอยู่ภายในอย่างหลงไหล เธอจูบลงเบาๆไปที่มัน ใช้ลมหายใจหนักๆ ดอมดม จนผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ผมไม่อาจให้เธอกระทำการอยู่ฝ่ายเดียวได้จึงนั่งลงไซร้ซอกคอเธอและกดเธอให้นอนราบไปกับพื้น พลางพรมจูบไว้ทั่วใบหน้าของเธอ ดึงเสื้อเธอขึ้นจนเผยให้เห็นยกทรงสีขาว ผมใช้มือขยำนมคู่งามของเธอจากด้านนอก ไม่นานยกทรงก็หลุดเลื่อนเผยให้เห็นยอดปทุมถันสีเข้ม ผมก้มลงดูดมันอย่างหิวโหย ราวกับไม่ได้ลิ้มลองมันมานานแสนนาน ผมดูดนมของเธอทั้งสองข้างสลับซ้ายขวา
จอยส่งเสียงครวญครางแผ่วเบา มือของเธอกุมหัวผม ขยี้อย่างเอ็นดู ผมละมือจากนมของเธอไปถอดกางเกงและกางเกงในของเธอออกพร้อมกัน
พอเห็นเนินสวรรค์ของเธอผมก็อดใจไม่ไหวอีกต่อไปรีบถอดกางเกงและกางเกงในของผมเช่นกัน บัดนี้ท่อนร่างของเราทั้งคู่เปลือยเปล่า
ผมจับจรวดของผมจ่อเข้าทีปากประตูของเธอทันที เธอไม่มีได้ร้องห้ามขนาดที่ผมกำลังสอดใส่มันเข้าไป
มันเข้าไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แม้ผมจะมีความสึกเจ็บแสบทีปลายส่วนของมันอยู่บ้าง แต่ความอบอุ่น คับแน่น และความเสียวซ่านชนะอุปสรรคนั้นสบายๆ
"ซี๊ดดด" เสียงเธอและผมปลอดปล่อยอารมณ์ออกมาพร้อมๆกันเมื่อจรวดของผมล่วงล้ำผ่านฐานลับของเธอไปจนหมด
"ค่อยๆก่อนนะ" เธอยิ้มหวานบอกผม
แต่ผมไม่ได้ฟังคำเธอเลย จัดการกระหน่ำ ซอยขึ้นลงอย่างอย่างเร็วเร็ว แถมส่งเสียงร้องครวญครางอย่างบ้าคลั่ง
"ซี๊ดดดดด อ้าาาาาา" ผมเกร็งตัวซอยเธออยู่พักเดียวก็ร้องลั่น บอกไม่ไหวแล้ว และปล่อยน้ำรัก เข้าใส่ฐานปฎิบัติการของเธอ เธอไม่มีท่าทางรังเกียจแต่กลับกอดผมแน่น หลังจากเรากอดกันอยู่นาน จรวดของผมอ่อนตัว ผมก็ถอนมันออกมาจากฐานปฎิบัติการ
"ขอโทษนะจอย มันจะเป็นไรไหมอะ" ผมถามเธอ
"ไม่เป็นไรหรอก จอยเพ่งตรวจเลือดมา และก็กินยาคุมอยู่ตลอดแหละ"
ผมชวนเธอมานั่ง ที่เตียงนอน
และหลังจากนั้นเราสองคนที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ก็บรรเลงเพลงพิสวาศกัน
อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ราวกับเป็นคู่รักที่มาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กัน
--------------------------------------------------------------------------------------
เช้าวันอาทิตย์
ผมแสนฤทธิ์ กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุณสันต์ ผู้มีอิทธิพลชื่อดังคนนั้นยื่นข้อเสนอให้ผมคอยดูแลลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แลกกับเงินจำนวนมาก เพราะผมบังเอิญไปช่วยลูกชายเขาคนนั้น จากเหตุทะเลาะวิวาทที่ร้าน ที่ผมเคยทำงานอยู่
ข้อเสนอนี้มันเย้ายวนใจอยู่มาก เนื่องจากจำนวนเงินที่เขาเสนอมาคงทำให้พ่อผมได้ใช้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ผมก็ยังต้องชั่งใจเพราะผมเองก็ไม่อยากมีพันธะผูกพันกับใคร
สิ่งที่ผมยังสงสัยอยู่คือ คุณสันต์ กับพ่อผมรู้จักกัน ?
วันนี้ผมจึงตัดสินใจไปเยี่ยมพ่อที่เรือนจำ
"ฉันบอกแกแล้ว ว่าถ้าไม่มีอะไรด่วน ไม่ต้องมาหาฉัน"
พ่อผมพูด จบก็ลุกขึ้นเหมือนจะเดินกับ
"พ่อรู้จัก คนชื่อสันต์ วิวัฒน์มงคล"
พ่อหันหลังกลับมาดวงตาเบิกกว้าง
"เขาบอกผมว่าเคยรู้จักกับพ่อ"
"แกเจอกับมันที่ไหนล่ะ"
"เขาจะให้ผมช่วยดูแลลูกชายเขา"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ"
พ่อผมหัวเราะ แล้วพูดว่า
"อย่างแกเนี่ยนะ จะไปดูแลไอ้เอก"
"ผมหมายถึง ลูกชายคนเล็ก"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"
พ่อผมเข่นหัวเราะอีกครั้ง
"มันบอกแกรึ ว่าไอ้เด็กนั่นเป็นลูกชายมัน"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" พ่อผมยังหัวเราะไม่หยุด
"ทั้งที่มันเป็นคนฆ่าพ่อกับแม่แท้ๆของเด็กนั่นอะนะ"
ตอนนี้พ่อผมหยุดหัวเราะแล้ว พูดอย่างเลือดเย็น
"มันแอบหลงรัก มล มานานทั้งๆที่มันมีครอบครัวอยู่แล้ว พอเมียคนแรกมันตายมันก็เลยจะจับมลทำเมีย"
"แต่ตอนนั้น มลมีคนรักอยู่แล้ว และก็เริ่มตั้งท้องอ่อนๆ ซึ่งมันก็รู้ดี"
"มล หนีมันไปอยู่กับผัวเงียบๆ แต่มันก็ตามหาจนพบ และมันก็วางแผนฆ่า ผัวของมลโดยทำทีว่าเป็นอุบัติเหต คงหวังว่าถ้าผัวมลตาย มลจะได้กลับมาเป็นของมัน"
"แต่ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามแผน วันนั้นมล ที่ควรจะอยู่บ้านเพราะท้องแก่ เต็มทน กลับติดรถผัวมาทำธุระด้วย"
"พอมันรู้ข่าวก็ตามมาที่โรงพยาบาล มลกับผัวตาย แต่หมอช่วยชีวิตลูกมลไว้ได้"
"มลกับผัวก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน มันจึงขอเด็กมาเลี้ยงเป็นลูก ดีนะที่เด็กเป็นผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิงฉันว่ามันคงจับทำเมียสะมั้ง"
"ฮ่าๆๆๆๆ" เล่าจบพ่อผมก็หัวเราะอีกรอบ
"แล้วตกลงพ่อกับเขารู้จักกัน"
ผมถามพ่ออีกครั้ง
"ใช่ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แต่มันหักหลังฉัน"
แววตาของพ่อตอนนี้ว่างเปล่า เหมือนกำลังจมดิ่งสู่ห้วงความคิด
"คนที่ทำให้พ่อ ติดคุกตอนหนุ่ม คือเขา"
"พอออกมา ฉันก้อยากจะฆ่ามันด้วยตัวฉันเอง"
"แต่ไม่นึกว่า เวลาผ่านไปไม่กี่ปี มันจะแผ่อิทธิพลได้มากขนาดนั้น ฉันจึงไม่อาจเข้าถึงตัวมัน"
"ต่อมาฉันก็ได้พบกับแม่ของแก ที่มีหน้าตาคล้าย มลมาก ด้วยความแค้นที่ครอบงำจิตใจ ฉันจึงวางแผนให้แม่ของแกช่วยล่อมัน แต่ไม่เป็นผลและมันก็ทำให้แม่ของแกต้องตาย" พ่อผมเล่า ไม่มีอารมณ์ใดๆบนใบหน้าและแววตาของพ่อ
"หมดเวลาเยี่ยมแล้วครับ"
ไม่ทันทีผมจะได้ถามอะไรต่อ พ่อผมก็ถูกคุมตัวไป
วันนี้ผมได้รู้ความจริงหลายเรื่อง ผมพยายามคิดทบทวน ประมวลสิ่งที่ได้ฟังจากพ่อ
ผมโกรธแค้นนายสันต์ ที่เป็นคนทำให้แม่ผมตาย
ผมเกลียดพ่อ ที่หลอกใช้แม่ของผมเพื่อแก้แค้น
และคิดว่าที่พ่อเลี้ยงผมขึ้นมาเป็นแบบนี้ ก็เพื่อจะใช้ผมแก้แค้นนายสันต์เช่นกัน
ผมสงสารและเห็นใจนายรันมาก ที่ต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายเหลือเกิน
ราวห้าทุ่มของคืนนั้น
"แสนเป็นอะไรป่าว นี่เค้าเห็นตัวเองนั่งหน้าเครียดตั้งแต่มาแล้ว"
ส้มแฟนสาวของผมถามด้วยความเป็นห่วง
ผมยังคงนั่งนิ่งไม่ตอบอะไร
"มีเรื่องอะไรบอกส้มได้นะ"
"พรุ่งนี้ เราจะกลับไปเรียน"
"จริงหรอแสน" ส้มดีใจจนยิ้มหน้าบาน พลางเข้ามาหอมแก้มผม
ผมหันหน้าประกบจูบปากเธอทันที เสื้อผ้าของเราถูกปลดเปลื้องออกจนหมดสิ้น
ร่างกายของเราสอดประสานกันอย่างรู้ใจ กลิ่นหอมจากกายเธอเป็นสิ่งที่ผมหลงไหลมาแสนนาน ความรักที่เรามอบให้กันมันมากจนไม่มีอะไรมาขวางกั้นกายเราสองได้อีกต่อไป
ผมประคองเธอมาที่เตียงนอนอย่างนุ่มนวล เธอล้มตัวลงนอน ภาพเบื้องหน้าผมคือหญิงสาวที่เปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆบดบังร่างกาย แต่เธอกลับงดงามราวกับภาพวาดของศิลปินเอกของโลก แม้ผมจะไม่เคยเชื่อเรื่องพระเจ้า แต่หากว่าพระองค์มีจริง ผู้หญิงตรงหน้าผมคงเป็นผลงานที่พระองค์ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษอย่างแน่นอน
ผมเคลื่อนตัวขึ้นทาบทับบนเรือนร่างของเธอ เรากุมมือกันไว้อย่างแนบแน่น ปากประกบปาก ลิ้นของเรากอดเกี่ยวกันเป็นพัลวัน เสียงลมหายใจของเธอและผมขาดช่วงไม่เป็นจังหวะ แต่ทว่าหัวใจของเรากลับเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ผมปล่อยมือจากมือเธอเพื่อลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเธอ ผิวเธอช่างขาวนวลเนียน
ผมสัมผัสผิวกายเธอ ไล่ตั้งแต่ ฝ่ามือ ท่อแขน หัวไหล่ มาจนถึง ดอกบัวคู่งาม ผมจับมันอย่างทะนุถนอมเพราะกลัวมันจะช้ำ แขนอีกข้างก็ประคองกอดเธอไว้อย่างอบอุ่น ไม่นานความต้องการของผมก็เพิ่มสูงขึ้น ผมจึงปล่อยลิ้นของเธอที่ผมพันธนาการชั่วเวลาหนึ่งไว้เป็นอิสระ ผมบรรจงจุมพิตเธอที่หว่างคิ้วหนี่งที เธอหลับตาพริ้มฉีกยิ้มให้ผมอย่างงดงาม
ผมเคลื่อนตัวลงตัวริมฝีปากมาหยุดอยู่ดอกบัวคู่งามไม่รอช้าผมใคร่ปราถนาจะิ้มรสมันเหลือเกิน รสสัมผัสของมันช่างนุ่มลิ้น เสียงหายใจของเธอหนักขึ้น หนักขึ้น ตามจังหวะที่ ปลายลิ้นของผมโลมลันยอดปทุมถันของเธอ ผมเคลื่อนกายลงอีก
แผ่นท้องแบนราบชวนให้ยิ่งหลงไหลเคลิบเคลิ้ม ผมแข็งใจผละจากหน้าท้องของเธอลงต่ำมาเจอยอดหญ้าที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาอย่างลงตัว
ทั้งเนินเนื้อร่องลึกที่แนบแน่นปิดสนิท เธอขยับตัวนิดนึงชันขาให้ผมได้เห็นส่วนนั้นถนัดตาขึ้นอย่างรู้ใจ
ผมใช้จมูกสูดกลิ้นที่เป็นธรรมชาติของเธอ ส่งปลายลิ้นเข้าสมผัสเนินเนื้อที่บัดนี้มีน้ำใสๆซึมออกมาจากรอยแยกนิดๆ
รสชาติที่คุ้นเคยหอมหวานละมุนลิ้น มันอดใจไม่ได้ที่จะดูดดื่มน้ำใสที่ธรรมชาติมอบให้ เธอส่งเสียงครวญครางออกมาจากความรู้สีกในใจไม่มีจริตจะก้านใดๆทั้งสิ้น
ผมกลับตัวส่งท่อนเนื้อไปที่ใบหน้าเธอ เธอคว้ามันแล้วเอาเข้าปากทันทีเหมือนรอเวลานี้มานาน เราต่างแบ่งปันความสุขให้แก่กันและกัน
เราทั้งคู่ต่างรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ใจเราปราถนา ผมจึงลุกขึ้นนั่งจับสองขาเธอแยกออกแทรกตัวเข้าไปมองหน้าเธอ แล้วเราก็เป็นหนึ่งเดียวกัน เราสองคนต่างสอดประสานความรักให้แก่กันในทุกท่วงท่า เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลไปตามจังหวะของหัวใจ บ้างช้าบ้างเร็ว บ้างลึกบ้างตื้น บ้างหนักบ้างเบา สลับกันไปมา จนผมปล่อยสายน้ำให้ไหลหลั่งเข้าสู่ร่องลึกของเธอ ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปด้วยความรักที่มากมายของผมจนบัดนี้มันเอ่อล้นออกมาจากเนินเนื้อที่แนบแน่นของเธอ
หลังจากช่วงเวลาแห่งความรักของเราผ่านไปผมก็นอนหลับตาคิดทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆที่ได้ฟังมา ส่วนส้มคงลุกไปอาบน้ำ ผ่านไปชั่วครู่ เธอก็ออกมา
"อ่าวหลับไปสะแล้ว" เธอพูดกับตัวเองเบาๆเพราะคิดว่าผมนอนหลับ
แล้วเธอก็ลงมานอนสบอกผม กระซิบอย่างแผ่วเบา
"ส้มรักแสนมากนะ และจะมีแค่แสนคนเดียวในชีวิต"
ผมก็เช่นกัน จะมีแค่ส้มเพียงคนเดียวตลอดไป
ในชีวิตวัยเด็กของ จวน หนุ่มน้อยจากนครศรีธรรมราช ได้มีโอกาสสัมผัสกับรักครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 13ปี
ย้อนกลับไป 5 ปีที่แล้ว ตอนที่ผมติดตามแม่มางานศพของคุณยาย ที่กรุงเทพฯ เป็นเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์ ผมและแม่ต้องมาพักที่บ้านของน้าอ้อย และที่นี่เองที่ผมได้พบกับนางฟ้าของผม
พี่ส้ม ลูกสาวคนโตของน้าอ้อย วัย16 ในตอนนั้น ช่างเป็นผู้หญิงที่เปรียบเสมือนนางฟ้าของผมจริงๆ
ในขณะที่ผมโคตรเบื่อจากการที่ต้องมาอยู่แปลกที่ และใครๆก็ต่างยุ่งอยู่กับการจัดการงานศพคุณยาย
เห็นจะมีแต่พี่ส้มนี่แหละ ที่เป็นคนชวนผมคุย พาผมไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ ตลอดเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆพี่ส้มในช่วงนั้น เป็นช่วงเวลาแสนสุขในความทรงจำของผมเสมอมา เมื่อถึงวันที่ผมต้องเดินทางกลับวินาทีแห่งการจากลามันเจ็บปวดทรมานมากมายนักสำหรับผมในตอนนั้น ตอนที่พี่ส้มกอดผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจาก มันทำให้ผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ แม้ตอนนี้ผมจะเข้าใจแล้วว่าการกอดในวันนั้น มันเป็นการสวมกอดแบบพี่กับน้อง แต่ไม่ว่าอย่างไร พี่ส้มก็จะเป็นรักแรกในใจผมตลอดไป
"พี่ส้ม ไปไหนละครับ ตั้งแต่มาผมยังไม่เห็นเลย"
"อ๋อ ส้มอยู่หอจะ ต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้านหรอกจะ นานๆถึงจะกลับที"
"ตั้งแต่ น้าป๋องเสียไป อะไรๆ ก็ลำบากไปหมด" น้าอ้อยพูด แววตาดูเศร้าสร้อย
"น้าไปทำงานละเดี๋ยวสาย" พูดจบน้าอ้อยก็ออกจากบ้านไป
ผมนั่งดูทีวีไปเรื่อย สักพัก ยัยโมก็ลงมาโดยใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น มาเปิดตู้เย็นหาอะไรกิน
"ไม่ไปไหนหรอโม วันนี้"
"ไม่อะ ไปก็เปลือง เสียดายตังค์"
ผมคิดในใจช่างเป็นเด็กดีมีความคิดจริงๆ
"แล้วตอนนี้อยู่ ชั้นไหนละ"
"ก็ชั้นหนึ่งไง ถามได้ นั่งอยู่ด้วยกันแท้ๆ"
"เออจิงหว่ะ ม่ายช่ายย พี่ถามว่าเรียนชั้นไหนแล้ว"
"ปวช. ปี2"
"มีแฟนยัง"
"บ้าป่าว อยู่ดีๆมาถามมีแฟนยัง ม่ายบอกหรอก"
"อ่าว ก็ถามดูู ถ้าไม่มีเดี๋ยวพี่แนะนำเพื่อนให้รู้จัก"
"จริงอ๋อ หล่อปะละ ดำๆแบบจวน โมไม่เอานะ ฮ่า"
พูดเสร็จก็หายขึ้นไปบนบ้าน
แม่งกวนตีนเหมือนใครวะ ผมคิดในใจ
ผมนั่งเรื่อยเปื่อยอยู่พักหนึ่ง มีเสียงโทรศัพท์ดัง
"ไอ้จวน มาอยู่กรุงเทพแล้ว ไม่คิดจะมาหาพ่อเลยรึ"
"โทษที ครับ ผมนึกว่าพ่องานยุ่ง"
"เออ มาถึงก็ก่อเรื่องเลยนะ ผู้กำกับ โทรบอกพ่อว่ามีคนทะเลาะวิวาทกันแล้วอ้างชื่อพ่อกับร้อยเวร"
"ไม่ได้ทะเลาะครับ แต่ไอ้เวรนั่นมั่น เกือบจะยิงกะบาลผมตั้งหาก"
"แล้วเรื่องมันเป็นมายังงัย"
ผมเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง พ่อผมก็คิดว่ามันแปลกๆ และบอกว่าจะลองไปถามผู้กำกับดูอีกที
------------------------------------------------------------------------------------------
บ่ายแก่ๆ วันนั้น ที่บ้านของรัน
นายแทนกมล รักทางธรรม หรือรัน พึ่งจะตื่นนอน เพราะเมื่อคืนเขาคุยโทรศัพท์กับน้องกิ๊ฟจนเกือบสว่าง
รัน เป็นลูกชายคนที่สองของ นายสันต์ วิวัฒน์มงคล นักธุรกิจผู้เป็นกลุ่มทุนสำคัญของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล
แม่ของรัน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะตั้งท้องเขาได้8เดือน ตอนนั้นหมอต้องทำคลอดฉุกเฉิน ทำให้รันคลอดก่อนกำหนด เขาจึงเป็นเด็กที่ไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เกิด
รันมีพี่ชายต่างแม่หนึ่งคน คือเฮียเอก ซึ่งปัจจุบันอายุ 30 ปี
มีน้องสาว 2คน คือ ฟาง และ ฟ้า เป็นลูกของน้าเป็ดภรรยาใหม่ของพ่อ
ส่วนพี่ฝ้าย คือลูกติดของน้าเป็ดอายุ 20 ปี
บ้านของรันเป็นครอบครัวใหญ่มีสมาชิกหลายคน
รันอยู่ที่เรือนหลังใหญ่ ร่วมกับ พ่อ น้าเป็ด ฝ้าย ฟาง และฟ้า
เฮียเอก อยู่ที่เรือนเล็กชั้นเดียวที่ปลูกใกล้ๆกัน
ส่วนพี่หมวย และบรรดาคนขับรถ แม่บ้าน รวมถึงลูกน้องของพ่อกับเฮียเอกที่จะสลับกันมาพักอยู่ที่เรือนรับรองใกล้โรงจอดรถหน้าบ้าน
ผมรัน หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย ถ้าวันไหนอยู่บ้านผมมักจะไปนั่งเล่นที่สวนริมสระว่ายน้ำ หลังบ้าน เพราะชอบที่บรรยากาศร่มรื่นดี ระหว่างทางลงมา ผมเห็นพ่อ นั่งคุยกับน้าเป็ดสีหน้าเคร่งเครียดทีเดียว ได้ยินน้าเป็ดถามพ่อวัน
"มันจะดีหรือคะคุณ รอให้แกโตกว่านี้อีกสักหน่อย..."
"ไม่เป็นไรหรอก มันโตแล้ว อีกอย่างให้มันรู้จากปากฉันยังดีกว่าไปรู้จากคนอื่น และตอนนี้สุขภาพฉันก็ไม่ค่อยจะสู้ดีด้วย"
ผมเดินผ่านไปโดยที่ไม่ได้หยุดฟังบทสนทนานี้ต่อ พอออกเดินมาเกือบจะถึงสระว่ายน้ำผมก็ต้องชะงักเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้า คือ น้องฟาง กับน้องกิ๊ฟ อยู่ในชุดบิกินี่ กำลังหยอกล้อกันเหมือนกับคู่รักอยู่ที่ขอบสระ ผมยืนมองอยู่พักนึงน้องฟ้าที่เดินมาข้างหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก็บอกผมว่า
"ฟ้าบอกแล้ว ว่าพี่ฟาง กับพี่กิ๊ฟ เป็นแฟนกัน ทีนี้เชื่อยัง"
ผมยังอึ้งๆอยู่ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร น้าเป็ดก็เดินมาตามบอกว่าพ่อมีธุระจะคุยด้วย
น้องฟางกับน้องกิ๊ฟแม้จะรู้ตัวว่าคนอื่นมองอยู่ไม่ไกล แต่ก็ยังนั่งพลอดรักกันอยู่หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข ผมเดินตามน้าเป็ดมาพบพ่อ ส่วนน้องฟ้าไปสมทบกับพี่สาวที่ริมสระว่ายน้ำ
ผมยังคงสับสนว่าตกลงน้องกิ๊ฟเธอยังงัยกันแน่ เป็นแฟนกับน้องฟาง หรือสองคนนี้รวมหัวกันแกล้งผม
"นั่งลงสิ" พ่อบอกให้ผมนั่งลง ที่โซฟาในห้องรับแขก
"มีธุระ อะไรครับพ่อ"
"ฉันมีความจริง จะบอกกับแก"
ความจริง? ผมชักสงสัย
"รัน ทำใจดีๆนะลูก" น้าเป็ด ที่นั่งข้างๆผม พูดส่งสายตามองผมอย่างห่วงใย
"ที่ฉันจะบอกแกคือ ฉันไม่ใช่พ่อแท้ๆของแก"
แม้จะเป็นเรื่องที่ผมสงสัยมาตลอดว่า ทำไมผมถึงไม่ได้ใช้นามสกุลของพ่อ และทำไมในสูติบัตร ถึงไม่ระบุชื่อพ่อ แต่ก็อดช็อคไม่ได้หลังจากที่ได้รู้ความจริงจากพ่อ
ก่อนหน้าไม่ว่าผมมจะถามเรื่องนี้กี่ครั้งพ่อก็ไม่เคยตอบ วันนี้ผมได้รู้ความจริงแล้วกลับไม่เข้าใจและไม่อยากเข้าใจด้วย
"พ่อแท้ๆ กับแม่ของแก ตายทั้งคู่ในอุบัติเหต ส่วนแกรอดมาได้ พ่อแม่แกไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ฉันเลยรับเลี้ยงแกเอาไว้ "
เหตุผลที่พ่อตั้งชื่อผมว่าแทนกมล เพราะพ่อเคยบอกว่าแม่ผมชื่อกมลรัตน์ และผมเปรียบเสมือนตัวแทนของแม่ ที่สวรรค์มอบคืนมาให้หลังจากแม่ตาย
หลังจากที่ฟังพ่อพูดจบ ผมก็ตะโกนบอกทั้งน้ำตาว่า
"แล้วที่นี้ผมจะอยู่ในฐานะอะไร ผมจะเรียกพ่อว่าอะไรดี"
"พ่อ ไงลูก พ่อก็ยังเป็นพ่อของรันเหมือนเดิม" พ่อผมบอกผม แววตาเศร้าสร้อย พ่อดูแก่ลงกว่าเดิมมาก
ผมยังไม่อาจยอมรับความจิงที่เจ็บปวดนี้ได้ จึงวิ่งไปหยิบกุญแจรถ และขับออกจากบ้านมา ก่อนออกมา ได้ยินพ่อบอกน้าเป็ดที่ทำท่าจะมาห้ามผมว่า ปล่อยมัน และก็เอามือกุมน้าอก ได้ยินน้ำเป็ดร้องถามว่าเป็นอะไรคะคุณ แต่ผมก็ไม่ได้หันกลับไปมอง
ผมที่ไม่รู้จะไปไหน จึงขับรถไปเรื่อยๆ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เฝ้าคิดถึงสิ่งที่พ่อบอกซ้ำๆ จนในที่สุดรถก็มาจอดที่หน้ามหาวิทยาลัย ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เวลานี้ผมอย่างหาใครสักคนเพื่อที่จะได้ระบายเผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น แต่ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใครดี
ผมโทรหาไอ้จวนเพื่อนสนิท แต่ก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้มันฟัง แต่การได้คุยกับมัน ก็ทำให้ผมสบายใจขึ้นเล็กน้อย
ต่อมา ผมเลยลองโทรหาจอย หญิงสาวที่เป็นครูเรื่องเซกส์ของผม จอยถามผมว่าเป็นอะไรหรือป่าวน้ำเสียงดูไม่ดีเลย ผมเลยบอกว่าอยากพบจอยได้ไหม จอยตกลงผมจึงขับรถไปรับเธอ
หลังจากพบเธอแล้ว ผมก็กอดเธออยู่นานในรถ จอยถามว่าผมเป็นอะไร ผมก็บอกว่า"มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย ไม่อยากกลับบ้าน จอยอยู่เป็นเพื่อนผมนะ"
เธอรับคำ เราจึงไปเปิดโรงแรมกัน
ที่ห้อง ขณะที่ผมกำลังจะระบายให้จอยฟัง แต่เธอกลับเอานิ้วมาปิดปากผม
"ชู่.....เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนคะ"
แล้วเกมส์กามของเราก็เริ่มต้นขึ้น
"ไหนจอยดูสิ๊ ไม่เจอกันหลายวันจะเก่งกว่าเดิมหรือเปล่า"
พูดจบเธอก็เริ่มจูบผม
วันนี้ผมไม่ยืนนิ่งเป็นหุ่นอีกต่อไป จัดการกอดเธอทันที เธอก็กอดผมเช่นกัน
เรายืนแลกลิ้นกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่พักนึง เธอก็จัดการถอดเสื้อผม แล้วนั่งลงปลดกระดุมกางเกงยืนของผม เธอรูดมันลงมาอยู่ที่เข่า มือก็ลูบไล้ อาวุธของผมที่ตอนนี้แข็งตุงอยู่ภายในอย่างหลงไหล เธอจูบลงเบาๆไปที่มัน ใช้ลมหายใจหนักๆ ดอมดม จนผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ผมไม่อาจให้เธอกระทำการอยู่ฝ่ายเดียวได้จึงนั่งลงไซร้ซอกคอเธอและกดเธอให้นอนราบไปกับพื้น พลางพรมจูบไว้ทั่วใบหน้าของเธอ ดึงเสื้อเธอขึ้นจนเผยให้เห็นยกทรงสีขาว ผมใช้มือขยำนมคู่งามของเธอจากด้านนอก ไม่นานยกทรงก็หลุดเลื่อนเผยให้เห็นยอดปทุมถันสีเข้ม ผมก้มลงดูดมันอย่างหิวโหย ราวกับไม่ได้ลิ้มลองมันมานานแสนนาน ผมดูดนมของเธอทั้งสองข้างสลับซ้ายขวา
จอยส่งเสียงครวญครางแผ่วเบา มือของเธอกุมหัวผม ขยี้อย่างเอ็นดู ผมละมือจากนมของเธอไปถอดกางเกงและกางเกงในของเธอออกพร้อมกัน
พอเห็นเนินสวรรค์ของเธอผมก็อดใจไม่ไหวอีกต่อไปรีบถอดกางเกงและกางเกงในของผมเช่นกัน บัดนี้ท่อนร่างของเราทั้งคู่เปลือยเปล่า
ผมจับจรวดของผมจ่อเข้าทีปากประตูของเธอทันที เธอไม่มีได้ร้องห้ามขนาดที่ผมกำลังสอดใส่มันเข้าไป
มันเข้าไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แม้ผมจะมีความสึกเจ็บแสบทีปลายส่วนของมันอยู่บ้าง แต่ความอบอุ่น คับแน่น และความเสียวซ่านชนะอุปสรรคนั้นสบายๆ
"ซี๊ดดด" เสียงเธอและผมปลอดปล่อยอารมณ์ออกมาพร้อมๆกันเมื่อจรวดของผมล่วงล้ำผ่านฐานลับของเธอไปจนหมด
"ค่อยๆก่อนนะ" เธอยิ้มหวานบอกผม
แต่ผมไม่ได้ฟังคำเธอเลย จัดการกระหน่ำ ซอยขึ้นลงอย่างอย่างเร็วเร็ว แถมส่งเสียงร้องครวญครางอย่างบ้าคลั่ง
"ซี๊ดดดดด อ้าาาาาา" ผมเกร็งตัวซอยเธออยู่พักเดียวก็ร้องลั่น บอกไม่ไหวแล้ว และปล่อยน้ำรัก เข้าใส่ฐานปฎิบัติการของเธอ เธอไม่มีท่าทางรังเกียจแต่กลับกอดผมแน่น หลังจากเรากอดกันอยู่นาน จรวดของผมอ่อนตัว ผมก็ถอนมันออกมาจากฐานปฎิบัติการ
"ขอโทษนะจอย มันจะเป็นไรไหมอะ" ผมถามเธอ
"ไม่เป็นไรหรอก จอยเพ่งตรวจเลือดมา และก็กินยาคุมอยู่ตลอดแหละ"
ผมชวนเธอมานั่ง ที่เตียงนอน
และหลังจากนั้นเราสองคนที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ก็บรรเลงเพลงพิสวาศกัน
อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ราวกับเป็นคู่รักที่มาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กัน
--------------------------------------------------------------------------------------
เช้าวันอาทิตย์
ผมแสนฤทธิ์ กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุณสันต์ ผู้มีอิทธิพลชื่อดังคนนั้นยื่นข้อเสนอให้ผมคอยดูแลลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แลกกับเงินจำนวนมาก เพราะผมบังเอิญไปช่วยลูกชายเขาคนนั้น จากเหตุทะเลาะวิวาทที่ร้าน ที่ผมเคยทำงานอยู่
ข้อเสนอนี้มันเย้ายวนใจอยู่มาก เนื่องจากจำนวนเงินที่เขาเสนอมาคงทำให้พ่อผมได้ใช้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ผมก็ยังต้องชั่งใจเพราะผมเองก็ไม่อยากมีพันธะผูกพันกับใคร
สิ่งที่ผมยังสงสัยอยู่คือ คุณสันต์ กับพ่อผมรู้จักกัน ?
วันนี้ผมจึงตัดสินใจไปเยี่ยมพ่อที่เรือนจำ
"ฉันบอกแกแล้ว ว่าถ้าไม่มีอะไรด่วน ไม่ต้องมาหาฉัน"
พ่อผมพูด จบก็ลุกขึ้นเหมือนจะเดินกับ
"พ่อรู้จัก คนชื่อสันต์ วิวัฒน์มงคล"
พ่อหันหลังกลับมาดวงตาเบิกกว้าง
"เขาบอกผมว่าเคยรู้จักกับพ่อ"
"แกเจอกับมันที่ไหนล่ะ"
"เขาจะให้ผมช่วยดูแลลูกชายเขา"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ"
พ่อผมหัวเราะ แล้วพูดว่า
"อย่างแกเนี่ยนะ จะไปดูแลไอ้เอก"
"ผมหมายถึง ลูกชายคนเล็ก"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"
พ่อผมเข่นหัวเราะอีกครั้ง
"มันบอกแกรึ ว่าไอ้เด็กนั่นเป็นลูกชายมัน"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" พ่อผมยังหัวเราะไม่หยุด
"ทั้งที่มันเป็นคนฆ่าพ่อกับแม่แท้ๆของเด็กนั่นอะนะ"
ตอนนี้พ่อผมหยุดหัวเราะแล้ว พูดอย่างเลือดเย็น
"มันแอบหลงรัก มล มานานทั้งๆที่มันมีครอบครัวอยู่แล้ว พอเมียคนแรกมันตายมันก็เลยจะจับมลทำเมีย"
"แต่ตอนนั้น มลมีคนรักอยู่แล้ว และก็เริ่มตั้งท้องอ่อนๆ ซึ่งมันก็รู้ดี"
"มล หนีมันไปอยู่กับผัวเงียบๆ แต่มันก็ตามหาจนพบ และมันก็วางแผนฆ่า ผัวของมลโดยทำทีว่าเป็นอุบัติเหต คงหวังว่าถ้าผัวมลตาย มลจะได้กลับมาเป็นของมัน"
"แต่ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามแผน วันนั้นมล ที่ควรจะอยู่บ้านเพราะท้องแก่ เต็มทน กลับติดรถผัวมาทำธุระด้วย"
"พอมันรู้ข่าวก็ตามมาที่โรงพยาบาล มลกับผัวตาย แต่หมอช่วยชีวิตลูกมลไว้ได้"
"มลกับผัวก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน มันจึงขอเด็กมาเลี้ยงเป็นลูก ดีนะที่เด็กเป็นผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิงฉันว่ามันคงจับทำเมียสะมั้ง"
"ฮ่าๆๆๆๆ" เล่าจบพ่อผมก็หัวเราะอีกรอบ
"แล้วตกลงพ่อกับเขารู้จักกัน"
ผมถามพ่ออีกครั้ง
"ใช่ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แต่มันหักหลังฉัน"
แววตาของพ่อตอนนี้ว่างเปล่า เหมือนกำลังจมดิ่งสู่ห้วงความคิด
"คนที่ทำให้พ่อ ติดคุกตอนหนุ่ม คือเขา"
"พอออกมา ฉันก้อยากจะฆ่ามันด้วยตัวฉันเอง"
"แต่ไม่นึกว่า เวลาผ่านไปไม่กี่ปี มันจะแผ่อิทธิพลได้มากขนาดนั้น ฉันจึงไม่อาจเข้าถึงตัวมัน"
"ต่อมาฉันก็ได้พบกับแม่ของแก ที่มีหน้าตาคล้าย มลมาก ด้วยความแค้นที่ครอบงำจิตใจ ฉันจึงวางแผนให้แม่ของแกช่วยล่อมัน แต่ไม่เป็นผลและมันก็ทำให้แม่ของแกต้องตาย" พ่อผมเล่า ไม่มีอารมณ์ใดๆบนใบหน้าและแววตาของพ่อ
"หมดเวลาเยี่ยมแล้วครับ"
ไม่ทันทีผมจะได้ถามอะไรต่อ พ่อผมก็ถูกคุมตัวไป
วันนี้ผมได้รู้ความจริงหลายเรื่อง ผมพยายามคิดทบทวน ประมวลสิ่งที่ได้ฟังจากพ่อ
ผมโกรธแค้นนายสันต์ ที่เป็นคนทำให้แม่ผมตาย
ผมเกลียดพ่อ ที่หลอกใช้แม่ของผมเพื่อแก้แค้น
และคิดว่าที่พ่อเลี้ยงผมขึ้นมาเป็นแบบนี้ ก็เพื่อจะใช้ผมแก้แค้นนายสันต์เช่นกัน
ผมสงสารและเห็นใจนายรันมาก ที่ต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายเหลือเกิน
ราวห้าทุ่มของคืนนั้น
"แสนเป็นอะไรป่าว นี่เค้าเห็นตัวเองนั่งหน้าเครียดตั้งแต่มาแล้ว"
ส้มแฟนสาวของผมถามด้วยความเป็นห่วง
ผมยังคงนั่งนิ่งไม่ตอบอะไร
"มีเรื่องอะไรบอกส้มได้นะ"
"พรุ่งนี้ เราจะกลับไปเรียน"
"จริงหรอแสน" ส้มดีใจจนยิ้มหน้าบาน พลางเข้ามาหอมแก้มผม
ผมหันหน้าประกบจูบปากเธอทันที เสื้อผ้าของเราถูกปลดเปลื้องออกจนหมดสิ้น
ร่างกายของเราสอดประสานกันอย่างรู้ใจ กลิ่นหอมจากกายเธอเป็นสิ่งที่ผมหลงไหลมาแสนนาน ความรักที่เรามอบให้กันมันมากจนไม่มีอะไรมาขวางกั้นกายเราสองได้อีกต่อไป
ผมประคองเธอมาที่เตียงนอนอย่างนุ่มนวล เธอล้มตัวลงนอน ภาพเบื้องหน้าผมคือหญิงสาวที่เปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆบดบังร่างกาย แต่เธอกลับงดงามราวกับภาพวาดของศิลปินเอกของโลก แม้ผมจะไม่เคยเชื่อเรื่องพระเจ้า แต่หากว่าพระองค์มีจริง ผู้หญิงตรงหน้าผมคงเป็นผลงานที่พระองค์ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษอย่างแน่นอน
ผมเคลื่อนตัวขึ้นทาบทับบนเรือนร่างของเธอ เรากุมมือกันไว้อย่างแนบแน่น ปากประกบปาก ลิ้นของเรากอดเกี่ยวกันเป็นพัลวัน เสียงลมหายใจของเธอและผมขาดช่วงไม่เป็นจังหวะ แต่ทว่าหัวใจของเรากลับเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ผมปล่อยมือจากมือเธอเพื่อลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเธอ ผิวเธอช่างขาวนวลเนียน
ผมสัมผัสผิวกายเธอ ไล่ตั้งแต่ ฝ่ามือ ท่อแขน หัวไหล่ มาจนถึง ดอกบัวคู่งาม ผมจับมันอย่างทะนุถนอมเพราะกลัวมันจะช้ำ แขนอีกข้างก็ประคองกอดเธอไว้อย่างอบอุ่น ไม่นานความต้องการของผมก็เพิ่มสูงขึ้น ผมจึงปล่อยลิ้นของเธอที่ผมพันธนาการชั่วเวลาหนึ่งไว้เป็นอิสระ ผมบรรจงจุมพิตเธอที่หว่างคิ้วหนี่งที เธอหลับตาพริ้มฉีกยิ้มให้ผมอย่างงดงาม
ผมเคลื่อนตัวลงตัวริมฝีปากมาหยุดอยู่ดอกบัวคู่งามไม่รอช้าผมใคร่ปราถนาจะิ้มรสมันเหลือเกิน รสสัมผัสของมันช่างนุ่มลิ้น เสียงหายใจของเธอหนักขึ้น หนักขึ้น ตามจังหวะที่ ปลายลิ้นของผมโลมลันยอดปทุมถันของเธอ ผมเคลื่อนกายลงอีก
แผ่นท้องแบนราบชวนให้ยิ่งหลงไหลเคลิบเคลิ้ม ผมแข็งใจผละจากหน้าท้องของเธอลงต่ำมาเจอยอดหญ้าที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาอย่างลงตัว
ทั้งเนินเนื้อร่องลึกที่แนบแน่นปิดสนิท เธอขยับตัวนิดนึงชันขาให้ผมได้เห็นส่วนนั้นถนัดตาขึ้นอย่างรู้ใจ
ผมใช้จมูกสูดกลิ้นที่เป็นธรรมชาติของเธอ ส่งปลายลิ้นเข้าสมผัสเนินเนื้อที่บัดนี้มีน้ำใสๆซึมออกมาจากรอยแยกนิดๆ
รสชาติที่คุ้นเคยหอมหวานละมุนลิ้น มันอดใจไม่ได้ที่จะดูดดื่มน้ำใสที่ธรรมชาติมอบให้ เธอส่งเสียงครวญครางออกมาจากความรู้สีกในใจไม่มีจริตจะก้านใดๆทั้งสิ้น
ผมกลับตัวส่งท่อนเนื้อไปที่ใบหน้าเธอ เธอคว้ามันแล้วเอาเข้าปากทันทีเหมือนรอเวลานี้มานาน เราต่างแบ่งปันความสุขให้แก่กันและกัน
เราทั้งคู่ต่างรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ใจเราปราถนา ผมจึงลุกขึ้นนั่งจับสองขาเธอแยกออกแทรกตัวเข้าไปมองหน้าเธอ แล้วเราก็เป็นหนึ่งเดียวกัน เราสองคนต่างสอดประสานความรักให้แก่กันในทุกท่วงท่า เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลไปตามจังหวะของหัวใจ บ้างช้าบ้างเร็ว บ้างลึกบ้างตื้น บ้างหนักบ้างเบา สลับกันไปมา จนผมปล่อยสายน้ำให้ไหลหลั่งเข้าสู่ร่องลึกของเธอ ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปด้วยความรักที่มากมายของผมจนบัดนี้มันเอ่อล้นออกมาจากเนินเนื้อที่แนบแน่นของเธอ
หลังจากช่วงเวลาแห่งความรักของเราผ่านไปผมก็นอนหลับตาคิดทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆที่ได้ฟังมา ส่วนส้มคงลุกไปอาบน้ำ ผ่านไปชั่วครู่ เธอก็ออกมา
"อ่าวหลับไปสะแล้ว" เธอพูดกับตัวเองเบาๆเพราะคิดว่าผมนอนหลับ
แล้วเธอก็ลงมานอนสบอกผม กระซิบอย่างแผ่วเบา
"ส้มรักแสนมากนะ และจะมีแค่แสนคนเดียวในชีวิต"
ผมก็เช่นกัน จะมีแค่ส้มเพียงคนเดียวตลอดไป
วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557
แสน รัน จวน ตอนที่3
ตอนที่ 3 ทางเลือก
กลางดึกคืนนั้น ขณะที่แบงค์ นักศึกษาคณะบัญชีชั้นปีที่3 กำลังนอนหลับสนิทอยู่ที่ชั้นบนสุดของหอพักใกล้หมาวิทยาลัย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าบัดนี้ มีแขกมาเยือนและกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ที่ปลายเตียง
"ตุ๊บ ตุ๊บ"
ผู้มาเยือนใช้ของแข็งสีดำตีเข้าที่แก้มเขาเบาๆสองที เพื่อปลุก
"เฮ้ย มึงเป็นใคร" ชายหนุ่มที่พึ่งตื่นนอนร้องถาม
"เข้ามาได้ไงวะ"
"ชวู่....." ผู้มาเยือนปรามไม่ให้ส่งเสียงดัง
บัดนี้ ชายหนุ่มเห็นวัตถุสีดำที่ผู้มาเยือนใช้ปลุก จ่ออยู่ที่ใบหน้าของเขา จึงยอมเงียบแต่โดยดี
"พะ พี่อย่าทำอะไรผมเลย" ชายหนุ่มร้องขอ เหงื่อแตกพล่าน
"พี่ไม่ได้ตั้งใจมาทำอะไรน้อง แต่จะมาขอให้น้องทำอะไรให้พี่หน่อย"
"ดะ ได้ครับพี่ พี่จะให้ผะ ผมทำอะไร ก็ได้ครับ"
"มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก แค่เขียนคำว่าขอโทษ" เขาพูด ขณะที่ยังเอาปืนจ่อหัวนายแบงค์อยู่
"ได้ ครับพี่" ชายหนุ่มรับคำอย่างรวดเร็ว และพอผู้มาเยือนส่งสัญญาณให้ ชายหนุ่มก็รีบไปหยิบกระดาษปากกา มาเขียน ว่า ผมขอโทษ...
"พี่ ปล่อยผมไปเถอะนะ" ชายหนุ่มยกมือไหว้ร้องขอชีวิต
ผู้มาเยือนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ยังเอาปืนจ่อที่ชายหนุ่มเหมือนกำลังรออะไรสักอย่าง และอีกไม่กี่อึดใจต่อมา ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
"อ่าา มาได้เวลาพอดี" ผู้มาเยือนกล่าวอย่างพอใจ พลางยืนโทรศัทพ์ให้ชายหนุ่มดูข้อความภาพที่พึ่งได้รับ ปรากฎเป็นรูปชายฉกรรจ์หลายคนพร้อมอาวุธครบมือนั่งในรถ ที่ตอนนี้จอดอยู่หน้าบ้านของเขา
"เท่าที่พี่รู้ บ้านน้องอยู่กันหลายคนเลยนะ ทั้งพ่อ แม่ น้องชาย2คน อาม่า แล้วก็ หมาอีกหนึ่งตัว" ผู้มาเยือนสาธยายให้ชายหนุ่มที่ตอนนี้ตัวสั่นเทาน้ำตาไหลพรากฟัง
"เอ้า คราวนี้ถึงเวลาที่น้องต้องเลือกแล้ว ว่าจะจากไปเงียบๆคนเดียว หรือจะไปกันหมดทั้งครอบครัว"
-----------------------------------------------------------------------------
เช้าวันต่อมาที่มหาวิทยาลัย
ผม นายแทนกมล หรือ รัน เป็นนักศึกษาชั้นปีที่1 คณะบัญชี เดินทางมาเรียนตามปกติ โดยบังไม่รู้ว่าเมื่อคืนได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่หอพักใกล้ๆมหาวิทยาลัย
"เฮ้ย ชิบหายแล้วมึงเมื่อคืน ไอ้พี่แบงค์แม่งกระโดดตึกฆ่าตัวตาย"
ผมตกใจมากกับข่าวที่ ไอ้บาสเล่าให้ฟัง
"ฆ่าตัวตายจริงหรอวะ เมื่อวานกูยังเห็นแม่งจ่ายค่าโทรศัพท์อยู่เลย" ไอ้จวนตั้งข้อสังเกตุ
"จ่ายค่าโทรศัพท์ แล้วยังงัยวะ" ไอ้บาสถามแย้ง
"อ่าวไอ้เหี้ย มึงลองคิดดู ถ้ามึงคิดจะฆ่าตัวตายเพราะอกหัก ตามที่ตำรวจว่า มึงยังจะมีอารมณ์มาจ่ายค่าโทรศัพท์ ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมงหรอวะ แถมที่กูเห็น แม่งก็ไม่ได้มีอาการโศกเศร้าเหี้ยอะไรเลย ก็เห็นแม่งก็ยังกวนตีนเหมือนเดิม" ไอ้จวนอธิบายให้ฟัง
"มึงจะพูดอะไร ก็ให้เกียรติเขาหน่อย คนก็ตายไปแล้ว" ผมปรามไอ้จวน
"เออ จิงวะ เห็นเขาว่า มันฆ่าตัวตาย เพราะ เครียดเรื่องพี่แอน แล้วก็เรื่องคดีที่ว่ามีเรื่องกันที่ร้านเหล้า ตำรวจก็เจอจดหมายลาตายที่มันเป็นคนเขียนเองด้วย" ไอ้คิวให้ความเห็นบ้าง
"ถ้าเรื่องคดีก็ไม่แน่ แต่เรื่องพี่แอนแม่งไม่น่าจะนะ เพราะเขาบอกกันว่า แม่งก็ทะเลาะกันตลอด แล้วไอพี่แบงค์ก็ชอบลงไม่ลงมือกับพี่แอนด้วย" ไอ้บาสตั้งประเด็นอีก
"ยังงัยกูก็ว่ามันแปลกๆ วะ" ไอ้จวนพูด
ตลอดวันนั้น ผมกลายเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว ทุกคนมองว่าผมเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พี่แบงค์คิดสั้น ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนๆปี3 ของเขา มองผมด้วยสายตาเคียดแค้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน หนักกว่านั้นมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนนึงที่เป็นเพื่อนสนิทของพี่แบงค์ เดินเข้ามาผลักอกผม แล้วด่าผมว่า
"มึงทำงี้ได้ไงวะ"
ไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร ไอ้จวนก็ออกรับแทน
"ใครทำอะไรเจ๊พูดดีๆหน่อย เพื่อนผมมันไปเอาปืนจ่อหัวให้พี่แบงค์กระโดตึกหรือไง"
"โธ่ ไอ้หน้าด้าน ถ้าไม่เพราะมึงจะไปแย้งแฟนเค้า ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้"
รุ่นพี่คนนั้นด่าพวกผม
"ขอโทษครับพี่ ผมได้คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้" ผมพูดจากใจจริง ก่อนจะเดินหนีไป
กลายเป็นว่า ตอนนี้คนทั้งคณะ แทบจะเกลียดผมกับไอ้จวนกันหมด แม้แต่ไอ้บาสก็ดูกระอักกระอ่วนใจ ที่จะคุยกับพวกผม
ช่วงบ่าย มีอยู่วิชานึงที่ให้จับกลุ่ม4คนเพื่อทำรายงาน มันช่างเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากเหลือเกิน ของผมก็ไอ้จวน เพราะไม่มีใครอยากจับกลุ่มกับเราเลย ยังดีที่ไอ้บาสกับเก๋ ยอมรวมกลุ่มกับพวกผมด้วย
"เอาน่า เดี๋ยวพวกมันก็ลืม" ไอ้บาสพูดให้กำลังใจผม
"เออ ไม่ต้องไปสนใจพวกแม่ง" ไอจวนพูดฉุนๆ
หลังเลิกเรียน ทุกคนไปทำกิจกรรมรับน้องกันหมด เว้นแต่ผมกับไอ้จวน 2คนที่เป็นที่รู้กันดีว่าเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เราจึงไม่บากหน้าไปร่วมด้วย
"ไปไหนกันดีวะ" ไอ้จวนถาม
"ไม่รู้วะ กูว่าจะกลับบ้านเลย แม่งเซงๆ"
"เออ งั้นกูก็กลับบ้านมั่งดีกว่า"
"นคร อะนะ"
"ไม่ใช่เว้ย กลับบ้านน้า แถวๆบางแค แม่กูบอกให้กูไปอยู่กับน้าทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าไม่ไปจะไม่ให้เงินกูใช้ว่ะ"
"ฮ่าๆๆ เออดีแล้ว" ผมพูดพลางตบไหล่ไอ้จวน
"เออนี่ กูให้กุญแจห้องมึงดอกนึง เผื่อมึงอยากมาเปลี่ยนบรรยากาศตอนกูไม่อยู่"ไอจวนพูดพลางควักกุญแจให้ผม
"ไม่เป็น กูเกรงใจ"
"เกรงใจ เหี้ยไรวะ เพื่อนกัน" ไอ้จวนด่าผม
ผมจึงตกลงจะรับกุญแจไว้ แต่ไอ้จวนดันเปลี่ยนใจกลางอากาศ
"เห้ย เกือบลืม อีกดอกอยู่ที่ห้อง ถ้ากูให้ดอกนี้มึงไป แล้วกูจะเข้าห้องยังงัยวะ" ไอ้จวนบอกผม
"เอองั้นไม่เป็นไร เอาไว้ก่อน กูไม่รีบ"
จากนั้นเราก็แยกกัน ผมเรียกแทกซี่กลับบ้าน
"ไปไหนครับน้อง" คนขับแทกซี่ถาม
"ไป โรงเรียน.......ดีกว่าครับ"
นานพอสมควรกว่าที่ผมจะมาถึงหน้า โรงเรียนน้องสาวผม เพราะวันนี้รถค่อนข้างติด
มาถึงก็ต้องผิดหวังเพราะไม่เจอรถพี่หมวยจอดอยู่ นั่นหมายความว่าน้องๆของผมคงกลับบ้านไปกันแล้ว ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง แต่ยังไม่ทันจะได้โทร ก็ได้ยินใครคนนึงร้องเรียก
"พี่รัน......"
ผมหันกลับไปมองทางต้นเสียง ปรากฎเป็นน้องกิ๊ฟ เพื่อนของน้องสาวของผม น้องกิ๊ฟเป็นเด็กสาววัย 15 ที่หน้าตาค่อนข้างสวยทีเดียว
"พี่รันมาหาใครคะ ถ้าเป็นยัยฟาง กลับไปนานแล้วค่ะ"
"หรอครับ"
"กิ๊ฟอุส่าหลงดีใจ นึกว่าพี่รันมาหากิ๊ฟ สะอีก" น้องกิ๊ฟพูดเสียงอ้อนๆ
"แล้วน้องกิ๊ฟ ยังไม่กลับบ้านหรอครับ" ผมก็ถามไปงั้นๆ ไม่รู้จะถามอะไร
"ยังค่ะ พอดีต้องอยู่ทำงาน พึ่งเสร็จเนี่ย"
"หรอครับ"
"แล้วพี่รัน มาหายัยฟางถึงรโรงเรียนเนี่ยจะพาไปเลี้ยงข้าวอีกแล้วหรอ แต่ให้กิ๊ฟไปแทนก็ได้นะ" เพื่อนน้องสาวผมเสนอ
"ป่าวๆ วันนี้พี่ว่าจะชวนไปดูหนัง แต่คงไม่ทันละ"
"พอดีเลยค่ะ กิ๊ฟก็อยากดูหนังเหมือนกัน"
"แล้วที่บ้านจะไม่ว่าหรอ กว่าจะดูจบคงค่ำๆโน่นแหนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวโทรบอกแม่ว่าจะไปดูหนังกับฟาง ดูเสร็จแล้วพี่ของฟางจะไปส่งที่บ้าน" น้องกิ๊ฟบอกผมพลางโทรศัพท์ไปบอกแม่ แต่ผมคิดว่า แม่น้องคงเข้าใจว่าพี่ที่ว่า คือพี่หมวยจึงอนุญาติ
"เรียบร้อยค่ะ" น้องกิ๊ฟ บอกผม
เราไปที่ศูนย์การค้าใกล้ๆโรงเรียน น้องกิ๊ฟ ซื้อตั๋วหนังเสร็จเรียบร้อย ก็มาหาอะไรกินกัน ระหว่างที่กำลังกินอยู่น้องกิ๊ฟก็ชวนผมคุยอะไรไปเรื่อย ถามว่าผมมีแฟนยัง ผมก็ตอบไปว่าไม่มี จนตอนนี้ผมเริ่มชอบความหน้ารักสดใสของน้องกิ๊ฟ จึงเผลอจ้องหน้าน้องนานๆ แล้วภาพ กางเกงในเมื่อวันก่อน ก็ผลุบเข้ามาในหัว เล่นเอาเจ้านู๋ของผมแข็งขึ้นมาอีกแล้ว
"พี่รัน จ้องหน้ากิ๊ฟอย่างเนี้ย ตั้งแต่วันนั้นแล้ว กิ๊ฟก็เขินเหมือนกันนะคะ"
"ก็น้องกิ๊ฟน่ารัก นี่ครับ พี่เลยมอง" ผมหลุดปากพูดชมเธอไป
"อุ้ย พี่ ชมกิ๊ฟแบบนี้ คิดอะไรกับเค้าป่าวเนี่ย"
"ถ้าคิด ได้ไหมละครับ" ผมถามเธอ น้องกิ๊ฟไม่ตอบแต่ยิ้มอายๆ แหมมันช่างน่ารักจริงๆเลย
กินอะไรเสร็จเราก็เดินไปดูหนังกัน ตอนเดินมาน้องกิ๊ฟก็เป็นฝ่ายจับมือผมแน่นเลย นี่คงเป็นคำตอบว่า คิดได้มั้ง ผมคาดเดาเอาเอง
เข้าไปในโรงหนังขณะที่หนังเริ่มฉาย มือผมกับมือน้องกิ๊ฟก็กุมกันแน่น สักพักเธอก็เอียงตัวมาซบที่ไหล่ผม ผมจึงปล่อยมือเธอ แล้วเปลี่ยนเป็นการโอบกอดแทน เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรผม มือน้อยๆของเธอบัดนี้มันมาวางอยู่ที่หน้าขาของผม
ผมหวาดหวั่นใจจริงๆ กลัวว่าเธอจะเผลอเอามือไปโดนส่วนสำคัญของผมเข้า
แขนของผมที่โอบกอดเธอมือไม้อยู่บัดนี้ไม่อยู่เฉยแล้ว ผมลูบไล้ไปที่ต้นแขนของเธออย่างหลงไหล
น้องกิ๊ฟหายใจดังขึ้น จนผมได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆ
ตอนนี้ผมไม่มีกระจิตกระใจ จะดูหนังแล้ว และผมคิดว่าน้องกิ๊ฟเธอก็เป็นเช่นเดียวกัน
ผมหันไปมองหน้าเธอ เธอก็มองหน้าผม เราสบตากันครู่หนึ่ง
ผมก็ค่อย ยื่นหน้าเข้าหาเธอ จนในที่สุด ริมฝีปากของเราก็ประกบกัน รสจูบของเธออาจจะไม่ร้อนแรงเท่าตอนที่ผมจูบเอนจอยด์ครูของผม แต่มันกลับให้ความรู้สึกมากกว่า มันเป็นความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสเน่หา ผมมีความสุขมากเหลือเกินราวกับได้ขึ้นสวรรค์ แต่สวรรค์ของผมก็คงอยู่ได้ไม่นาน อาจเป็นเพราะเวลาที่เรามีความสุขมักผ่านไปไวเสมอ หนังเรื่องนี้จึงจบลงด้วยเวลาอันรวดเร็ว
เราจูงมือกันออกมาจากโรงหนังโดยไม่พูดอะไรส่วนหนึ่งเกิดจากความเขินอายในสิ่งที่เราได้ทำลงไปเมื่อครู่
"กิ๊ฟจะกลับบ้านเลยหรือป่าวครับ" ผมถามเธอหลังจากไม่ได้พูดอะไรมานาน
"แล้วแต่ค่ะ"
ได้ยินคำตอบอย่างนี้ในใจผม อยากจะพาเธอไปขึ้นสวรรค์ชั้นที่สูงกว่าเดิม แต่ติดตรงเวลากับสถานที่ไม่เอื้ออำนวย ครั้นจะพาเธอเข้าบ้านก็เกรงใจน้องฟาง ส่วนจะพาเธอไปเปิดโรงแรม ก็เกรงใจตำรวจ เพราะตอนนี้เธอยังใส่ชุดนักเรียนอยู่ คิดแล้วก็เสียดายที่ไม่ได้เอากุญแจห้องจากไอ้จวนมาด้วย
"งั้นเราไปเดินเล่นกันอีกแปปค่อยกับนะ" ผมกับน้องกิ๊ฟเราจึงเดินกุมแขนดูโน่นดูนี่กันไปเหมือนคู่รัก จนไปถึงร้านขายเครื่องประดับ ผมสังเกตุเห็นว่าเธอดูจะสนใจสร้อยที่มีจี้รูปหัวใจ ผมจึงซื้อให้เธอเป็นของขวัญ
"ขอบคุณค่า แต่พี่ซื้อให้กิ๊ฟเนื่องในโอกาสอะไรคะ" เธอถาม
"อืมม อะไรดีละ เนื่องในโอกาสที่รู้จักกันมั้ง" ผมตอบเธอ
เราเดินเล่นกันอีกสักพักหนึ่งก็กลับ ผมนั่งรถไปส่งเธอที่บ้าน ก่อนลงจากรถ เธอบอกกับผมว่า
"ขอบคุณนะคะ สำหรับ เดทแรกของเรา"
พูดจบก็หอมแก้มผมหนึ่งทีแล้วรีบลงจากรถไป เล่นเอาผมเขินคนขับรถแทกซี่ไปเหมือนกัน
ผมมาถึงบ้าน ขณะเดินผ่านห้องทำงานของพ่อ บังเอิญได้ยิน พ่อกับเฮียเอกพี่ชายของผมคุยกัน
"ทำไมแกไม่ปล่อยให้พวกเด็กๆมันจัดการกันเอง"
"เพื่อคนสำคัญของพ่อ ผมต้องจัดการให้อยู่แล้วครับ"
ชิบหาย สงสัยเฮียเอกบอกพ่อแน่ๆ ว่าเราไปขึ้นครูมา ตอนนั้นพ่อหันมาเห็นผมยืนอยู่หน้าประตู
"สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับเฮียเอก" ผมพูดพร้อมยกมือไหว้
"ได้ข่าวว่าเป็นหนุ่ม เต็มตัวแล้วรึ" พ่อผมพูดอมยิ้มท่าทางภูมิอกภูมิใจ
ผมอาย เลยรีบขอตัวขึ้นห้องตัวเอง ก่อนเข้าห้องได้เจอน้องฟางที่เหมือนดักรอผมอยู่อีกคน
"นั่นแน่ พี่รัน วันนี้แอบไปไหนกะใครมาคะ"
"เปล่า ไม่ได้ไปไหน" ผมปฎิเสธ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าน้องผมก็รู้ แต่จะรู้ละเอียดแค่ไหนล่ะอันนี้ไม่แน่ใจ
"คืนนั้นผมนอนคุยโทรศัพท์กับน้องกิ๊ฟจนเกือบสว่าง"
-----------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปตอนที่ จวนหนุ่มน้อยหล่อเข้มจากนครศรีธรรมราช แยกกับเพื่อนรัก
ระหว่างที่เขากลับขึ้นมาเก็บของที่ห้องพัก ก็มีโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ โทรเข้ามา
"สวสัดีครับ"
"ฮาโหล นั่นจวนใช่ไหมคะ" ปลายสายคือเสียงผู้หญิงที่ฟังไม่คุ้นหู
"ใช่ครับ แล้วคุณโทรเป็นใครครับเนี่ย"
"อ๋อ นี่ จอย ค่ะ จำได้ไหมคะ"
จอยไหนว้า กูมีเพื่อนชื่อจอยตั้งแต่เมื่อไหร่
"ที่เมื่อวาน เรา..."
"อ๋อ... น้องจอย ว่าไงครับมีอะไรให้เราช่วยเอ่ย.." น้ำเสียงของหนุ่มคมเข้มดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
"คือ.."
"แล้วจอย เอาเบอร์เรามาได้ไงเนี่ย หรือว่า.."
"ขอมาจากพี่แนทค่ะ จวนมาหาจอยได้ไหมคะวันนี้ สะดวกไหม"
"สะดวก สุดๆ เลยครับ ว่าแต่ที่ไหนดีล่ะ"
"ที่ไหนก็ได้ แล้วแต่จวนเลย"
"งั้นจอยมาหาผมที่หอ... ได้ไหม"
"ค่ะ แล้วเจอกัน"
ไม่นานหลังจากนั้น สาวร่างเล็กสุดสวยก็มา
"จวนพักอยู่ที่นี่ หรอคะ"
"อ่าใช่ ครับ"
"แล้วพัก อยู่กะใครเอ่ย แฟนละซี"
"ยังไม่มีหรอก ตอนนี้อยู่คนเดียว"
"รกหน่อยนะห้องชายโสด" ผมบอกขณะพาจอยเข้ามานั่งในห้อง
"จอยเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะ ที่ได้เข้ามาที่นี่ ตั้งแต่เรามาอยู่"
"อย่างนี้ต้องตกรางวัลให้แล้ว" สาวร่างเล็กพูดเสร็จก็ ประกบจูบปากผมทันที
อย่างนี้ก็สวยสิครับ ผมก็ไม่ชอบพูดมากอยู่แล้วในเวลาแบบนี้ เราประกบจูบปากกันอย่างเมามัน ต่างฝ่ายต่างทอดเสื้อผ้าของกันละกันอย่างรวดเร็ว ไม่นานร่างของเราทั้งคู่ก็เปลือยเปล่า
จอยเอื้อมมามาจับควยของผม ชมว่า
"มะวานแค่เห็นวันนี้ได้ลองจับมันใหญ่มากจริงๆด้วย"
ผมภูมิใจนิดๆกับคำชมของเธอ มือไม้ของผมก็บีบนมที่พอดีมือของเธอเป็นการตอบโต้
"ควยใหญ่จริงๆ แต่ไม่รู้จะเย็ดเก่งเหมือนที่พี่แนทชมหรือเปล่า" เธอพูดท้าทายผม
"เดี๋ยวก็รู้ ถ้าหีบานหุบไม่ลงอย่ามาร้องนะ" ผมแหย่เธอกลับ
จากนั้นเธอก็นั่งคุกเข่าดูดควยผมอย่างรุนแรงจนผมต้องครางออกมา
"ซูดดด โม๊กเก่งจัง" ผมเอ่ยปากชมเธอ
เธอทั้งดูดทั้งเลีย ควยผมตั้งแต่หัวยันโคน ไม่พอยึงลามไปถึงไข่ของผมด้วย
"อ้าวววว เสียวชิบหายเลย"
ปล่อยให้เธอทำไปสักพัก ผมชักกลัวว่าอาจทนไม่ไหวน้ำแตกก่อน เสียฟอร์มแย่ จึงประคองเธอลุกขึ้นจูปปากหเธออีกครั้ง แล้วผลักเธอลงไปบนที่นอน
ผมไม่ปล่อยให้เธอเราเลยแม้สักวินาที รีบตามไปขึ้นคล่อมร่างน้อยๆของเธอ แล้วประกบจูบปากเธออย่างดูดดื่มอีกครั้ง จากนั้นผมก็ ถอนปากออกจากปากของเธอ ไล่ละเลงลิ้น จากลำคอ สู้หัวไหล่ เรื่อยมาจนมาหยุดที่หัวนมของเธอซึ่งออกคล้ำนิดๆ ผมดูดนมของเธอ เบาสลับแรง ดังจ๊วบจ๊าบ จนเธอครางเสียงกระเส่า
"อืออออ อืมมมม"
มือของผมก็ทำหน้าที่สอดประสานกับปากเป็นอย่างดี ที่นวดคลึงเคล้นเต้านมของเธอ ผมเล่นกับนมของเธออยู่พักนึง ก็เปลี่ยนเป้าหมายมือขวาของผมคว้าหมับไปทีเนินหีของเธอ ผมลูบไล้เนินหีของเธออย่างหลงไหล ผมใช้นิ้วแหวกแคมหีที่เปียกชื้นของเธอเข้าไปโดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากเลย เพราะมันง่ายมากผมจึงเพิ่มจำนวนนิ้วจากหนึ่ง เป็น สอง และ สามนิ้ว ตอนนี้ปลายนิ้วของผมรู้สึกได้ถึงการตอดรัดภายในรูหีของเธอ ผมจึงเร่งจังหวะดึ้งนิ้วเข้าออกพลางหมุนควง จากช้าไปหาเร็ว ไม่นานนัก เธอก็ครางไม่เป็นศัพท์
"ซี๊ดดดด โอ้ววววว อือออออ โอ้ยยย พอก่อนนน"
พักนึงเธอก็เกร็งตัวอย่างรุนแรง และคงพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดมาดึงมือของผมออกจากรูหีของเธอ
"เป็นไงจ๊ะ จอย เสียวไหม" เธอพยักหน้าตอบ
ผมหยิบถุงยางอนามัยมาสวม แล้วเอาควยไปที่หีเธอที่บัดนี้ มีน้ำไหลเยิ้มออกมา
ผมแกล้ง เอาปลายหัวหัวควย ถูกับแตดเธอ ช้าๆเบาๆ จนเธอร้องขอให้ผมรีบเอาควยใส่เข้าไป
"เอาใส่เข้าไปเถอะตัวเอง จอยไม่ไหวแล้ว ซี๊ดดดดด หือออ"
ได้ยินอย่างนี้ผมก็ไม่รอขช้า ออกแรงดัน ควยชำแหลกร่องหีเธอเข้าไป ผมชื่นชอบภาพที่ควยค่อยๆฝังตัวเข้าไปในร่องหีผู้หญิงมากเหลือเกิน
"โอ้วววว ซู๊ดดด คับดีจัง" เธอร้องบอกผมอย่างพอใจ
"ซี๊ดด เค้าก็เหมือนกัน " ผมพูดพลางดึงควยออกมาจากรูจนเกือบพ้นปลายหัว แต่ดูเธอเหมือนไม่อยากให้มันออกมาเท่าไร เพราะเธอยกก้นกระดกตามควยผมมา
จังหวะนั้นเอง ที่ผมออกแรงดันมันเข้าไปจนสุดอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนก้นเธอกระไปกระแทกทีนอน
"โอ้ยยย" เสียงเธอร้องโหยหวน
ผมไม่สนใจอะไรแล้วตอนนี้ ประกบจากจูบเธอแล้ว กระน่ำซอยเป็นจังหวะ ไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไป
เราต่างได้ยินเสียงครวญครางของกันและกันในลำคอ ขณะที่ตอนนี้เราประกบจูบปากแรกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม สักพักนึงเธอเป็นฝ่ายร้องขอจะโชว์ฝีเอวบ้าง
ผมก็ยอมให้เธอทำตามคำขอ โดยที่ผมลงไปนอนหงายกับที่นอน แล้วเธอก็เดินเข่ามาคล่อมร่างของผม จับบเอาควยของผมยัดเข้าใส่รูหีตัวเอง
เธอไม่ได้กระแทกมันขึ้นลงอย่างที่ผมทำ แต่ทำกำลังบดมันอยู่อย่างรุนแรงจนผมกลัววว่าเส้นขนของเราจะพันกัน
"ซี๊ดดดดด อื้ออออ" เธอร้องครวญครางใบหน้าเหยเก แต่ก็ยังไม่หยุดบด
สักพักผมก็ อดใจไม่ไหวคว้าคอเธอมากอดแล้ว กระหน่ำเดี้ยงสวนเธอขึ้นไปอย่างไม่คิดชีวิต จนเสียงเตียงลั่น เอี๊ยดๆๆๆ ราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
ตอนนี้เสียงของเธอเปลี่ยนจากเสียงครางเป็นเสียงร้องแล้ว
"โอ้ยๆๆๆๆ อือออ.."
ต่อจากนั้นผมบอกให้เธอคลานเข่าที่ปลายเตียง ส่วนตัวผมเองลงไปยืนประกบเธอจากด้านหลังส่งควยเข้าไปในหีของเธอ แล้วบรรจงกระแทก เสียง ป๊าป ป๊าป ป๊าป เธอร้องโหยหวน ผมเองก็อดครางไม่ได้เช่นกัน เพราะท่านี้มันเป็นจุดตายของผม
"โอ้วววว ฟิตจังเลย หีจอยตอดควยเค้าจัง" ผมพร่ำเพ้อ ซอยไปไปเรื่อยๆ
จนเธอร้อง
"โอ้ยยย ไม่ไหววแล้ววว "อ้ววว จะแตกกกก แล้ววว" ร่างของเธอสั่นกระตุก
ผมจึงเร่งจังหวะ ซอยอย่างรุนแรง พั๊บ พั๊บ พั๊บ พั๊บ เสียงกระทบของมันดังรัวๆ อยู่สักพัก
"โอ้ยยยย แตกแล้ววววว อ้าาาาาาา ซี๊ดดดด" ในที่สุดผมก็สิ้นฤทธิ์ ปล่อยน้ำแตกเต็มถุงยาง
"ไม่น่าพี่แนทถึงชมใหญ่" เธอพูดขนาดทิ้งตัวลงไปนอนคว่ำหน้าหายใจหอบ
ผมก็ ลงไปนอนกอดพลางหอมที่ผมเธอเบาๆ
เรานอนกอดกันสักพัก ก็ลุกขึ้นล้างเนื้อล้างตัว ผมออกไปส่งเธอขึ้นรถ แล้วก้นั่งรถไปบ้านหน้า ย่านบางแค
น้าของผม ท่านชื่อน้าอ้อย น้าอ้อยมีลูกสาว2คน ส่วนสามีแกเสียไปตั้งแต่เมื่อปีก่อน
"สวัสดีครับน้าอ้อย"
"มาแล้วหรอจ๊ะจวน น้าเตรียมห้องไว้ให้ละ เอาของไปเก็บแล้วก็อาบน้ำอาบท่าสะนะ แล้วลงมากินข้าวกัน ไม่ได้เจอนานโตเป็นหนุ่มแล้วนะเนี่ย" น้าสาวผมทักทาย
"น้าก็ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ"
"แหม ปากหวานจังนะเรา น้าไม่มีอะไรให้หรอกน๊า"
พอผมอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็ลงมาทานข้าว
"ยัยโม ลงมาทานข้าวได้แล้วลูก" น้าอ้อยตะโกนเรียก
แว๊บแรกที่ผมเห็นโม ผมแทบจำผิดคิดว่านี่คือพี่ส้ม ไม่ได้เจอกัน 4-5ปี เธอโตเป็นสาวสวยเหมือนพี่ส้มตอนนั้นไม่มีผิด
กลางดึกคืนนั้น ขณะที่แบงค์ นักศึกษาคณะบัญชีชั้นปีที่3 กำลังนอนหลับสนิทอยู่ที่ชั้นบนสุดของหอพักใกล้หมาวิทยาลัย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าบัดนี้ มีแขกมาเยือนและกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ที่ปลายเตียง
"ตุ๊บ ตุ๊บ"
ผู้มาเยือนใช้ของแข็งสีดำตีเข้าที่แก้มเขาเบาๆสองที เพื่อปลุก
"เฮ้ย มึงเป็นใคร" ชายหนุ่มที่พึ่งตื่นนอนร้องถาม
"เข้ามาได้ไงวะ"
"ชวู่....." ผู้มาเยือนปรามไม่ให้ส่งเสียงดัง
บัดนี้ ชายหนุ่มเห็นวัตถุสีดำที่ผู้มาเยือนใช้ปลุก จ่ออยู่ที่ใบหน้าของเขา จึงยอมเงียบแต่โดยดี
"พะ พี่อย่าทำอะไรผมเลย" ชายหนุ่มร้องขอ เหงื่อแตกพล่าน
"พี่ไม่ได้ตั้งใจมาทำอะไรน้อง แต่จะมาขอให้น้องทำอะไรให้พี่หน่อย"
"ดะ ได้ครับพี่ พี่จะให้ผะ ผมทำอะไร ก็ได้ครับ"
"มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก แค่เขียนคำว่าขอโทษ" เขาพูด ขณะที่ยังเอาปืนจ่อหัวนายแบงค์อยู่
"ได้ ครับพี่" ชายหนุ่มรับคำอย่างรวดเร็ว และพอผู้มาเยือนส่งสัญญาณให้ ชายหนุ่มก็รีบไปหยิบกระดาษปากกา มาเขียน ว่า ผมขอโทษ...
"พี่ ปล่อยผมไปเถอะนะ" ชายหนุ่มยกมือไหว้ร้องขอชีวิต
ผู้มาเยือนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ยังเอาปืนจ่อที่ชายหนุ่มเหมือนกำลังรออะไรสักอย่าง และอีกไม่กี่อึดใจต่อมา ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
"อ่าา มาได้เวลาพอดี" ผู้มาเยือนกล่าวอย่างพอใจ พลางยืนโทรศัทพ์ให้ชายหนุ่มดูข้อความภาพที่พึ่งได้รับ ปรากฎเป็นรูปชายฉกรรจ์หลายคนพร้อมอาวุธครบมือนั่งในรถ ที่ตอนนี้จอดอยู่หน้าบ้านของเขา
"เท่าที่พี่รู้ บ้านน้องอยู่กันหลายคนเลยนะ ทั้งพ่อ แม่ น้องชาย2คน อาม่า แล้วก็ หมาอีกหนึ่งตัว" ผู้มาเยือนสาธยายให้ชายหนุ่มที่ตอนนี้ตัวสั่นเทาน้ำตาไหลพรากฟัง
"เอ้า คราวนี้ถึงเวลาที่น้องต้องเลือกแล้ว ว่าจะจากไปเงียบๆคนเดียว หรือจะไปกันหมดทั้งครอบครัว"
-----------------------------------------------------------------------------
เช้าวันต่อมาที่มหาวิทยาลัย
ผม นายแทนกมล หรือ รัน เป็นนักศึกษาชั้นปีที่1 คณะบัญชี เดินทางมาเรียนตามปกติ โดยบังไม่รู้ว่าเมื่อคืนได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่หอพักใกล้ๆมหาวิทยาลัย
"เฮ้ย ชิบหายแล้วมึงเมื่อคืน ไอ้พี่แบงค์แม่งกระโดดตึกฆ่าตัวตาย"
ผมตกใจมากกับข่าวที่ ไอ้บาสเล่าให้ฟัง
"ฆ่าตัวตายจริงหรอวะ เมื่อวานกูยังเห็นแม่งจ่ายค่าโทรศัพท์อยู่เลย" ไอ้จวนตั้งข้อสังเกตุ
"จ่ายค่าโทรศัพท์ แล้วยังงัยวะ" ไอ้บาสถามแย้ง
"อ่าวไอ้เหี้ย มึงลองคิดดู ถ้ามึงคิดจะฆ่าตัวตายเพราะอกหัก ตามที่ตำรวจว่า มึงยังจะมีอารมณ์มาจ่ายค่าโทรศัพท์ ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมงหรอวะ แถมที่กูเห็น แม่งก็ไม่ได้มีอาการโศกเศร้าเหี้ยอะไรเลย ก็เห็นแม่งก็ยังกวนตีนเหมือนเดิม" ไอ้จวนอธิบายให้ฟัง
"มึงจะพูดอะไร ก็ให้เกียรติเขาหน่อย คนก็ตายไปแล้ว" ผมปรามไอ้จวน
"เออ จิงวะ เห็นเขาว่า มันฆ่าตัวตาย เพราะ เครียดเรื่องพี่แอน แล้วก็เรื่องคดีที่ว่ามีเรื่องกันที่ร้านเหล้า ตำรวจก็เจอจดหมายลาตายที่มันเป็นคนเขียนเองด้วย" ไอ้คิวให้ความเห็นบ้าง
"ถ้าเรื่องคดีก็ไม่แน่ แต่เรื่องพี่แอนแม่งไม่น่าจะนะ เพราะเขาบอกกันว่า แม่งก็ทะเลาะกันตลอด แล้วไอพี่แบงค์ก็ชอบลงไม่ลงมือกับพี่แอนด้วย" ไอ้บาสตั้งประเด็นอีก
"ยังงัยกูก็ว่ามันแปลกๆ วะ" ไอ้จวนพูด
ตลอดวันนั้น ผมกลายเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว ทุกคนมองว่าผมเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พี่แบงค์คิดสั้น ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนๆปี3 ของเขา มองผมด้วยสายตาเคียดแค้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน หนักกว่านั้นมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนนึงที่เป็นเพื่อนสนิทของพี่แบงค์ เดินเข้ามาผลักอกผม แล้วด่าผมว่า
"มึงทำงี้ได้ไงวะ"
ไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร ไอ้จวนก็ออกรับแทน
"ใครทำอะไรเจ๊พูดดีๆหน่อย เพื่อนผมมันไปเอาปืนจ่อหัวให้พี่แบงค์กระโดตึกหรือไง"
"โธ่ ไอ้หน้าด้าน ถ้าไม่เพราะมึงจะไปแย้งแฟนเค้า ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้"
รุ่นพี่คนนั้นด่าพวกผม
"ขอโทษครับพี่ ผมได้คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้" ผมพูดจากใจจริง ก่อนจะเดินหนีไป
กลายเป็นว่า ตอนนี้คนทั้งคณะ แทบจะเกลียดผมกับไอ้จวนกันหมด แม้แต่ไอ้บาสก็ดูกระอักกระอ่วนใจ ที่จะคุยกับพวกผม
ช่วงบ่าย มีอยู่วิชานึงที่ให้จับกลุ่ม4คนเพื่อทำรายงาน มันช่างเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากเหลือเกิน ของผมก็ไอ้จวน เพราะไม่มีใครอยากจับกลุ่มกับเราเลย ยังดีที่ไอ้บาสกับเก๋ ยอมรวมกลุ่มกับพวกผมด้วย
"เอาน่า เดี๋ยวพวกมันก็ลืม" ไอ้บาสพูดให้กำลังใจผม
"เออ ไม่ต้องไปสนใจพวกแม่ง" ไอจวนพูดฉุนๆ
หลังเลิกเรียน ทุกคนไปทำกิจกรรมรับน้องกันหมด เว้นแต่ผมกับไอ้จวน 2คนที่เป็นที่รู้กันดีว่าเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เราจึงไม่บากหน้าไปร่วมด้วย
"ไปไหนกันดีวะ" ไอ้จวนถาม
"ไม่รู้วะ กูว่าจะกลับบ้านเลย แม่งเซงๆ"
"เออ งั้นกูก็กลับบ้านมั่งดีกว่า"
"นคร อะนะ"
"ไม่ใช่เว้ย กลับบ้านน้า แถวๆบางแค แม่กูบอกให้กูไปอยู่กับน้าทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าไม่ไปจะไม่ให้เงินกูใช้ว่ะ"
"ฮ่าๆๆ เออดีแล้ว" ผมพูดพลางตบไหล่ไอ้จวน
"เออนี่ กูให้กุญแจห้องมึงดอกนึง เผื่อมึงอยากมาเปลี่ยนบรรยากาศตอนกูไม่อยู่"ไอจวนพูดพลางควักกุญแจให้ผม
"ไม่เป็น กูเกรงใจ"
"เกรงใจ เหี้ยไรวะ เพื่อนกัน" ไอ้จวนด่าผม
ผมจึงตกลงจะรับกุญแจไว้ แต่ไอ้จวนดันเปลี่ยนใจกลางอากาศ
"เห้ย เกือบลืม อีกดอกอยู่ที่ห้อง ถ้ากูให้ดอกนี้มึงไป แล้วกูจะเข้าห้องยังงัยวะ" ไอ้จวนบอกผม
"เอองั้นไม่เป็นไร เอาไว้ก่อน กูไม่รีบ"
จากนั้นเราก็แยกกัน ผมเรียกแทกซี่กลับบ้าน
"ไปไหนครับน้อง" คนขับแทกซี่ถาม
"ไป โรงเรียน.......ดีกว่าครับ"
นานพอสมควรกว่าที่ผมจะมาถึงหน้า โรงเรียนน้องสาวผม เพราะวันนี้รถค่อนข้างติด
มาถึงก็ต้องผิดหวังเพราะไม่เจอรถพี่หมวยจอดอยู่ นั่นหมายความว่าน้องๆของผมคงกลับบ้านไปกันแล้ว ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง แต่ยังไม่ทันจะได้โทร ก็ได้ยินใครคนนึงร้องเรียก
"พี่รัน......"
ผมหันกลับไปมองทางต้นเสียง ปรากฎเป็นน้องกิ๊ฟ เพื่อนของน้องสาวของผม น้องกิ๊ฟเป็นเด็กสาววัย 15 ที่หน้าตาค่อนข้างสวยทีเดียว
"พี่รันมาหาใครคะ ถ้าเป็นยัยฟาง กลับไปนานแล้วค่ะ"
"หรอครับ"
"กิ๊ฟอุส่าหลงดีใจ นึกว่าพี่รันมาหากิ๊ฟ สะอีก" น้องกิ๊ฟพูดเสียงอ้อนๆ
"แล้วน้องกิ๊ฟ ยังไม่กลับบ้านหรอครับ" ผมก็ถามไปงั้นๆ ไม่รู้จะถามอะไร
"ยังค่ะ พอดีต้องอยู่ทำงาน พึ่งเสร็จเนี่ย"
"หรอครับ"
"แล้วพี่รัน มาหายัยฟางถึงรโรงเรียนเนี่ยจะพาไปเลี้ยงข้าวอีกแล้วหรอ แต่ให้กิ๊ฟไปแทนก็ได้นะ" เพื่อนน้องสาวผมเสนอ
"ป่าวๆ วันนี้พี่ว่าจะชวนไปดูหนัง แต่คงไม่ทันละ"
"พอดีเลยค่ะ กิ๊ฟก็อยากดูหนังเหมือนกัน"
"แล้วที่บ้านจะไม่ว่าหรอ กว่าจะดูจบคงค่ำๆโน่นแหนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวโทรบอกแม่ว่าจะไปดูหนังกับฟาง ดูเสร็จแล้วพี่ของฟางจะไปส่งที่บ้าน" น้องกิ๊ฟบอกผมพลางโทรศัพท์ไปบอกแม่ แต่ผมคิดว่า แม่น้องคงเข้าใจว่าพี่ที่ว่า คือพี่หมวยจึงอนุญาติ
"เรียบร้อยค่ะ" น้องกิ๊ฟ บอกผม
เราไปที่ศูนย์การค้าใกล้ๆโรงเรียน น้องกิ๊ฟ ซื้อตั๋วหนังเสร็จเรียบร้อย ก็มาหาอะไรกินกัน ระหว่างที่กำลังกินอยู่น้องกิ๊ฟก็ชวนผมคุยอะไรไปเรื่อย ถามว่าผมมีแฟนยัง ผมก็ตอบไปว่าไม่มี จนตอนนี้ผมเริ่มชอบความหน้ารักสดใสของน้องกิ๊ฟ จึงเผลอจ้องหน้าน้องนานๆ แล้วภาพ กางเกงในเมื่อวันก่อน ก็ผลุบเข้ามาในหัว เล่นเอาเจ้านู๋ของผมแข็งขึ้นมาอีกแล้ว
"พี่รัน จ้องหน้ากิ๊ฟอย่างเนี้ย ตั้งแต่วันนั้นแล้ว กิ๊ฟก็เขินเหมือนกันนะคะ"
"ก็น้องกิ๊ฟน่ารัก นี่ครับ พี่เลยมอง" ผมหลุดปากพูดชมเธอไป
"อุ้ย พี่ ชมกิ๊ฟแบบนี้ คิดอะไรกับเค้าป่าวเนี่ย"
"ถ้าคิด ได้ไหมละครับ" ผมถามเธอ น้องกิ๊ฟไม่ตอบแต่ยิ้มอายๆ แหมมันช่างน่ารักจริงๆเลย
กินอะไรเสร็จเราก็เดินไปดูหนังกัน ตอนเดินมาน้องกิ๊ฟก็เป็นฝ่ายจับมือผมแน่นเลย นี่คงเป็นคำตอบว่า คิดได้มั้ง ผมคาดเดาเอาเอง
เข้าไปในโรงหนังขณะที่หนังเริ่มฉาย มือผมกับมือน้องกิ๊ฟก็กุมกันแน่น สักพักเธอก็เอียงตัวมาซบที่ไหล่ผม ผมจึงปล่อยมือเธอ แล้วเปลี่ยนเป็นการโอบกอดแทน เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรผม มือน้อยๆของเธอบัดนี้มันมาวางอยู่ที่หน้าขาของผม
ผมหวาดหวั่นใจจริงๆ กลัวว่าเธอจะเผลอเอามือไปโดนส่วนสำคัญของผมเข้า
แขนของผมที่โอบกอดเธอมือไม้อยู่บัดนี้ไม่อยู่เฉยแล้ว ผมลูบไล้ไปที่ต้นแขนของเธออย่างหลงไหล
น้องกิ๊ฟหายใจดังขึ้น จนผมได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆ
ตอนนี้ผมไม่มีกระจิตกระใจ จะดูหนังแล้ว และผมคิดว่าน้องกิ๊ฟเธอก็เป็นเช่นเดียวกัน
ผมหันไปมองหน้าเธอ เธอก็มองหน้าผม เราสบตากันครู่หนึ่ง
ผมก็ค่อย ยื่นหน้าเข้าหาเธอ จนในที่สุด ริมฝีปากของเราก็ประกบกัน รสจูบของเธออาจจะไม่ร้อนแรงเท่าตอนที่ผมจูบเอนจอยด์ครูของผม แต่มันกลับให้ความรู้สึกมากกว่า มันเป็นความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสเน่หา ผมมีความสุขมากเหลือเกินราวกับได้ขึ้นสวรรค์ แต่สวรรค์ของผมก็คงอยู่ได้ไม่นาน อาจเป็นเพราะเวลาที่เรามีความสุขมักผ่านไปไวเสมอ หนังเรื่องนี้จึงจบลงด้วยเวลาอันรวดเร็ว
เราจูงมือกันออกมาจากโรงหนังโดยไม่พูดอะไรส่วนหนึ่งเกิดจากความเขินอายในสิ่งที่เราได้ทำลงไปเมื่อครู่
"กิ๊ฟจะกลับบ้านเลยหรือป่าวครับ" ผมถามเธอหลังจากไม่ได้พูดอะไรมานาน
"แล้วแต่ค่ะ"
ได้ยินคำตอบอย่างนี้ในใจผม อยากจะพาเธอไปขึ้นสวรรค์ชั้นที่สูงกว่าเดิม แต่ติดตรงเวลากับสถานที่ไม่เอื้ออำนวย ครั้นจะพาเธอเข้าบ้านก็เกรงใจน้องฟาง ส่วนจะพาเธอไปเปิดโรงแรม ก็เกรงใจตำรวจ เพราะตอนนี้เธอยังใส่ชุดนักเรียนอยู่ คิดแล้วก็เสียดายที่ไม่ได้เอากุญแจห้องจากไอ้จวนมาด้วย
"งั้นเราไปเดินเล่นกันอีกแปปค่อยกับนะ" ผมกับน้องกิ๊ฟเราจึงเดินกุมแขนดูโน่นดูนี่กันไปเหมือนคู่รัก จนไปถึงร้านขายเครื่องประดับ ผมสังเกตุเห็นว่าเธอดูจะสนใจสร้อยที่มีจี้รูปหัวใจ ผมจึงซื้อให้เธอเป็นของขวัญ
"ขอบคุณค่า แต่พี่ซื้อให้กิ๊ฟเนื่องในโอกาสอะไรคะ" เธอถาม
"อืมม อะไรดีละ เนื่องในโอกาสที่รู้จักกันมั้ง" ผมตอบเธอ
เราเดินเล่นกันอีกสักพักหนึ่งก็กลับ ผมนั่งรถไปส่งเธอที่บ้าน ก่อนลงจากรถ เธอบอกกับผมว่า
"ขอบคุณนะคะ สำหรับ เดทแรกของเรา"
พูดจบก็หอมแก้มผมหนึ่งทีแล้วรีบลงจากรถไป เล่นเอาผมเขินคนขับรถแทกซี่ไปเหมือนกัน
ผมมาถึงบ้าน ขณะเดินผ่านห้องทำงานของพ่อ บังเอิญได้ยิน พ่อกับเฮียเอกพี่ชายของผมคุยกัน
"ทำไมแกไม่ปล่อยให้พวกเด็กๆมันจัดการกันเอง"
"เพื่อคนสำคัญของพ่อ ผมต้องจัดการให้อยู่แล้วครับ"
ชิบหาย สงสัยเฮียเอกบอกพ่อแน่ๆ ว่าเราไปขึ้นครูมา ตอนนั้นพ่อหันมาเห็นผมยืนอยู่หน้าประตู
"สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับเฮียเอก" ผมพูดพร้อมยกมือไหว้
"ได้ข่าวว่าเป็นหนุ่ม เต็มตัวแล้วรึ" พ่อผมพูดอมยิ้มท่าทางภูมิอกภูมิใจ
ผมอาย เลยรีบขอตัวขึ้นห้องตัวเอง ก่อนเข้าห้องได้เจอน้องฟางที่เหมือนดักรอผมอยู่อีกคน
"นั่นแน่ พี่รัน วันนี้แอบไปไหนกะใครมาคะ"
"เปล่า ไม่ได้ไปไหน" ผมปฎิเสธ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าน้องผมก็รู้ แต่จะรู้ละเอียดแค่ไหนล่ะอันนี้ไม่แน่ใจ
"คืนนั้นผมนอนคุยโทรศัพท์กับน้องกิ๊ฟจนเกือบสว่าง"
-----------------------------------------------------------------------------------------
ย้อนกลับไปตอนที่ จวนหนุ่มน้อยหล่อเข้มจากนครศรีธรรมราช แยกกับเพื่อนรัก
ระหว่างที่เขากลับขึ้นมาเก็บของที่ห้องพัก ก็มีโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ โทรเข้ามา
"สวสัดีครับ"
"ฮาโหล นั่นจวนใช่ไหมคะ" ปลายสายคือเสียงผู้หญิงที่ฟังไม่คุ้นหู
"ใช่ครับ แล้วคุณโทรเป็นใครครับเนี่ย"
"อ๋อ นี่ จอย ค่ะ จำได้ไหมคะ"
จอยไหนว้า กูมีเพื่อนชื่อจอยตั้งแต่เมื่อไหร่
"ที่เมื่อวาน เรา..."
"อ๋อ... น้องจอย ว่าไงครับมีอะไรให้เราช่วยเอ่ย.." น้ำเสียงของหนุ่มคมเข้มดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
"คือ.."
"แล้วจอย เอาเบอร์เรามาได้ไงเนี่ย หรือว่า.."
"ขอมาจากพี่แนทค่ะ จวนมาหาจอยได้ไหมคะวันนี้ สะดวกไหม"
"สะดวก สุดๆ เลยครับ ว่าแต่ที่ไหนดีล่ะ"
"ที่ไหนก็ได้ แล้วแต่จวนเลย"
"งั้นจอยมาหาผมที่หอ... ได้ไหม"
"ค่ะ แล้วเจอกัน"
ไม่นานหลังจากนั้น สาวร่างเล็กสุดสวยก็มา
"จวนพักอยู่ที่นี่ หรอคะ"
"อ่าใช่ ครับ"
"แล้วพัก อยู่กะใครเอ่ย แฟนละซี"
"ยังไม่มีหรอก ตอนนี้อยู่คนเดียว"
"รกหน่อยนะห้องชายโสด" ผมบอกขณะพาจอยเข้ามานั่งในห้อง
"จอยเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะ ที่ได้เข้ามาที่นี่ ตั้งแต่เรามาอยู่"
"อย่างนี้ต้องตกรางวัลให้แล้ว" สาวร่างเล็กพูดเสร็จก็ ประกบจูบปากผมทันที
อย่างนี้ก็สวยสิครับ ผมก็ไม่ชอบพูดมากอยู่แล้วในเวลาแบบนี้ เราประกบจูบปากกันอย่างเมามัน ต่างฝ่ายต่างทอดเสื้อผ้าของกันละกันอย่างรวดเร็ว ไม่นานร่างของเราทั้งคู่ก็เปลือยเปล่า
จอยเอื้อมมามาจับควยของผม ชมว่า
"มะวานแค่เห็นวันนี้ได้ลองจับมันใหญ่มากจริงๆด้วย"
ผมภูมิใจนิดๆกับคำชมของเธอ มือไม้ของผมก็บีบนมที่พอดีมือของเธอเป็นการตอบโต้
"ควยใหญ่จริงๆ แต่ไม่รู้จะเย็ดเก่งเหมือนที่พี่แนทชมหรือเปล่า" เธอพูดท้าทายผม
"เดี๋ยวก็รู้ ถ้าหีบานหุบไม่ลงอย่ามาร้องนะ" ผมแหย่เธอกลับ
จากนั้นเธอก็นั่งคุกเข่าดูดควยผมอย่างรุนแรงจนผมต้องครางออกมา
"ซูดดด โม๊กเก่งจัง" ผมเอ่ยปากชมเธอ
เธอทั้งดูดทั้งเลีย ควยผมตั้งแต่หัวยันโคน ไม่พอยึงลามไปถึงไข่ของผมด้วย
"อ้าวววว เสียวชิบหายเลย"
ปล่อยให้เธอทำไปสักพัก ผมชักกลัวว่าอาจทนไม่ไหวน้ำแตกก่อน เสียฟอร์มแย่ จึงประคองเธอลุกขึ้นจูปปากหเธออีกครั้ง แล้วผลักเธอลงไปบนที่นอน
ผมไม่ปล่อยให้เธอเราเลยแม้สักวินาที รีบตามไปขึ้นคล่อมร่างน้อยๆของเธอ แล้วประกบจูบปากเธออย่างดูดดื่มอีกครั้ง จากนั้นผมก็ ถอนปากออกจากปากของเธอ ไล่ละเลงลิ้น จากลำคอ สู้หัวไหล่ เรื่อยมาจนมาหยุดที่หัวนมของเธอซึ่งออกคล้ำนิดๆ ผมดูดนมของเธอ เบาสลับแรง ดังจ๊วบจ๊าบ จนเธอครางเสียงกระเส่า
"อืออออ อืมมมม"
มือของผมก็ทำหน้าที่สอดประสานกับปากเป็นอย่างดี ที่นวดคลึงเคล้นเต้านมของเธอ ผมเล่นกับนมของเธออยู่พักนึง ก็เปลี่ยนเป้าหมายมือขวาของผมคว้าหมับไปทีเนินหีของเธอ ผมลูบไล้เนินหีของเธออย่างหลงไหล ผมใช้นิ้วแหวกแคมหีที่เปียกชื้นของเธอเข้าไปโดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากเลย เพราะมันง่ายมากผมจึงเพิ่มจำนวนนิ้วจากหนึ่ง เป็น สอง และ สามนิ้ว ตอนนี้ปลายนิ้วของผมรู้สึกได้ถึงการตอดรัดภายในรูหีของเธอ ผมจึงเร่งจังหวะดึ้งนิ้วเข้าออกพลางหมุนควง จากช้าไปหาเร็ว ไม่นานนัก เธอก็ครางไม่เป็นศัพท์
"ซี๊ดดดด โอ้ววววว อือออออ โอ้ยยย พอก่อนนน"
พักนึงเธอก็เกร็งตัวอย่างรุนแรง และคงพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดมาดึงมือของผมออกจากรูหีของเธอ
"เป็นไงจ๊ะ จอย เสียวไหม" เธอพยักหน้าตอบ
ผมหยิบถุงยางอนามัยมาสวม แล้วเอาควยไปที่หีเธอที่บัดนี้ มีน้ำไหลเยิ้มออกมา
ผมแกล้ง เอาปลายหัวหัวควย ถูกับแตดเธอ ช้าๆเบาๆ จนเธอร้องขอให้ผมรีบเอาควยใส่เข้าไป
"เอาใส่เข้าไปเถอะตัวเอง จอยไม่ไหวแล้ว ซี๊ดดดดด หือออ"
ได้ยินอย่างนี้ผมก็ไม่รอขช้า ออกแรงดัน ควยชำแหลกร่องหีเธอเข้าไป ผมชื่นชอบภาพที่ควยค่อยๆฝังตัวเข้าไปในร่องหีผู้หญิงมากเหลือเกิน
"โอ้วววว ซู๊ดดด คับดีจัง" เธอร้องบอกผมอย่างพอใจ
"ซี๊ดด เค้าก็เหมือนกัน " ผมพูดพลางดึงควยออกมาจากรูจนเกือบพ้นปลายหัว แต่ดูเธอเหมือนไม่อยากให้มันออกมาเท่าไร เพราะเธอยกก้นกระดกตามควยผมมา
จังหวะนั้นเอง ที่ผมออกแรงดันมันเข้าไปจนสุดอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนก้นเธอกระไปกระแทกทีนอน
"โอ้ยยย" เสียงเธอร้องโหยหวน
ผมไม่สนใจอะไรแล้วตอนนี้ ประกบจากจูบเธอแล้ว กระน่ำซอยเป็นจังหวะ ไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไป
เราต่างได้ยินเสียงครวญครางของกันและกันในลำคอ ขณะที่ตอนนี้เราประกบจูบปากแรกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม สักพักนึงเธอเป็นฝ่ายร้องขอจะโชว์ฝีเอวบ้าง
ผมก็ยอมให้เธอทำตามคำขอ โดยที่ผมลงไปนอนหงายกับที่นอน แล้วเธอก็เดินเข่ามาคล่อมร่างของผม จับบเอาควยของผมยัดเข้าใส่รูหีตัวเอง
เธอไม่ได้กระแทกมันขึ้นลงอย่างที่ผมทำ แต่ทำกำลังบดมันอยู่อย่างรุนแรงจนผมกลัววว่าเส้นขนของเราจะพันกัน
"ซี๊ดดดดด อื้ออออ" เธอร้องครวญครางใบหน้าเหยเก แต่ก็ยังไม่หยุดบด
สักพักผมก็ อดใจไม่ไหวคว้าคอเธอมากอดแล้ว กระหน่ำเดี้ยงสวนเธอขึ้นไปอย่างไม่คิดชีวิต จนเสียงเตียงลั่น เอี๊ยดๆๆๆ ราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
ตอนนี้เสียงของเธอเปลี่ยนจากเสียงครางเป็นเสียงร้องแล้ว
"โอ้ยๆๆๆๆ อือออ.."
ต่อจากนั้นผมบอกให้เธอคลานเข่าที่ปลายเตียง ส่วนตัวผมเองลงไปยืนประกบเธอจากด้านหลังส่งควยเข้าไปในหีของเธอ แล้วบรรจงกระแทก เสียง ป๊าป ป๊าป ป๊าป เธอร้องโหยหวน ผมเองก็อดครางไม่ได้เช่นกัน เพราะท่านี้มันเป็นจุดตายของผม
"โอ้วววว ฟิตจังเลย หีจอยตอดควยเค้าจัง" ผมพร่ำเพ้อ ซอยไปไปเรื่อยๆ
จนเธอร้อง
"โอ้ยยย ไม่ไหววแล้ววว "อ้ววว จะแตกกกก แล้ววว" ร่างของเธอสั่นกระตุก
ผมจึงเร่งจังหวะ ซอยอย่างรุนแรง พั๊บ พั๊บ พั๊บ พั๊บ เสียงกระทบของมันดังรัวๆ อยู่สักพัก
"โอ้ยยยย แตกแล้ววววว อ้าาาาาาา ซี๊ดดดด" ในที่สุดผมก็สิ้นฤทธิ์ ปล่อยน้ำแตกเต็มถุงยาง
"ไม่น่าพี่แนทถึงชมใหญ่" เธอพูดขนาดทิ้งตัวลงไปนอนคว่ำหน้าหายใจหอบ
ผมก็ ลงไปนอนกอดพลางหอมที่ผมเธอเบาๆ
เรานอนกอดกันสักพัก ก็ลุกขึ้นล้างเนื้อล้างตัว ผมออกไปส่งเธอขึ้นรถ แล้วก้นั่งรถไปบ้านหน้า ย่านบางแค
น้าของผม ท่านชื่อน้าอ้อย น้าอ้อยมีลูกสาว2คน ส่วนสามีแกเสียไปตั้งแต่เมื่อปีก่อน
"สวัสดีครับน้าอ้อย"
"มาแล้วหรอจ๊ะจวน น้าเตรียมห้องไว้ให้ละ เอาของไปเก็บแล้วก็อาบน้ำอาบท่าสะนะ แล้วลงมากินข้าวกัน ไม่ได้เจอนานโตเป็นหนุ่มแล้วนะเนี่ย" น้าสาวผมทักทาย
"น้าก็ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ"
"แหม ปากหวานจังนะเรา น้าไม่มีอะไรให้หรอกน๊า"
พอผมอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็ลงมาทานข้าว
"ยัยโม ลงมาทานข้าวได้แล้วลูก" น้าอ้อยตะโกนเรียก
แว๊บแรกที่ผมเห็นโม ผมแทบจำผิดคิดว่านี่คือพี่ส้ม ไม่ได้เจอกัน 4-5ปี เธอโตเป็นสาวสวยเหมือนพี่ส้มตอนนั้นไม่มีผิด
วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557
แสน รัน จวน ตอนที่2
ตอนที่ 2 คุณ...ครู
จึงตามชายฉกรรจ์ที่นำทางมาอย่างเงียบๆจนถึงห้องๆ หนึ่งของโรงแรมชื่อดังกลางกรุง
ชายฉกรรจ์คนนั้นเคาะประตูเรียกชายอีกคนหนึ่งออกมาเปิดประตู เขากล่าวเชิญผมเข้าไปข้างใน โดยที่ชายฉกรรจ์ที่นำทางผมมาไม่ได้ติดตามเขาไปด้วย
"นั่งก่อนสิ" ชายวัยกลางคนรูปร่าง สูงใหญ่เอ่ยปากบอกผม
"ขอบคุณครับ" ผมนั่งลงตามที่เขาบอก แม้ยังไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร แต่ความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้สบตากับเขากลับกลายเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มันไม่ใช่ความเคารพ ยำเกรง หรือหวาดหวั่นใจแต่อย่างใด
"นายคือ.."
"แสนฤทธิ์ ครับ" ผมตอบคำถามทั้งๆที่รู้ว่า เขาก็คงรู้คำตอบดีอยู่แล้ว
"ที่ฉันเรียกนายมาพบวันนี้เพื่อจะขอบคุณนาย ที่ช่วยลูกชายฉัน และก็มีสิ่งตอบแทนเล็กน้อยๆเป็นสินน้ำใจมอบให้นาย" เขาพูดพลางยื่นเช็คให้ ผมเห็นจำนวนเงินแล้วบอกเขาว่า
"ผมรับไม่ได้ครับ" เขายิ้มน้อยๆที่มุมปากแล้วพูดต่อไปว่า
"จริงๆก็ถือเป็นค่าไฟแช็คของนาย รวมกับที่นายช่วยให้ฉันประหยัดค่ารักษาพยาบาล ห้าแสนก็คงไม่มากไปหรอก"
"ถ้านายไม่เต็มใจจะรับเงินก้อนนี้ฟรีๆ ฉันก็จะขอให้นายทำงานให้ฉัน"
"กลับไปเรียนหนังสือสะ ฉันขออธิการไปแล้ว พรุ่งนี้นายไปเรียนที่นั่นได้เลย"
"ส่วนหน้าที่ของนายคือคอยดูแลลูกชายฉัน โดยที่ไม่ต้องบอกให้มันรู้ คงไม่ยากเกินไปนะ สำหรับฝีมืออย่างนาย" เขาพูดเรื่อยๆ
"ผมจะรับไปคิดดูครับ"
พูดจบผมก็ลุกขึ้นเดินกลับไปที่ประตูโดยไม่ได้หยิบเชคมาด้วย
"จ่าสิทธิเป็นไงบ้างละ สบายดีไหม"
"คุณรู้จักพ่อผม" ผมหยุดเดินหันหลังกลับมาถาม
"คนเคยคบหากันมาก่อนน่ะ" บทสนทนาของเราสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
ระหว่างกลับบ้าน พี่พลเจ้าของร้านที่ผมทำงานอยู่โทรมา
"แสนวันนี้ไม่ต้องมาทำงานนะ ร้านโดนปิด 30 วัน ก็สงสัยที่มีเรื่องเมื่อคืนแหละ ตร.เขาบอกว่าเราปล่อยปะละเลยให้มีการพกอาวุธเข้ามา"
--------------------------------------------------------------------------
เช้าวันนั้น
"ไอ้เหี้ย ชิบหาย สายแล้ว เห้ย ตื่นได้แล้วไอ้จวน"
"สายไรวะ วันนี้เรียนตั้ง สิบโมง"
"ก็เนี่ย สิบโมงแล้ว"
"อ่าวไอเหี้ย อ้าวแล้วไม่บอกกู" ไอ้จวนร้องด่าผมแทนสะงั้น
แล้วผมสองคนก็รีบล้างหน้าแปรงฟัน แต่งตัวไปเรียนโดยที่ไม่ทันได้อาบน้ำ
วันนี้บรรยากาศในชั้นเรียนดูแปลกๆ พวกผมสองคนกลายเป็นเป้าสายตา และทุกคนล้วนซุบซิบนินทา ก็คงเป็นเรื่องวีรกรรมเมื่อคืนนี้แหละ
วันนี้ไอ้บาส ควงคู่มากับ เก๋ สาวผิวสีแทนหุ่นดีที่เรียนเซคเดียวกัน ไอ้จวน เล่าว่าเมื่อคืนก่อนมีเรื่องไอ้บาสจีบเก๋ใหญ่ ดูท่าทางเก๋ก็ออกจะหลงคารมของมัน พอสบโอกาสที่เก๋ ไม่อยู่ ไอ้บาสก็เอ่ยปากชวนผมกับไอ้จวนไปทำภารกิจที่เราตกลงกันไว้ มันบอก
"วันนี้แหละฤกษ์ดี หรือมึง จะไปทำกิจกรรม รับน้องหลังเลิกเรียน ไอ้สัสเขาเกลียดพวกมึงกันหมดแล้ว นี่กูได้ยินมานะ ว่ารุ่นพี่เขาจะตัดหางปล่อยวัดมึงสองตัว กูว่าไม่ต้องมีพี่รหัสกันละพวกมึง"
"เออ ไม่มีก็ไม่มีสิวะ กูก็เบื่อพวกแม่งเหมือนกัน" ไอ้จวนพูดฉุนๆ
"แล้วไงมึง เจ้าภาพ พร้อมป่าววะ" ไอ้บาสหันมาถามผม
"เงินอะพร้อม แต่กูไม่อยากวะ"
"ไม่กล้าสินะมึง ฮ่าๆๆๆๆ" ไอ้จวนแซว
ตลอดวันนี้ทั้งวัน ผมยังไม่เห็นพี่แอนเลย เจอแต่พี่เอ พี่เอ บอกว่าพี่แอนไม่ค่อยสบายวันนี้เลยไม่ได้มาเรียน
"มีเบอร์พี่แอนไหมครับ ผมอยากจะ.."
"อย่าพึ่งเลยจะ ถึงโทรไปตอนนี้ก็คงไม่ติด แอนคงอยากอยู่คนเดียวสักพัก"
"แล้วพี่แอน เป็นอะไรมากไหมครับ"
"ไม่หรอกจะ พี่ว่านอนพักสักหน่อยคงจะดีขึ้น"
"แล้วพี่แบงค์"
"ไม่รู้สิ ไอ้คนอย่างนั้นอย่าไปพูดถึงมันเลย" พี่เอตอบอย่างมีอารมณ์
วันนั้นทั้งวัน ผมก็ไม่ได้เจอไอ้แบงค์เหมือนกัน
พอตกเย็น ผม ไอ้จวน ไอ้บาส ก็ไปทำภารกิจกัน ที่อาบอบนวด แถวๆ นั้นแหละ
"โห่ ไอเชี่ย น่าจะไปที่ไกลๆหน่อย แม่ง เกิดใครผ่านไปผ่านมาเห็น อายเค้าตายห่าเลย" ผมบ่นกับพวกมัน
"ไปไกลทำเส้นตีนไรวะ มีทีเด็ดอยู่ใกล้ๆ ใครจะเห็นก็ช่างมันดิ นี่มันที่สำหรับลูกผู้ชายโว้ย"
เราเข้าไปในสถานบันเทิงแห่งนี้ สถานที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ไปถึงก็มีบริกร มาตอนรับพวกเราอย่างดี เชิญครับพี่ รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ
"เบียร์ 2 เป๊ปซี่ 1" ไอ้จวนสั่งอย่างรู้ใจว่าผมไม่นิยมแอลกอฮอร์ พร้อมทั้งทริปให้บริกรคนนั้นไป สักพักเครื่องดื่มก็ถูกนำมาเสริฟ บริกรก็แนะนำ น้องๆหลายคนพร้อมทั้งอธิบายเรื่องราคา ขนาดที่ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ก้ต้องตกใจสุดขีด
"ชิบหายละกู" ผมรีบเลี้อยลงกับโซฟาในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
"มึงเป็นเหี้ยอะไรทำหน้ายังกะเจอผี" ไอ้จวนถาม
"ไม่ใช่ผีหรอก แต่เป็พี่กู"
"เฮ้ย อย่าบอกนะว่าพี่มึงทำงานที่นี่ คนไหนวะชี้ให้กูดูหน่อย เผื่อกูถูกใจ ฮ่าๆ" ไอ้บาสทำทาท่างกระตือรือล้น
"กูว่ามึงมึงคงไม่ถูกใจหรอก" ผมพูดพลางชี้ไปทางทีพี่ผมนั่งอยู่ให้พวกมันดู
"อ่าวไปไหนแล้ววะ" สงสัยพี่ผมคงไปแล้วหรือว่าไม่ทันเห็นผม
หลังจากนั้น พวกผมสามคนก็เลือกได้ ผมเลือกคนผมยาวผิวขาวออกจะตัวเล็กๆหน่อยอายุไม่น่าเกิน20 ไอ้จวนเลือกสาวผมสั้นดูโฉบเฉี่ยว ส่วนไอบาสเลือกสาวหน้าใหญ่ใจโต บริกร พาน้องๆมานั่งข้างๆพวกผม สาวผมยาวแนะนำตัวว่าชื่อเอนจอยด์ น้องผมสั้นชื่อแคนดี้ ส่วนอีกคนชื่อแนท ไม่รู้น้องแนทเขาได้แรงบันดาลใจมาจาก ดาราหนังโป๊ชื่อดังคนนั้นหรือป่าว เพราะทรวดทรง สะบึมไม่แพ้กัน นั่งคุยกันสักพักก็ตกลงขึ้นห้อง ก่อนไปเรียกบริกร มาคิดค่าเสียหาย
"ไม่เป็นไรครับพี่ เฮียเอกจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ"
ผมคิดในใจ ซวยละแสดงว่าเห็นสินะ
"ไอ้เฮียเอก นี่ใครวะอยู่ดีๆมาออกให้หมดเลย" ไอ้จวนถามผม
"พี่ชายกุเองแหละ"
"อ่าว พี่ที่มึงเจอคือพี่ชายมึงหรอกหรอวะ ดีนะที่กูไม่ได้เลือก ฮ่าๆ" ไอ้บาสแซว
พวกเราทั้งหมดถูกนำทางไปยังห้อง วีไอพี ที่ข้างในมีห้องคล้ายๆห้องรับแขกขนาดใหญ่มีทีวีพร้อมสำหรับร้องคาราโอเกะ มีโซฟาดูหรูหราแต่ที่จะแปลกไปก็คือมีอ่างน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกเปิดน้ำเตรียมไว้แล้ว สำหรับลงไปได้พร้อมกันทั้ง 6คน สบายๆ นอกจากนั้นยังมีห้องย่อยๆอีก3ห้องภายในก็มีอ่างอาบน้ำสำหรับ2-3คน และเตียงนอนขนาดคิงส์ไซด์
พวกเรานั่งกันที่โซฟา เปิดเพลงร้องไปพลางระหว่างที่รอเครื่องดื่ม ตอนนี้ผมเห็นไอ้บาส กอด หอม ล้วง แนทอย่างสนุกมือ ส่วนไอจวนก็คล้องคอน้องแคนดี้ ร้องเพลงไปพลางหอมแก้มน้องไปพลาง ส่วนผมนั่งสั่นเป็นลูกหมาตกน้ำเลย จนน้องเอนจอยด์ ต้องชวนคุย "พึ่งเคยมาเที่ยว ครั้งแรกหรอค่ะพี่"
"คะ..ครับ" ผมตอบเสียงสั่น เพราะตอนนี้ เสื้อผ้าของพี่แนทสาวทรงสะบึ้มได้ถูกทอดออก เหลือเพียงชุดชั้นในสีดำที่เข้าคู่กันเท่านั้น
"แหม พี่มองพี่แนทตาเป็นมันเลยนะ นู๋ไม่สวยหรอ" น้องเอนจอยด์ร้องท้วง
"ปะ..ป่าวครับ น้องจอยก็สวยมาก"
"จิงปะ ปากหวานจัง คอยชิมหน่อยสิ" น้องจอยพูดไม่พูดป่าว เอาปากมาประกบปากจูบผมเฉยเลย จนผมสะดุ้ง ไอ้บาสเห็นเลยร้องแซว
"น้องจอยก็ เบาๆกะมันหน่อย มันยังซิง ฮ่าๆๆ"
"โห จอย น่าอิจฉาจัง ทั้งหล่อ ทั้งตี๋ ทั้งซิง" น้องแคนดี้บอก
"พี่ก็ซิงนะจ๊ะ" ไอจวนบอกน้องแคนดี้ มือไม้ไม่อยู่สุข
"จิงหราาา จ้างให้ก็ไม่เชื่อ" น้องแคนดี้พูดเสร็จก็หันไปประกบจูบปากกับไอจวนอย่างดูดดื่ม
"ปะ อาบน้ำกันดีกว่าหวะ กูจะไม่ไหวละ" ไอ้บาสเสนอ
ผมทำท่าจะเดินเข้าไปเข้าไปในห้อง แต่ไอ้บาสร้องทัก
"ไอ้รัน มึงจะไปไหน มานี่ อาบด้วยกันสิวะ"
"อาบด้วยกันหมดนี่ เนี่ยนะ ไม่เอาอะกูอาย"
จังหวะนั้น น้องเอนจอยด์ ที่บัดนี้ไม่เสื้อผ้าอาภรณ์ติดกายเลยสักชิ้นเดียว ไม่รู้สาวเจ้าทอดทิ้งไปตั้งแต่เมื่อไร ผมเห็นแล้วก็ขนลุก ไม่ต้องพูดถึงน้องนู๋ในกางเกงผม ที่หลับไม่ลงตั้งแต่ ย่างเท้าเข้ามาในห้องนี้
"มาค่ะ เดี๋ยวจอยถอดเสื้อให้" น้องจอยก้าวเข้ามายืนข้างหน้าผม แต่ผมกลับไม่กล้าสบตาน้องเค้า ทั้งๆที่มีของดี อยู่ตรงหน้า แต่ตาผมกลับทรยศมองพื้น มองเพดานสะงั้น
ผมเหลือบไปเห็น ไอ้บาสกับ ไอ้จวน ที่ตอนนี้แก้ผ้าล่อนจ้อน กระจู๋ชี้โด่เด่ กันทั้งคู่ ของไอบาส ดูจะไม่ใหญ่มาก ถ้าเทียบกับของผม หรือ ของไอจวน ที่ทั้งดำทั้งใหญ่ ผมได้ยินน้องแคนดี้ร้องว่า วันนี้คงเจอศึกหนัก พี่แนทช่วยนู๋ด้วยน๊าา ฝ่ายพี่แนท ร้องตอบว่า ไม่มีปัญหาจะ
ถึงตอนนี้ ผมก็โดนน้องเอนจอยด์ หลอกคราบเรียบร้อยเป็นคนสุดท้าย น้องจอยที่เห็นของผมเป็นคนแรก ร้องว่า "โหนี่ขนาดไม่เคย ทำไมพ่อให้มาเยอะจังคะ"
ไอ้บาสได้ยินก็หันมามองพลางร้องว่า
"แม่งกูอิจฉาพวกมึงวะคนนึงยาว คนนึงใหญ่ ส่วนกูแม่งพ่อไม่รัก"
ไดยินไอ้บาสตัดพ้ออย่างนี้ ผมก็บไอ้จวนก็หัวเราะกันอย่างผ่อนคลาย เอาเข้าจิงถ้าเรื่องความใหญ่ ผมเป็นลองไอจวนแน่ๆ แต่ของผมจะยาวกว่ามันนิดหน่อย
ตอนนี้พวกเราทั้ง 6 คนก็แช่น้ำอยู่ด้วยกัน น้องเอนจอยด์ พยายามปรนนิบัติผมอย่างดี ขัดสีฉวีวรรณผมทั้งตัว หยั่งกะแม่อาบน้ำให้ลูก ผมก็อยู่เฉยๆ ให้น้องทำไป น้องจอยกระซิบบอกผม "จับของนู๋ก็ได้นะคะ"
ผมตอบกลับด้วยการเอามือไปจับนมน้องเบาๆ น้องจอยจัดเป็นผู้หญิงตัวเล็ก อกจึงไม่ใหญ่มากแต่ นมแน่นเหลือเกิน อาจเป็นเพราะน้องยังอายุไม่มากเท่าไร
"มือใครเนี่ย ซนจัง" พี่แนทร้องขึ้นมา ผมจึงหันไปมอง ปรากฎ เป็นไอจวนที่ กับไอ้บาส ที่กำลังรุมเคล้นนมพี่แนทอย่างมันมือ ไอ้จวนที่ตอนนี้มือนึงก็กอดคอน้องแคนดี้พลางบี้นมน้องไปพลาง อีกมือก็ไปขยำนมพี่แนท ตัวพี่แนทเองคงจะนึกขึ้นได้ว่ามือที่มาสัมผัสเรือนร่างเธอมันมากกว่าสองมือเลยร้องแซวขึ้นมา
ไอ้จวนเห็นผมกับน้องจอยมองมา เลยพูดว่า
"น้องจอยจ๋า มามะมาหาพี่ดีกว่ารับรองเร้าใจกว่าเยอะ ปล่อยให้ไอ้เบือกนั่นมันชักว่าไปฮ่าๆๆ " พูดจบ มันกับไอ้บาส ก็หัวเราะกันสนุกสนาน
"ไม่ค่ะพี่ วันนี้นู๋จะเป็นครู อิอิ"
น้องเอนจอยด์พูดพูดเสร็จก็ จูงมือผมขึ้นจากอ่างเดินเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่ง เข้าไปถึง น้องจอยก็ให้ผม ลงไปในอ่างอาบน้ำ แล้วเปิดน้ำล้างตัวผมกับตัวน้องเองอีกรอบ เสร็จแล้วก็เอาผ้ามาเช็ดตัวให้ผม และบอกให้ผมไปนอนรอที่เตียง ไม่นานพอน้องจอยเช็ดตัวจนแห้งก็ตามมาขึ้นมา
"นอนคว่ำก่อนค่ะเดี๋ยวจอยนวดให้" ผมก็ทำตามอย่างว่าง่ายแต่ตัวยังสั่นๆอยู่
"หนาวหรอคะ ให้จอยหรี่แอร์ไหม" น้องจอยถามผมอย่างเอาใจใส่
"มะ ไม่เป็นไรครับ" ผมตอบเสียงสั่นๆ เพราะตอนนี้ น้องจอยขึ้นมานั่งบนตัวผม ที่นาผืนน้อยของน้องจอยตอนนี้ประทับอยู่ตรงสะโพกของผม ผมไม่ได้เห็นหรอกเพราะนอนคว่ำอยู่ แต่มันสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากสิ่งที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
น้องจอยเริ่มลงน้ำหนักนวดไหล่ไล่มายังหลัง สะโพก ต้นขา ของผม
"ถ้าเจ็บบอกได้นะคะ" น้องจอยยังคงถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เจ็บหรอกครับ" มันเป็นอย่างนั้นจิงๆ เพราะตอนนี้ ไม่ได้สนใจมือที่น้องจอยกำลังนวดตัวผมเลย เพราะผมเพ่งสมาธิทังหมดไปเฉพาะบริเวณที่นาผืนนั้น สัมผัส ครูดไปทั่วทั้งร่างกายของผม ตามจังหวะที่น้องจอยเคลื่อนไหว เหมือนตกอยู่ในภวังค์
ไม่นานนักนอกจอยก็บอกให้พลิกตัวนอนหงายเลยค่ะพี่ ผมก็ทำตามทันทีราวกับต้องมนต์สะกด ยังไม่ทันได้พูดพล่ามทำเพลง น้องจอยก็ก้มลงมาประกบจูบปากทันที เธอพยายามส่งลิ้นเข้ามาในปากขอผมที่ตอนนี้เข้าใจความต้องการของเธอแล้วจึงปล่อยให้มันผ่านทางเข้ามาอย่างง่ายดาย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ผมได้ประกบจูบปากใครสักคนอย่างดูดดื่ม มือไม้ของน้องจอยอยู่ไม่สุข เพราะตอนนี้เธอกำลังลูบไล้ไปทั่วร่างกายผม จนไปถึงจุดสำคัญที่ทำเอาผมถึงกับสะดุ้ง
น้องจอยผละปากออกจากริมฝีปากของผม แล้วส่งยิ้มหวานๆให้ ก่อนที่เธอจะเริ่ม ละเลงลิ้นลงที่หน้าอกของผม จากที่เมื่อกี้โดนมือสัมผัสก็แทบจะทนไหวแล้ว ตอนนี้มาโดนลิ้นของเธอ มันทำให้เกร็งจนต้องกัดฟัน เธอเห็นดังนั้น จึงขึ้นมากระซิบที่ข้างหูผมว่า
"ทำตัวสบายๆค่ะ ไม่ต้องเกร็ง ถ้าเสียวก็ครางออกมาเลยก็ได้"
แล้วเธอก็จัดการลงลิ้นทั่วร่างกายผมต่อ ไล่ตั้งแต่หน้าอกเรื่อยมาจนถึงท้องน้องและตอนนี้ ลิ้นของเธอเดินทางมาถึง จุดยุทธศาสตร์สำคัญของผมแล้ว
เธอบรรจงเลียที่โคนของมันไล่ขึ้นมาจนถึงส่วนปลาย ตอนนี้ผมกลั้นเสียงไว้ไม่ไหวแล้ว "ซี๊ดดดด โอ้วววว" เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมแล้วยิ้มให้ก่อนจะอมของผมอย่างไม่รังเกียจ "โอ้ยยย ซี๊ดด" ผมเสียวจนต้องเป่าปาก
น้องจอยพยายามอมของผมเข้าไปให้ลึกที่สุดหวังจะอมให้สุดลำ แต่ความพยายามของเธอไม่สำเร็จ เธอจึงเปลี่ยนมาออกแรงดูด ของผมแทน แรงดูดมหาศาล ลิ้นที่กระดกอย่างถี่ยิบอยู่ในปากของเธอ มันทำให้ผมไม่อาจจะต้านทานความรู้สึกเสียวซ่านนี้ได้อีกต่อไป "โอ้ยยย ไม่ไหวแล้ววว อ๊าาาา"ผมเกร็งตัวร้องครวญครางมือจิ๊กผ้าปูที่นอนได้ไม่นานก็สุดจะอัดอั้น ปล่อยน้ำรักเข้าเต็มปากน้องจอย แต่เธอก็ยังดูกลืนน้ำรักของผมอยู่โดยไม่มีท่าทีรังเกียจสักนิด เธอดูกินน้ำของผมจนแห้งเหือดแล้ว จึงพูดกับผมว่า น้ำตัวเองออกเยอะจัง แล้วหอมแก้มผมหนึ่งทีก่อนที่จะลุกไปบ้วนปาก
ผมนอนอ่อนแรงมองเรือนร่างที่สวยงาม ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มหวานๆแทบจะตลอดเวลา เดินไปเดินมาอยู่พักนึง เธอก็ขึ้นมานอนในอ้อมกอดของผมบนที่นอน
"มาทำที่นี่นานยังครับ"
"ก็พึ่งมาไม่นานหรอก แล้วก็ไม่ได้มาทำบ่อยด้วย นานๆมาที แต่วันนี้โชคดีจัง ได้มาเจอหนุ่มๆซิงๆ ปกติเจอแต่คนแก่หัวงู"
"แล้วพี่เสร็จแล้วอย่างนี้..."
"จอยไม่ปล่อยพี่หรอก ถ้ายังไม่ได้เอาอะ อิอิ"
ว่าแล้วเธอก๋เริ่มปฎิบัติการณ์ปลุกไอ้ตัวดีของผมอีกครั้ง คราวนี้เธอเริ่มจากล่างขึ้นบน ไล่จากจูบฝ่าเท้าของผมอย่างไม่รังเกียจไล่ขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงไข่ของผม เธอจัดการกับมันทันทีด้วยลิ้นและปากของเธอ มันเป็นความรู้สึกที่เสียวเกินบรรยายจริงๆครับ เล่นเอาผมต้องบิดตัวด้วยความเสียวซ่าน และมันก็ได้ผลดีเหลือเกินเพราะตอนนี้ อาวุธคู่กายของผมกลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้ง น้องจอยเห็นแล้วก็อมยิ้มขึ้นมากระซิบที่ข้างหูผม
"เห็นมะ ยังงัยๆ วันนี้พี่ก็เสร็จจอย" แล้วเธอก็ละเลงลิ้นที่หูของผม มันทั้งเสียวทั้งจั๊กกะจี้อย่างบอกไม่ถูก
ผมเหลือบมองนาฬิกา เวลามันผ่านมาเกือบชั่วโมงครึ่งแล้วผมเลยถามน้องจอย
"มันจะไม่เลยเวลาหรอ เห็นเพื่อนมันบอก ว่าแค่ชั่วโมงครึ่ง"
"สำหรับพวกพี่ ไม่เป็นไรค่ะ"
"แต่ตอนนี้ นู๋จะไม่ยอมให้พี่เอา ถ้าพี่ไม่ทำให้นู๋บ้าง"
เธอพูดเสร็จก็เอื้อมมือมาจับมือผมไปวางที่หน้าอกเธอ
"บีบมันสิคะ เบาๆก่อนนะ" ผมก็ทำตามที่เธอบอกเหมือนเดิม
"อื้มม อย่างนั้นแหละค่ะ" ตอนนี้ผมเองก็เริ่มมันมือจึงพลิกตัวเทอลงไปนอนหงายมั่ง
"ดูดนมนู๋หน่อยสิคะ" เธอกระตุ้นผม ผมจึงจัดให้ ก้มลงไปดูดนมเธอทั้งซ้ายขวาอย่างหิวกระหาย สักพักเธอก็ใช้มือเธอกดหัวผมลงไปข้างร่างเป็นสัญญาณว่า ผมควรจะทำอะไรกับส่วนนั้นของเธอบ้างเป็นการตอบแทน แต่ผมก็ไม่อาจกั้นใจละเลงลิ้นไปทั่วเหมือนที่เธอทำกับผมได้ บริเวณนั้นของเธอมีขนขึ้นพองามเหมือนผ่านการตัดแต่งมาบ้าง ส่งกลิ่นคาวน้อยๆ พอให้ชื่นใจ ผมก้มลงจูบบริเวณที่ปกคลุมไปด้วยขนน้อยของเธอสอง สามที ก็ขึ้นมาประกบปากจูบเธอแทน แล้วส่งมือของผมลงไปทำหน้าที่แทนตรงส่วนนั้น พอปลายนิ้วได้สัมผัสกับส่วนนั้นของเธอ ผมก็พบกับความเปียกชื้นน้อยๆ ซึมมาจากกลีบพลูคู่งาม ผมพยามบดนิ้วแทรกลงไปตรงกลางตวัดนิ้วขึ้นลงเบาๆ เพราะกลัวเธอจะต่อว่า แต่เธอไม่ได้มีอาการเช่นนั้นเลย
"อื้อออ" มีเสียงเบาๆ เล็ดรอดมาจากลำคอของเธอ ตอนนี้เธอดูกระสับกระส่ายนิดๆแล้วเธอผละปากออกจากปากผม แล้วจับผมให้พลิกลงไปนอนหงายอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่พูดอะไรเลย ไม่มีรอยยิ้มหวานๆอีกต่อไปแล้ว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหื่นกระหายเธอก้มลงใช้ริมฝีปากดูดอาวุธลับของผมอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ไม่นานเธอก็เอ้อมมือไปแกะถุงยางและบรรจงคาบมันไว้ในปากก่อนจะก้มหน้ามาใส่ถุงยางให้ผมด้วยปากของเธอ มันช่างเป็นเทคนิคที่ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้ ผมทั้งตื่นเต้นละคลกับความเสียวที่เธอมอบให้
จากนั้นหลังจากที่ถุงยางได้ครอบคลุมส่วนนั้นของผมเรียบร้อบ เธอก็ลุกขึ้นมานั่งยองๆ จับท่อนน้อยของผมที่ตอนนี้ชี้โด่ใส่เข้าไปในช่องแคบๆของเธอ ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวลงมา
ความรู้สึกแรกในการเสียหนุ่มของผมมันเป็นอย่างนี้นี่เอง เสียว แสบ คับ แน่น อุ่น มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษเหลือเกิน ผมคงไม่แปลกใจเลยถ้าต่อจากนี้ผมจะเป็นไอตี๋หิด อย่างที่เพื่อนผมล้อ
"ซี๊ดดด อูยยยย มันเข้าลึกจังเลย" คำพูดแรกจากปากน้องจอย ที่บัดนี้ขโมยความหนุ่มของผมไปจนมิดลำ เธอแช่มันไว้สักพักเหมือยทำใจ ผมเองก็กำลังทำใจเช่นกัน เหมือนที่มีคนเคยเปรียบเปรยไว้ว่า คลื่นลมจะสงบก่อนที่พายุจะมา และไม่นานนักมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อน้องจอยเริ่มโยกขึ้นลง จากช้า ไปเร็ว ป๊าปๆๆๆๆ เสียงก้นงามๆของเธอกระแทกกับหน้าขาของผม
"โอ้ววว โอ้ยย ซูดดดด"ผมครางไม่เป็นศัพท์ แต่ก็พยายามเด้งสวนเธอบ้างเป็นจังหวะ
"พี่จ๋าดูดนมให้นู๋ที" น้อจอยร้องขอเสียงสั่น
ผมจึงพยายามขืนให้ตัวเองขึ้นมาดูดนมของเทอ ขณะที่เธอเองก็กำลัง ขย่มของผมอย่างเมามันส์ ผมเองก็เริ่มติดใจรสสัมผัสนี้แล้วจึงดูดนมของเธออย่างโหยกระหาย แม้นมของเธอจะไม่ใหญ่ถ้าเทียบกับของพี่แนทนิ่งดูเล็กลงไปถนัดตา แต่สำหรับผม ผมชื่นชอบนมคู่แรกในชีวิตที่ผมได้มีโอกาสดูดนี้มาก แต่การที่ผมลุกขึ้นมาดูดนม มันกลับทำให้ผม ใช้ส่วนล่างเด้งสู้กับเธอไม่ถนัดนักผมจึงร้องขอเธอเพื่อให้ผมได้มีโอกาสเข้าทำบ้าง
"จอยจ๋า พี่ขอทำบ้างนะ" ผมบอกเธอ เธอจึงลงไปนอนชันขาเป็นรูปตัวเอ็มพร้อมทั้งส่งสายตายเชื้อเชิญผมอย่างว่าง่ายผมเองก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปนั่งจ่อจะส่งจรวดเข้าถ้าของเธอ แต่ต้องชะงักนิดนึงเพราะตอนนี้ผมพึ่งได้เห็นน้องสาวของเธอเต็มๆตา ชัดๆ เป็นครั้งแรก กลีบทั้งสองสวยงามมาก เม็ดกระสันก็งดงามน่าสัมผัสอย่างยิ่ง ปากถ้าเปิดอ้านิดหน่อย เพราะเธอกำลังขย่มของผมอยู่
"มัวแต่อะไรก็ไม่รู้ รีบใส่เข้าไปสิค่ะพี่" เธอร้องเตือนสติผม ด้วยใบหน้าที่เซกซี่เป็นอย่างยิ่ง แล้วมีเหลือผมจะไม่ทำตาม จึงรีบส่งน้องชายเข้าไปทันที ผมดันพรวดเข้าไปทีเดียวมิดลำ
"โอ้ยยย พี่อะแกล้งนู๋ทำไม" ผมเริ่มขยับเข้า ขยับออก ช้าๆ
"ทีหลังพี่ อย่าดันเข้ามาหมดทีเดียวอย่างนี้รู้ไหม มันจุกค่ะ"
"จะจะ" ผมรับคำเธอ แล้วก็จัดการดันเข้าดันออก ช้าๆ เพราะทุกจังหวะที่ผมเคลื่อนไหว ภายในของเธอช่างตอดรัด ให้ผมเสียวซ่านอย่่างยิ่ง
"โอ้ววว เสียวจังเลย" ผมร้องบอกเธอ
"นู๋ก็เสียวค่ะ โอ้วววว ซี๊ดดดด พี่จ๋าซอยเร็วๆๆ กว่านี้อีกคะนู๋เสียว"
ผมกัดฟันเร่งจังหวะ ซอย ตามคำขอของเธอ "โอ้ยยยยย ซี๊ดดดด"
"ไม่ไหวแล้ววว โอ้วววว แตกแล้ว" ผมกลั้นใจซอยแรงๆอีก 4-5 ที ก็น้ำแตกออกมา
"ซี๊ดดดด อุ้ยยยย เป็นไงบ้างคะ ชอบไหม"
"ที่สุดเลยจะ" ผมบอกเธอผมดึงอาวุธอยากจากฐานปฎิบัติการณ์ของเธอ
"ศิษย์คนนี้เก่งจัง อีกหน่อยต้องเป็นยอดฝีมือแน่ๆ" เอนจอยด์เอ่ยปากชมผม พลางหอมแก้มหนึ่งที
แล้วเธอก็ชวนผมไปอาบน้ำ อีกครั้งก่อนจะออกมาใส่เสื้อผ้า นั่งรอเพื่อนๆ ทั้งสองของผม ที่ปิดประตูส่งเสียงครวญครางกันออกมาเป็ระยะๆ ไม่นานนัก พวกมันก็ออกมาจากห้อง แต่ที่ผม งงๆ คือ ไหงทั้งสี่คน ดันออกมาจากห้องเดียวกันได้ ก่อนกลับพวกผมก็จัดกันให้พิเศษน้องไปคนละนิดหน่อย แล้วก็ไม่ลืมขอเบอร์ น้องเอนจอยด์คุณครูคนสวยของผมไว้ด้วย ผมสัญญากลับเธอว่าจะกลับมาให้เธอติวให้อีกครั้งแน่นอน
"ไง ไอ้ตี๋ ตี๋หิดหรือยังมึง ฮ่าๆๆ" ไอ้บาสร้องแซว
"รู้งี้ กูแม่งหัดเอาตั้งแต่ตอนเด็กๆละ มีแฟนก็เสือกไม่กล้าเอา"
"มึงมันควายไง ไอกระดอเลี่ยมทอง ฮ่าๆๆ" ไอ้บาสยังล้อผมไม่เลิก
"ไมมึงเงียบๆวะ ไอ้จวน" ผมถามด้วยความสงสัย
"แม่ง โดนรุมจนหมดแรงไง เสือกเกิดมาใหญ่ พี่แนทเค้าอยากลอง ส่วนแคนดี้ก็ติดใจ โดนไป 3น้ำ ซึมไปเลยสิมึงฮ่าๆๆ"ไอ้บาสหัวเราะชอบใจ
"แล้วมึงอะ โดนไปกี่ที" ผมถามไอบาสแต่ไอจวนตอบแทนเสียงเนือยๆ
"แม่งไม่ช่วยกูเลย รอบเดียวก็ไปนั่งเป็นกรรมการละ"
หลังจากนั้นเรา 3คนก็แยกย้ายกันไป
พอถึงบ้านผมก็เดินฮัมเพลงเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี โดยที่ไม่ทันสังเกตว่า พี่ฝ้าย ลูกสาวคนโตของน้าเป็ด นั่งอ่านหนังสืออยู่แถวนั้น
"ไง รัน วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะ"
"อ้าว พี่ฝ้ายเอง หรอตกใจหมด"
ผมหันไปมอง พี่ฝ้าย สาวสวยวัย20 ที่ตอนนี้ใส่แค่ชุดนอนคล้ายๆชุดกระโปรงบางๆแค่นั้น มันช่างดูเย้ายวนเหลือเกิน
"มองอะไร พี่เนี่ย พี่เขิลนะรัน" เสียงของเธอเหมือนปลุกผมจากภวังค์
"ไม่มีไร ครับ ผมไปก่อนนะ"
นี่กูเป็นอะไรไปเนี่ย เมื่อก่อนไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย พี่ฝ้ายก็ใส่ชุดนอนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ฟุ้งซ่านใหญ่ละกู
----------------------------------------------------------------------------
"แม่งเล่นกูสะหมดแรงเลย"
จวน เด็กหนุ่มจากนครศรีธรรมราช เดินบ่นพึมพำกับตัวเอง ขนาดกำลังจะกลับหอพัก
"ไม่ไหวๆ ต้องหาอะไรโด๊ปสะหน่อย"
ผมเดินเข้า เซเว่น ใกล้ๆหอพัก พอเลือกซื้อของเสร็จ ก็มาต่อคิวเพื่อชำระเงิน
"อ่าว พี่แบงค์ สวัสดีครับ" ผมกล่าวทักทาย ไอ้แบงค์ที่กำลังใช้บริการเค้าเตอร์เซอวิชอยู่ หันมามองหน้าผม แต่ทำท่าทางเหมือนผมไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้นก่อนจะเดินออกไป
"โถ่ ไอ้เวร คนใจแคบอย่างมึง น่าไปตายให้หนอนแดกสะ" ผมบ่นพึมพัมกับตัวเอง
"รับอะไรดีคะ"
ผมหันกลับมา "รับน้องได้ไหมครับ อุ่ย ล้อเล่นๆ นี่ครับ"
ผมยื่นของที่ต้อการซื้อให้น้องเขาคิดเงิน
"102บาทค่ะ" ผมควักเงินจ่ายให้น้องเค้าพอดี จึงรีบหยิบถุงแล้วเดินออกไป
"พี่แสตมป์" พนักงานเซเว่นตะโกน
ผมหันกลับมา
"น้องจำคนผิดแล้ว ไม่ใช่พี่แสตมป์ พี่ชื่อจวนครับ"
เช้าวันนั้น
"ไอ้เหี้ย ชิบหาย สายแล้ว เห้ย ตื่นได้แล้วไอ้จวน"
"สายไรวะ วันนี้เรียนตั้ง สิบโมง"
"ก็เนี่ย สิบโมงแล้ว"
"อ่าวไอเหี้ย อ้าวแล้วไม่บอกกู" ไอ้จวนร้องด่าผมแทนสะงั้น
แล้วผมสองคนก็รีบล้างหน้าแปรงฟัน แต่งตัวไปเรียนโดยที่ไม่ทันได้อาบน้ำ
วันนี้บรรยากาศในชั้นเรียนดูแปลกๆ พวกผมสองคนกลายเป็นเป้าสายตา และทุกคนล้วนซุบซิบนินทา ก็คงเป็นเรื่องวีรกรรมเมื่อคืนนี้แหละ
วันนี้ไอ้บาส ควงคู่มากับ เก๋ สาวผิวสีแทนหุ่นดีที่เรียนเซคเดียวกัน ไอ้จวน เล่าว่าเมื่อคืนก่อนมีเรื่องไอ้บาสจีบเก๋ใหญ่ ดูท่าทางเก๋ก็ออกจะหลงคารมของมัน พอสบโอกาสที่เก๋ ไม่อยู่ ไอ้บาสก็เอ่ยปากชวนผมกับไอ้จวนไปทำภารกิจที่เราตกลงกันไว้ มันบอก
"วันนี้แหละฤกษ์ดี หรือมึง จะไปทำกิจกรรม รับน้องหลังเลิกเรียน ไอ้สัสเขาเกลียดพวกมึงกันหมดแล้ว นี่กูได้ยินมานะ ว่ารุ่นพี่เขาจะตัดหางปล่อยวัดมึงสองตัว กูว่าไม่ต้องมีพี่รหัสกันละพวกมึง"
"เออ ไม่มีก็ไม่มีสิวะ กูก็เบื่อพวกแม่งเหมือนกัน" ไอ้จวนพูดฉุนๆ
"แล้วไงมึง เจ้าภาพ พร้อมป่าววะ" ไอ้บาสหันมาถามผม
"เงินอะพร้อม แต่กูไม่อยากวะ"
"ไม่กล้าสินะมึง ฮ่าๆๆๆๆ" ไอ้จวนแซว
ตลอดวันนี้ทั้งวัน ผมยังไม่เห็นพี่แอนเลย เจอแต่พี่เอ พี่เอ บอกว่าพี่แอนไม่ค่อยสบายวันนี้เลยไม่ได้มาเรียน
"มีเบอร์พี่แอนไหมครับ ผมอยากจะ.."
"อย่าพึ่งเลยจะ ถึงโทรไปตอนนี้ก็คงไม่ติด แอนคงอยากอยู่คนเดียวสักพัก"
"แล้วพี่แอน เป็นอะไรมากไหมครับ"
"ไม่หรอกจะ พี่ว่านอนพักสักหน่อยคงจะดีขึ้น"
"แล้วพี่แบงค์"
"ไม่รู้สิ ไอ้คนอย่างนั้นอย่าไปพูดถึงมันเลย" พี่เอตอบอย่างมีอารมณ์
วันนั้นทั้งวัน ผมก็ไม่ได้เจอไอ้แบงค์เหมือนกัน
พอตกเย็น ผม ไอ้จวน ไอ้บาส ก็ไปทำภารกิจกัน ที่อาบอบนวด แถวๆ นั้นแหละ
"โห่ ไอเชี่ย น่าจะไปที่ไกลๆหน่อย แม่ง เกิดใครผ่านไปผ่านมาเห็น อายเค้าตายห่าเลย" ผมบ่นกับพวกมัน
"ไปไกลทำเส้นตีนไรวะ มีทีเด็ดอยู่ใกล้ๆ ใครจะเห็นก็ช่างมันดิ นี่มันที่สำหรับลูกผู้ชายโว้ย"
เราเข้าไปในสถานบันเทิงแห่งนี้ สถานที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ไปถึงก็มีบริกร มาตอนรับพวกเราอย่างดี เชิญครับพี่ รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ
"เบียร์ 2 เป๊ปซี่ 1" ไอ้จวนสั่งอย่างรู้ใจว่าผมไม่นิยมแอลกอฮอร์ พร้อมทั้งทริปให้บริกรคนนั้นไป สักพักเครื่องดื่มก็ถูกนำมาเสริฟ บริกรก็แนะนำ น้องๆหลายคนพร้อมทั้งอธิบายเรื่องราคา ขนาดที่ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ก้ต้องตกใจสุดขีด
"ชิบหายละกู" ผมรีบเลี้อยลงกับโซฟาในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
"มึงเป็นเหี้ยอะไรทำหน้ายังกะเจอผี" ไอ้จวนถาม
"ไม่ใช่ผีหรอก แต่เป็พี่กู"
"เฮ้ย อย่าบอกนะว่าพี่มึงทำงานที่นี่ คนไหนวะชี้ให้กูดูหน่อย เผื่อกูถูกใจ ฮ่าๆ" ไอ้บาสทำทาท่างกระตือรือล้น
"กูว่ามึงมึงคงไม่ถูกใจหรอก" ผมพูดพลางชี้ไปทางทีพี่ผมนั่งอยู่ให้พวกมันดู
"อ่าวไปไหนแล้ววะ" สงสัยพี่ผมคงไปแล้วหรือว่าไม่ทันเห็นผม
หลังจากนั้น พวกผมสามคนก็เลือกได้ ผมเลือกคนผมยาวผิวขาวออกจะตัวเล็กๆหน่อยอายุไม่น่าเกิน20 ไอ้จวนเลือกสาวผมสั้นดูโฉบเฉี่ยว ส่วนไอบาสเลือกสาวหน้าใหญ่ใจโต บริกร พาน้องๆมานั่งข้างๆพวกผม สาวผมยาวแนะนำตัวว่าชื่อเอนจอยด์ น้องผมสั้นชื่อแคนดี้ ส่วนอีกคนชื่อแนท ไม่รู้น้องแนทเขาได้แรงบันดาลใจมาจาก ดาราหนังโป๊ชื่อดังคนนั้นหรือป่าว เพราะทรวดทรง สะบึมไม่แพ้กัน นั่งคุยกันสักพักก็ตกลงขึ้นห้อง ก่อนไปเรียกบริกร มาคิดค่าเสียหาย
"ไม่เป็นไรครับพี่ เฮียเอกจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ"
ผมคิดในใจ ซวยละแสดงว่าเห็นสินะ
"ไอ้เฮียเอก นี่ใครวะอยู่ดีๆมาออกให้หมดเลย" ไอ้จวนถามผม
"พี่ชายกุเองแหละ"
"อ่าว พี่ที่มึงเจอคือพี่ชายมึงหรอกหรอวะ ดีนะที่กูไม่ได้เลือก ฮ่าๆ" ไอ้บาสแซว
พวกเราทั้งหมดถูกนำทางไปยังห้อง วีไอพี ที่ข้างในมีห้องคล้ายๆห้องรับแขกขนาดใหญ่มีทีวีพร้อมสำหรับร้องคาราโอเกะ มีโซฟาดูหรูหราแต่ที่จะแปลกไปก็คือมีอ่างน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกเปิดน้ำเตรียมไว้แล้ว สำหรับลงไปได้พร้อมกันทั้ง 6คน สบายๆ นอกจากนั้นยังมีห้องย่อยๆอีก3ห้องภายในก็มีอ่างอาบน้ำสำหรับ2-3คน และเตียงนอนขนาดคิงส์ไซด์
พวกเรานั่งกันที่โซฟา เปิดเพลงร้องไปพลางระหว่างที่รอเครื่องดื่ม ตอนนี้ผมเห็นไอ้บาส กอด หอม ล้วง แนทอย่างสนุกมือ ส่วนไอจวนก็คล้องคอน้องแคนดี้ ร้องเพลงไปพลางหอมแก้มน้องไปพลาง ส่วนผมนั่งสั่นเป็นลูกหมาตกน้ำเลย จนน้องเอนจอยด์ ต้องชวนคุย "พึ่งเคยมาเที่ยว ครั้งแรกหรอค่ะพี่"
"คะ..ครับ" ผมตอบเสียงสั่น เพราะตอนนี้ เสื้อผ้าของพี่แนทสาวทรงสะบึ้มได้ถูกทอดออก เหลือเพียงชุดชั้นในสีดำที่เข้าคู่กันเท่านั้น
"แหม พี่มองพี่แนทตาเป็นมันเลยนะ นู๋ไม่สวยหรอ" น้องเอนจอยด์ร้องท้วง
"ปะ..ป่าวครับ น้องจอยก็สวยมาก"
"จิงปะ ปากหวานจัง คอยชิมหน่อยสิ" น้องจอยพูดไม่พูดป่าว เอาปากมาประกบปากจูบผมเฉยเลย จนผมสะดุ้ง ไอ้บาสเห็นเลยร้องแซว
"น้องจอยก็ เบาๆกะมันหน่อย มันยังซิง ฮ่าๆๆ"
"โห จอย น่าอิจฉาจัง ทั้งหล่อ ทั้งตี๋ ทั้งซิง" น้องแคนดี้บอก
"พี่ก็ซิงนะจ๊ะ" ไอจวนบอกน้องแคนดี้ มือไม้ไม่อยู่สุข
"จิงหราาา จ้างให้ก็ไม่เชื่อ" น้องแคนดี้พูดเสร็จก็หันไปประกบจูบปากกับไอจวนอย่างดูดดื่ม
"ปะ อาบน้ำกันดีกว่าหวะ กูจะไม่ไหวละ" ไอ้บาสเสนอ
ผมทำท่าจะเดินเข้าไปเข้าไปในห้อง แต่ไอ้บาสร้องทัก
"ไอ้รัน มึงจะไปไหน มานี่ อาบด้วยกันสิวะ"
"อาบด้วยกันหมดนี่ เนี่ยนะ ไม่เอาอะกูอาย"
จังหวะนั้น น้องเอนจอยด์ ที่บัดนี้ไม่เสื้อผ้าอาภรณ์ติดกายเลยสักชิ้นเดียว ไม่รู้สาวเจ้าทอดทิ้งไปตั้งแต่เมื่อไร ผมเห็นแล้วก็ขนลุก ไม่ต้องพูดถึงน้องนู๋ในกางเกงผม ที่หลับไม่ลงตั้งแต่ ย่างเท้าเข้ามาในห้องนี้
"มาค่ะ เดี๋ยวจอยถอดเสื้อให้" น้องจอยก้าวเข้ามายืนข้างหน้าผม แต่ผมกลับไม่กล้าสบตาน้องเค้า ทั้งๆที่มีของดี อยู่ตรงหน้า แต่ตาผมกลับทรยศมองพื้น มองเพดานสะงั้น
ผมเหลือบไปเห็น ไอ้บาสกับ ไอ้จวน ที่ตอนนี้แก้ผ้าล่อนจ้อน กระจู๋ชี้โด่เด่ กันทั้งคู่ ของไอบาส ดูจะไม่ใหญ่มาก ถ้าเทียบกับของผม หรือ ของไอจวน ที่ทั้งดำทั้งใหญ่ ผมได้ยินน้องแคนดี้ร้องว่า วันนี้คงเจอศึกหนัก พี่แนทช่วยนู๋ด้วยน๊าา ฝ่ายพี่แนท ร้องตอบว่า ไม่มีปัญหาจะ
ถึงตอนนี้ ผมก็โดนน้องเอนจอยด์ หลอกคราบเรียบร้อยเป็นคนสุดท้าย น้องจอยที่เห็นของผมเป็นคนแรก ร้องว่า "โหนี่ขนาดไม่เคย ทำไมพ่อให้มาเยอะจังคะ"
ไอ้บาสได้ยินก็หันมามองพลางร้องว่า
"แม่งกูอิจฉาพวกมึงวะคนนึงยาว คนนึงใหญ่ ส่วนกูแม่งพ่อไม่รัก"
ไดยินไอ้บาสตัดพ้ออย่างนี้ ผมก็บไอ้จวนก็หัวเราะกันอย่างผ่อนคลาย เอาเข้าจิงถ้าเรื่องความใหญ่ ผมเป็นลองไอจวนแน่ๆ แต่ของผมจะยาวกว่ามันนิดหน่อย
ตอนนี้พวกเราทั้ง 6 คนก็แช่น้ำอยู่ด้วยกัน น้องเอนจอยด์ พยายามปรนนิบัติผมอย่างดี ขัดสีฉวีวรรณผมทั้งตัว หยั่งกะแม่อาบน้ำให้ลูก ผมก็อยู่เฉยๆ ให้น้องทำไป น้องจอยกระซิบบอกผม "จับของนู๋ก็ได้นะคะ"
ผมตอบกลับด้วยการเอามือไปจับนมน้องเบาๆ น้องจอยจัดเป็นผู้หญิงตัวเล็ก อกจึงไม่ใหญ่มากแต่ นมแน่นเหลือเกิน อาจเป็นเพราะน้องยังอายุไม่มากเท่าไร
"มือใครเนี่ย ซนจัง" พี่แนทร้องขึ้นมา ผมจึงหันไปมอง ปรากฎ เป็นไอจวนที่ กับไอ้บาส ที่กำลังรุมเคล้นนมพี่แนทอย่างมันมือ ไอ้จวนที่ตอนนี้มือนึงก็กอดคอน้องแคนดี้พลางบี้นมน้องไปพลาง อีกมือก็ไปขยำนมพี่แนท ตัวพี่แนทเองคงจะนึกขึ้นได้ว่ามือที่มาสัมผัสเรือนร่างเธอมันมากกว่าสองมือเลยร้องแซวขึ้นมา
ไอ้จวนเห็นผมกับน้องจอยมองมา เลยพูดว่า
"น้องจอยจ๋า มามะมาหาพี่ดีกว่ารับรองเร้าใจกว่าเยอะ ปล่อยให้ไอ้เบือกนั่นมันชักว่าไปฮ่าๆๆ " พูดจบ มันกับไอ้บาส ก็หัวเราะกันสนุกสนาน
"ไม่ค่ะพี่ วันนี้นู๋จะเป็นครู อิอิ"
น้องเอนจอยด์พูดพูดเสร็จก็ จูงมือผมขึ้นจากอ่างเดินเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่ง เข้าไปถึง น้องจอยก็ให้ผม ลงไปในอ่างอาบน้ำ แล้วเปิดน้ำล้างตัวผมกับตัวน้องเองอีกรอบ เสร็จแล้วก็เอาผ้ามาเช็ดตัวให้ผม และบอกให้ผมไปนอนรอที่เตียง ไม่นานพอน้องจอยเช็ดตัวจนแห้งก็ตามมาขึ้นมา
"นอนคว่ำก่อนค่ะเดี๋ยวจอยนวดให้" ผมก็ทำตามอย่างว่าง่ายแต่ตัวยังสั่นๆอยู่
"หนาวหรอคะ ให้จอยหรี่แอร์ไหม" น้องจอยถามผมอย่างเอาใจใส่
"มะ ไม่เป็นไรครับ" ผมตอบเสียงสั่นๆ เพราะตอนนี้ น้องจอยขึ้นมานั่งบนตัวผม ที่นาผืนน้อยของน้องจอยตอนนี้ประทับอยู่ตรงสะโพกของผม ผมไม่ได้เห็นหรอกเพราะนอนคว่ำอยู่ แต่มันสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากสิ่งที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
น้องจอยเริ่มลงน้ำหนักนวดไหล่ไล่มายังหลัง สะโพก ต้นขา ของผม
"ถ้าเจ็บบอกได้นะคะ" น้องจอยยังคงถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เจ็บหรอกครับ" มันเป็นอย่างนั้นจิงๆ เพราะตอนนี้ ไม่ได้สนใจมือที่น้องจอยกำลังนวดตัวผมเลย เพราะผมเพ่งสมาธิทังหมดไปเฉพาะบริเวณที่นาผืนนั้น สัมผัส ครูดไปทั่วทั้งร่างกายของผม ตามจังหวะที่น้องจอยเคลื่อนไหว เหมือนตกอยู่ในภวังค์
ไม่นานนักนอกจอยก็บอกให้พลิกตัวนอนหงายเลยค่ะพี่ ผมก็ทำตามทันทีราวกับต้องมนต์สะกด ยังไม่ทันได้พูดพล่ามทำเพลง น้องจอยก็ก้มลงมาประกบจูบปากทันที เธอพยายามส่งลิ้นเข้ามาในปากขอผมที่ตอนนี้เข้าใจความต้องการของเธอแล้วจึงปล่อยให้มันผ่านทางเข้ามาอย่างง่ายดาย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ผมได้ประกบจูบปากใครสักคนอย่างดูดดื่ม มือไม้ของน้องจอยอยู่ไม่สุข เพราะตอนนี้เธอกำลังลูบไล้ไปทั่วร่างกายผม จนไปถึงจุดสำคัญที่ทำเอาผมถึงกับสะดุ้ง
น้องจอยผละปากออกจากริมฝีปากของผม แล้วส่งยิ้มหวานๆให้ ก่อนที่เธอจะเริ่ม ละเลงลิ้นลงที่หน้าอกของผม จากที่เมื่อกี้โดนมือสัมผัสก็แทบจะทนไหวแล้ว ตอนนี้มาโดนลิ้นของเธอ มันทำให้เกร็งจนต้องกัดฟัน เธอเห็นดังนั้น จึงขึ้นมากระซิบที่ข้างหูผมว่า
"ทำตัวสบายๆค่ะ ไม่ต้องเกร็ง ถ้าเสียวก็ครางออกมาเลยก็ได้"
แล้วเธอก็จัดการลงลิ้นทั่วร่างกายผมต่อ ไล่ตั้งแต่หน้าอกเรื่อยมาจนถึงท้องน้องและตอนนี้ ลิ้นของเธอเดินทางมาถึง จุดยุทธศาสตร์สำคัญของผมแล้ว
เธอบรรจงเลียที่โคนของมันไล่ขึ้นมาจนถึงส่วนปลาย ตอนนี้ผมกลั้นเสียงไว้ไม่ไหวแล้ว "ซี๊ดดดด โอ้วววว" เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมแล้วยิ้มให้ก่อนจะอมของผมอย่างไม่รังเกียจ "โอ้ยยย ซี๊ดด" ผมเสียวจนต้องเป่าปาก
น้องจอยพยายามอมของผมเข้าไปให้ลึกที่สุดหวังจะอมให้สุดลำ แต่ความพยายามของเธอไม่สำเร็จ เธอจึงเปลี่ยนมาออกแรงดูด ของผมแทน แรงดูดมหาศาล ลิ้นที่กระดกอย่างถี่ยิบอยู่ในปากของเธอ มันทำให้ผมไม่อาจจะต้านทานความรู้สึกเสียวซ่านนี้ได้อีกต่อไป "โอ้ยยย ไม่ไหวแล้ววว อ๊าาาา"ผมเกร็งตัวร้องครวญครางมือจิ๊กผ้าปูที่นอนได้ไม่นานก็สุดจะอัดอั้น ปล่อยน้ำรักเข้าเต็มปากน้องจอย แต่เธอก็ยังดูกลืนน้ำรักของผมอยู่โดยไม่มีท่าทีรังเกียจสักนิด เธอดูกินน้ำของผมจนแห้งเหือดแล้ว จึงพูดกับผมว่า น้ำตัวเองออกเยอะจัง แล้วหอมแก้มผมหนึ่งทีก่อนที่จะลุกไปบ้วนปาก
ผมนอนอ่อนแรงมองเรือนร่างที่สวยงาม ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มหวานๆแทบจะตลอดเวลา เดินไปเดินมาอยู่พักนึง เธอก็ขึ้นมานอนในอ้อมกอดของผมบนที่นอน
"มาทำที่นี่นานยังครับ"
"ก็พึ่งมาไม่นานหรอก แล้วก็ไม่ได้มาทำบ่อยด้วย นานๆมาที แต่วันนี้โชคดีจัง ได้มาเจอหนุ่มๆซิงๆ ปกติเจอแต่คนแก่หัวงู"
"แล้วพี่เสร็จแล้วอย่างนี้..."
"จอยไม่ปล่อยพี่หรอก ถ้ายังไม่ได้เอาอะ อิอิ"
ว่าแล้วเธอก๋เริ่มปฎิบัติการณ์ปลุกไอ้ตัวดีของผมอีกครั้ง คราวนี้เธอเริ่มจากล่างขึ้นบน ไล่จากจูบฝ่าเท้าของผมอย่างไม่รังเกียจไล่ขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงไข่ของผม เธอจัดการกับมันทันทีด้วยลิ้นและปากของเธอ มันเป็นความรู้สึกที่เสียวเกินบรรยายจริงๆครับ เล่นเอาผมต้องบิดตัวด้วยความเสียวซ่าน และมันก็ได้ผลดีเหลือเกินเพราะตอนนี้ อาวุธคู่กายของผมกลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้ง น้องจอยเห็นแล้วก็อมยิ้มขึ้นมากระซิบที่ข้างหูผม
"เห็นมะ ยังงัยๆ วันนี้พี่ก็เสร็จจอย" แล้วเธอก็ละเลงลิ้นที่หูของผม มันทั้งเสียวทั้งจั๊กกะจี้อย่างบอกไม่ถูก
ผมเหลือบมองนาฬิกา เวลามันผ่านมาเกือบชั่วโมงครึ่งแล้วผมเลยถามน้องจอย
"มันจะไม่เลยเวลาหรอ เห็นเพื่อนมันบอก ว่าแค่ชั่วโมงครึ่ง"
"สำหรับพวกพี่ ไม่เป็นไรค่ะ"
"แต่ตอนนี้ นู๋จะไม่ยอมให้พี่เอา ถ้าพี่ไม่ทำให้นู๋บ้าง"
เธอพูดเสร็จก็เอื้อมมือมาจับมือผมไปวางที่หน้าอกเธอ
"บีบมันสิคะ เบาๆก่อนนะ" ผมก็ทำตามที่เธอบอกเหมือนเดิม
"อื้มม อย่างนั้นแหละค่ะ" ตอนนี้ผมเองก็เริ่มมันมือจึงพลิกตัวเทอลงไปนอนหงายมั่ง
"ดูดนมนู๋หน่อยสิคะ" เธอกระตุ้นผม ผมจึงจัดให้ ก้มลงไปดูดนมเธอทั้งซ้ายขวาอย่างหิวกระหาย สักพักเธอก็ใช้มือเธอกดหัวผมลงไปข้างร่างเป็นสัญญาณว่า ผมควรจะทำอะไรกับส่วนนั้นของเธอบ้างเป็นการตอบแทน แต่ผมก็ไม่อาจกั้นใจละเลงลิ้นไปทั่วเหมือนที่เธอทำกับผมได้ บริเวณนั้นของเธอมีขนขึ้นพองามเหมือนผ่านการตัดแต่งมาบ้าง ส่งกลิ่นคาวน้อยๆ พอให้ชื่นใจ ผมก้มลงจูบบริเวณที่ปกคลุมไปด้วยขนน้อยของเธอสอง สามที ก็ขึ้นมาประกบปากจูบเธอแทน แล้วส่งมือของผมลงไปทำหน้าที่แทนตรงส่วนนั้น พอปลายนิ้วได้สัมผัสกับส่วนนั้นของเธอ ผมก็พบกับความเปียกชื้นน้อยๆ ซึมมาจากกลีบพลูคู่งาม ผมพยามบดนิ้วแทรกลงไปตรงกลางตวัดนิ้วขึ้นลงเบาๆ เพราะกลัวเธอจะต่อว่า แต่เธอไม่ได้มีอาการเช่นนั้นเลย
"อื้อออ" มีเสียงเบาๆ เล็ดรอดมาจากลำคอของเธอ ตอนนี้เธอดูกระสับกระส่ายนิดๆแล้วเธอผละปากออกจากปากผม แล้วจับผมให้พลิกลงไปนอนหงายอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่พูดอะไรเลย ไม่มีรอยยิ้มหวานๆอีกต่อไปแล้ว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหื่นกระหายเธอก้มลงใช้ริมฝีปากดูดอาวุธลับของผมอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง ไม่นานเธอก็เอ้อมมือไปแกะถุงยางและบรรจงคาบมันไว้ในปากก่อนจะก้มหน้ามาใส่ถุงยางให้ผมด้วยปากของเธอ มันช่างเป็นเทคนิคที่ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้ ผมทั้งตื่นเต้นละคลกับความเสียวที่เธอมอบให้
จากนั้นหลังจากที่ถุงยางได้ครอบคลุมส่วนนั้นของผมเรียบร้อบ เธอก็ลุกขึ้นมานั่งยองๆ จับท่อนน้อยของผมที่ตอนนี้ชี้โด่ใส่เข้าไปในช่องแคบๆของเธอ ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวลงมา
ความรู้สึกแรกในการเสียหนุ่มของผมมันเป็นอย่างนี้นี่เอง เสียว แสบ คับ แน่น อุ่น มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษเหลือเกิน ผมคงไม่แปลกใจเลยถ้าต่อจากนี้ผมจะเป็นไอตี๋หิด อย่างที่เพื่อนผมล้อ
"ซี๊ดดด อูยยยย มันเข้าลึกจังเลย" คำพูดแรกจากปากน้องจอย ที่บัดนี้ขโมยความหนุ่มของผมไปจนมิดลำ เธอแช่มันไว้สักพักเหมือยทำใจ ผมเองก็กำลังทำใจเช่นกัน เหมือนที่มีคนเคยเปรียบเปรยไว้ว่า คลื่นลมจะสงบก่อนที่พายุจะมา และไม่นานนักมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อน้องจอยเริ่มโยกขึ้นลง จากช้า ไปเร็ว ป๊าปๆๆๆๆ เสียงก้นงามๆของเธอกระแทกกับหน้าขาของผม
"โอ้ววว โอ้ยย ซูดดดด"ผมครางไม่เป็นศัพท์ แต่ก็พยายามเด้งสวนเธอบ้างเป็นจังหวะ
"พี่จ๋าดูดนมให้นู๋ที" น้อจอยร้องขอเสียงสั่น
ผมจึงพยายามขืนให้ตัวเองขึ้นมาดูดนมของเทอ ขณะที่เธอเองก็กำลัง ขย่มของผมอย่างเมามันส์ ผมเองก็เริ่มติดใจรสสัมผัสนี้แล้วจึงดูดนมของเธออย่างโหยกระหาย แม้นมของเธอจะไม่ใหญ่ถ้าเทียบกับของพี่แนทนิ่งดูเล็กลงไปถนัดตา แต่สำหรับผม ผมชื่นชอบนมคู่แรกในชีวิตที่ผมได้มีโอกาสดูดนี้มาก แต่การที่ผมลุกขึ้นมาดูดนม มันกลับทำให้ผม ใช้ส่วนล่างเด้งสู้กับเธอไม่ถนัดนักผมจึงร้องขอเธอเพื่อให้ผมได้มีโอกาสเข้าทำบ้าง
"จอยจ๋า พี่ขอทำบ้างนะ" ผมบอกเธอ เธอจึงลงไปนอนชันขาเป็นรูปตัวเอ็มพร้อมทั้งส่งสายตายเชื้อเชิญผมอย่างว่าง่ายผมเองก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปนั่งจ่อจะส่งจรวดเข้าถ้าของเธอ แต่ต้องชะงักนิดนึงเพราะตอนนี้ผมพึ่งได้เห็นน้องสาวของเธอเต็มๆตา ชัดๆ เป็นครั้งแรก กลีบทั้งสองสวยงามมาก เม็ดกระสันก็งดงามน่าสัมผัสอย่างยิ่ง ปากถ้าเปิดอ้านิดหน่อย เพราะเธอกำลังขย่มของผมอยู่
"มัวแต่อะไรก็ไม่รู้ รีบใส่เข้าไปสิค่ะพี่" เธอร้องเตือนสติผม ด้วยใบหน้าที่เซกซี่เป็นอย่างยิ่ง แล้วมีเหลือผมจะไม่ทำตาม จึงรีบส่งน้องชายเข้าไปทันที ผมดันพรวดเข้าไปทีเดียวมิดลำ
"โอ้ยยย พี่อะแกล้งนู๋ทำไม" ผมเริ่มขยับเข้า ขยับออก ช้าๆ
"ทีหลังพี่ อย่าดันเข้ามาหมดทีเดียวอย่างนี้รู้ไหม มันจุกค่ะ"
"จะจะ" ผมรับคำเธอ แล้วก็จัดการดันเข้าดันออก ช้าๆ เพราะทุกจังหวะที่ผมเคลื่อนไหว ภายในของเธอช่างตอดรัด ให้ผมเสียวซ่านอย่่างยิ่ง
"โอ้ววว เสียวจังเลย" ผมร้องบอกเธอ
"นู๋ก็เสียวค่ะ โอ้วววว ซี๊ดดดด พี่จ๋าซอยเร็วๆๆ กว่านี้อีกคะนู๋เสียว"
ผมกัดฟันเร่งจังหวะ ซอย ตามคำขอของเธอ "โอ้ยยยยย ซี๊ดดดด"
"ไม่ไหวแล้ววว โอ้วววว แตกแล้ว" ผมกลั้นใจซอยแรงๆอีก 4-5 ที ก็น้ำแตกออกมา
"ซี๊ดดดด อุ้ยยยย เป็นไงบ้างคะ ชอบไหม"
"ที่สุดเลยจะ" ผมบอกเธอผมดึงอาวุธอยากจากฐานปฎิบัติการณ์ของเธอ
"ศิษย์คนนี้เก่งจัง อีกหน่อยต้องเป็นยอดฝีมือแน่ๆ" เอนจอยด์เอ่ยปากชมผม พลางหอมแก้มหนึ่งที
แล้วเธอก็ชวนผมไปอาบน้ำ อีกครั้งก่อนจะออกมาใส่เสื้อผ้า นั่งรอเพื่อนๆ ทั้งสองของผม ที่ปิดประตูส่งเสียงครวญครางกันออกมาเป็ระยะๆ ไม่นานนัก พวกมันก็ออกมาจากห้อง แต่ที่ผม งงๆ คือ ไหงทั้งสี่คน ดันออกมาจากห้องเดียวกันได้ ก่อนกลับพวกผมก็จัดกันให้พิเศษน้องไปคนละนิดหน่อย แล้วก็ไม่ลืมขอเบอร์ น้องเอนจอยด์คุณครูคนสวยของผมไว้ด้วย ผมสัญญากลับเธอว่าจะกลับมาให้เธอติวให้อีกครั้งแน่นอน
"ไง ไอ้ตี๋ ตี๋หิดหรือยังมึง ฮ่าๆๆ" ไอ้บาสร้องแซว
"รู้งี้ กูแม่งหัดเอาตั้งแต่ตอนเด็กๆละ มีแฟนก็เสือกไม่กล้าเอา"
"มึงมันควายไง ไอกระดอเลี่ยมทอง ฮ่าๆๆ" ไอ้บาสยังล้อผมไม่เลิก
"ไมมึงเงียบๆวะ ไอ้จวน" ผมถามด้วยความสงสัย
"แม่ง โดนรุมจนหมดแรงไง เสือกเกิดมาใหญ่ พี่แนทเค้าอยากลอง ส่วนแคนดี้ก็ติดใจ โดนไป 3น้ำ ซึมไปเลยสิมึงฮ่าๆๆ"ไอ้บาสหัวเราะชอบใจ
"แล้วมึงอะ โดนไปกี่ที" ผมถามไอบาสแต่ไอจวนตอบแทนเสียงเนือยๆ
"แม่งไม่ช่วยกูเลย รอบเดียวก็ไปนั่งเป็นกรรมการละ"
หลังจากนั้นเรา 3คนก็แยกย้ายกันไป
พอถึงบ้านผมก็เดินฮัมเพลงเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี โดยที่ไม่ทันสังเกตว่า พี่ฝ้าย ลูกสาวคนโตของน้าเป็ด นั่งอ่านหนังสืออยู่แถวนั้น
"ไง รัน วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะ"
"อ้าว พี่ฝ้ายเอง หรอตกใจหมด"
ผมหันไปมอง พี่ฝ้าย สาวสวยวัย20 ที่ตอนนี้ใส่แค่ชุดนอนคล้ายๆชุดกระโปรงบางๆแค่นั้น มันช่างดูเย้ายวนเหลือเกิน
"มองอะไร พี่เนี่ย พี่เขิลนะรัน" เสียงของเธอเหมือนปลุกผมจากภวังค์
"ไม่มีไร ครับ ผมไปก่อนนะ"
นี่กูเป็นอะไรไปเนี่ย เมื่อก่อนไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย พี่ฝ้ายก็ใส่ชุดนอนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ฟุ้งซ่านใหญ่ละกู
----------------------------------------------------------------------------
"แม่งเล่นกูสะหมดแรงเลย"
จวน เด็กหนุ่มจากนครศรีธรรมราช เดินบ่นพึมพำกับตัวเอง ขนาดกำลังจะกลับหอพัก
"ไม่ไหวๆ ต้องหาอะไรโด๊ปสะหน่อย"
ผมเดินเข้า เซเว่น ใกล้ๆหอพัก พอเลือกซื้อของเสร็จ ก็มาต่อคิวเพื่อชำระเงิน
"อ่าว พี่แบงค์ สวัสดีครับ" ผมกล่าวทักทาย ไอ้แบงค์ที่กำลังใช้บริการเค้าเตอร์เซอวิชอยู่ หันมามองหน้าผม แต่ทำท่าทางเหมือนผมไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้นก่อนจะเดินออกไป
"โถ่ ไอ้เวร คนใจแคบอย่างมึง น่าไปตายให้หนอนแดกสะ" ผมบ่นพึมพัมกับตัวเอง
"รับอะไรดีคะ"
ผมหันกลับมา "รับน้องได้ไหมครับ อุ่ย ล้อเล่นๆ นี่ครับ"
ผมยื่นของที่ต้อการซื้อให้น้องเขาคิดเงิน
"102บาทค่ะ" ผมควักเงินจ่ายให้น้องเค้าพอดี จึงรีบหยิบถุงแล้วเดินออกไป
"พี่แสตมป์" พนักงานเซเว่นตะโกน
ผมหันกลับมา
"น้องจำคนผิดแล้ว ไม่ใช่พี่แสตมป์ พี่ชื่อจวนครับ"
วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557
แสน รัน จวน ตอนที่1
แสน รัน จวน ตอนที่1 พบ...พาล
"ซี๊ดดด อือออ.."
นี่คือเสียงครางอย่างมีความสุขของส้ม หญิงสาววัย21ปี ที่นอนทอดกายอยู่เบื้องหน้าผม
"แสนขา แรงอีกสิคะ เค้าใกล้จะออกแล้ว โอ๊ยยย"
เสียงออดอ้อนเย้ายวนทำให้ผม อดที่จะทำตามคำขอของเธอไม่ไหว จึงเร่งจังหวะกระแทกหญิงสาวตรงหน้าผมอย่างรุนแรงไม่คิดชีวิต
"โอ้ยย ส้มไม่ไหวแล้ว อ๊าาา เสร็จแล้วว ซี๊ดด อ้าาาา"
ร่างกายของเธอกระตุกอย่างรุนแรงขณะเดียวกับที่ช่องพิศวาสของเทอก็ตอดรับของผมอย่างรุนแรงไม่แพ้กัน
ผมพยายามกัดฟันซอยต่อไป ไม่นาน ก็ไม่อาจจะต้านทานความเสียวซ่านนี้ได้
"แสนอะ ตัวเองเล่นแตกในเลยนะ"
น้ำเสียงของหญิงสาวเหมือนงอลๆ ขัดกับใบหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้แก้ตัวอะไรเธอก็พูดต่อว่า
"แต่ไม่เป็นไร ส้มกินยาคุมอยู่ละ อิอิ"
พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ ผมจึงบรรจูงจูบเทอที่หน้าผาก ก่อนลุกขึ้นไปอาบน้ำ
"รีบอาบน้ำ นี่จะไปเลยหรอ พึ่งมาเดี๋ยวเดียว นี่ก็พึ่งจะทุ่มกว่าเอง"
"อืมม"
"แล้วเทอมนี้ จะกลับไปเรียนไหม ลงทะเบียนไปหรือยัง"
"คิดว่าคงไม่"
"ทำไมอะ ถ้าเป็นเรื่องเงินให้ส้มช่วยได้นะ เงินส้มก็เหมือนเงินแสน"
ผมหันกลับไปมองส้มช้าๆ ด้วยสายตาที่ผมส่งไปทำให้เธอรู้ทันทีว่าบทสนทนาครั้งนี้ได้จบลงแล้ว
ผมออกจากหอพักของส้ม มุ่งหน้าไปร้านเหล้าเล็กๆใกล้กับมหาวิทยาลัยย่านดินแดง
ที่นี่คือที่ทำงานของผมเอง
----------------------------------------------------------------
ก่อนหน้านั้น 3 วัน ซึ่งเป็นวันเปิดเทอมวันแรก
รัน หนุ่มน้อยปีหนึ่งวัย 18 ผิวขาว รูปร่างผอม ดูจะตื่นๆเหมือนเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง
เดินมาถึงหน้าห้องเรียน เขาคิดในใจ
"ยังไงดีวะเนี่ยกู เพื่อนก็ไม่มีแม่งเอ้ยวันเขาปฐมนิเทศน์กันก็เสือกไม่ได้มา"
เขายืนอยู่หน้าห้องพักใหญ่ มองดูคนอื่นที่เหมือนจะรู้จักกันหมดแล้ว จนใกล้ถึงเวลาเข้าเรียน เขาจึงเดินเข้าไปในห้อง เขากวาดสายตามองหาที่นั่ง เห็นมีอยู่คนนึงที่นั่งคนเดียว เป็นผู้ชาย หน้าตาหล่อเข้ม จึงเดินไปนั่งด้วย และพยายามอย่างยิ่งที่จะกล่าวทักทายก่อน
"หวัดดี เราชื่อรัน นายล่ะ.."
"กูชื่อจวน ไม่ต้องพูดสุภาพหรอก กูๆมึงๆ นี่แหละ สนิทกันดี"
"เออ จริงว่ะ ฮ่าๆ"
ไอ้จวนเล่าว่า ที่มันชื่อจวน เพราะมันเกิดที่จวนผู้ว่า จังหวัดลำพูน แม่มันธุระที่นั่นแล้วเกิดปวดท้องคลอดมันกระทันหัน ชื่อเล่นมันเลยชื่อจวน ส่วนชื่อจริงมันชื่อ ลำพูน ไอ้บาสแซวว่า ดีนะที่มึงไม่เกิดจังหวัดตราด ไม่งั้นมึงได้ชื่อ ตราดดดแอดดด แน่ ฮ่าๆๆ
นับว่าไม่เสียทีที่ผมเลือกเรียนคณะบัญชี เพราะในเซคผม มีแต่สาวๆสวยๆเพียบเลย ส่วนผู้ชายก็แต่ ผม ไอ้จวนที่มาจากใต้ ไอ้บาสที่ซิ่วมา ไอ้คิว ไอ้เต๋าสองคนนี้เป็นเพื่อนกันจบมาจากชายล้วน รวมเป็น 5คนเท่านั้น ไอ้บาสดูจะสนิท กับไอ้คิวไอ้เต๋ามากกว่า เพราะพวกมันเจอกันตั้งแต่งานปฐมนิเทศ ที่ผมกับไอ้จวนไม่ได้มา
บ่ายวันนั้น มีการนัดประชุม เจอกับพวกรุ่นพี่
ผมกับไอ้จวน มีนิสัยคล้ายๆ กันคือไม่ชอบระบบโซตัส เท่าไรแต่ผมนี่ยังไม่นักเท่าไอ้จวน รายนั้นออกจะ ต่อต้านด้วยซ้ำ
"เฮ้ยไอ้รัน มึงดูพี่คนนั้นดิอิ๋มชิบหายเลยวะ แม่งถ้ากูได้แฟนอย่างนี้จะเป็นพระคุณอย่างสูงฮ่าๆ" ไอ้จวนพูดพลางชี้ให้ผมดู
พอผมหันไปมอง เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่เขามองมาพอดี ผมเลยยิ้มให้พี่เขาอย่างเขินๆ และพี่เขาก็ยิ้มตอบ
"หน้าแดงเลยนะมึง" ไอ้จวนแซวผม
"ไอ้สัส พวกมึงหาเรื่องแล้ว ผัวพี่แอนแม่ง มองตาขวางอยู่ทางนั้น" ไอ้บาสกระซิบบอกผมกับไอ้จวน
ไอ้บาสบอกว่า พี่แอน อยู่ปี2 ส่วนแฟนเค้าชื่อแบงค์ อยู่ปี3 มีนิสัยขี้หึงรุนแรงมาก
คงจริงอย่างที่ไอ้บาสบอก เพราะวันนั้น พวกผม 5 คนถูกสั่งให้ร้องเพลง กันจนเสียงแหบเสียงแห้ง เกือบๆ3ชม.
"ไอเหี้ย กุว่าแม่งจงใจแกล้งเราวะ บอกได้ยินแต่เสียงผู้หญิง ก็แม่งผู้หญิงเกือบ 30 คน ผู้ชายแค่ 5 คน แม่งก็ต้องได้ยินเสียงผู้หญิงสิวะ"
"เออจิง แล้วแม่งให้พวกเราตะโกน ให้ดังกว่าผู้หญิง กุแม่ง สัส" ผมกับไอ้จวนเดินบ่นกันอุบ
วันต่อมา ผมก็ได้รู้จักกับเพื่อนผู้หญิงหลายๆคน แต่ที่สะดุดตาสะดุดใจอย่างแรงคือ นัท เก๋ แอ้ม 3สาวที่สวยระดับเป็นดาวคณะสบายๆ
ไอ้จวนมันพยายาม อย่ายิ่งที่จะจีบนัท ให้ได้ แต่ผมยังไม่ได้หมายตาใครไว้เป็นพิเศษ
ตอนกินข้าวกลางวัน บังเอิญเจอพี่แอนพอดี
"พี่มาทานข้าวคนเดียวหรอครับ"
"ป่าวจะ พี่มากับ.."
ยังไม่ทันพูดจบก็ได้ยินเสียงพี่แบงค์ ตะโกนเรียก
"ไปก่อนนะ"
ผมเดินไปซื้อข้าวกับมานั่งกินแบบเซงๆ จนไอ้จวนทักว่า
"เป็นไรวะมึง นั่งเป็นหมาหงอย"
"ป่าว แค่เบื่อๆวะ"
"เบื่อเหี้ยไรวะ ปะเดี๋ยวเย็นนี้แดกเหล้ากัน"
ไอ้จวนเอ่ยปากชวน
"เฮ้ยพวกมึง จะแดกก็รอพรุ่งนี้ดีกว่า เขามีงานเลี้ยงรับน้องเล็กๆน้อยๆ เฉพาะในเซคเรา เห็นว่าพวกรุ่นพี่ปี2 เป็นคนจัดงานนี้ฟรีวะ ฮ่าๆ"
ไอ้บาส บอก
"เออก็ดีเหมือนกัน จะได้เซฟไปในตัวฮ่าๆๆ"
ท่าทางไอ้จวนดูชอบใจที่จะได้กินเหล้าฟรี
บ่ายวันนั้นไม่มีกิจกรรมหลังเลิกเรียน เลยแวะไปหาน้องสาวตัวแสบทั้ง2 ของผมที่รร.สตรีแห่งหนึ่ง
"สวัสดี ค่ะคุณรัน มารอคุณฟางกับคุณฟ้า หรอคะ" พี่หมวย พี่เลี้ยงของน้องสาวตัวดีของผมกล่าวทักเมื่อเจอผมที่หน้า รร.
"ครับพี่ ไม่รู้ว่านี่ใกล้จะเลิกกันยัง"
"ไม่นานแล้วค่ะ สัก ราวๆ 3โมงเย็นเห็นจะได้"
สักพักน้องฟ้าก็เดินมาพร้อมกับเพื่อนๆกลุ่มใหญ่ พอเห็นผมแล้วก็วิ่งมาควงแขนผมทันที
"พี่รันวันนี้นึกยังงัยมาหานู๋ถึงที่ รร.เลยคะเนี่ย"
พอเห็นเพื่อนๆของน้องฟ้ามองพลางซุบซิบ ผมเลยบอกน้องฟ้าว่า
"เพื่อนมองกันใหญ่แล้วพี่เขิน"
"เขินอะไรอะพี่ พี่น้องกันควงแขนกันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย"
น้องฟ้าเลยแกล้งผมด้วยการตะโกนบอกเพื่อนๆว่า
"คนนี้แฟนชั้นย่ะ พวกเทออย่าหวัง อิอิ"
ผมฟังแล้วก็ เขินหน้าแดง ถึงแม้ผมจะไม่เคยคิดอะไรกับน้องสาวต่างแม่คนนี้ แต่ผมก็อดเขินอายไม่ได้จริงๆ พี่หมวยเองก็คงจะสังเกตเห็น
จึงปรามน้องฟ้าว่า
"เดี๋ยวเถอะคุณฟ้า พี่จะฟ้องคุณแม่น้อง"
น้องสาวผมทำหน้าจ๋อยๆ
"โธ่พี่หมวยอ่า น้องแค่หลอกเพื่อนๆเล่น"
"แล้วพี่หมวยละค่ะ เมื่อไหร่จะมีแฟน แบร่"
น้องสาวผมแหย่พี่เลี้ยงแล้วรีบวิ่งขึ้นไปรอในรถ
ครู่ต่อมา ผมเห็นน้องฟาง เดินจับมือมากับเด็กนักเรียนหญิงอีกคนนึง
ผมเลยถามพี่หมวยว่าคนนั้นใคร น้องฟ้าคงได้ยินเลยเปิดกระจกลงมาตอบแทนว่า
"อ๋อ นั่นพี่กิ๊ฟ แฟนพี่ฟางเอง ฮ่าๆ"
เฮ้ยนี่น้องสาวกุ เป็นเลส หรอวะเนี่ย
ผมบอกน้องฟางว่าวันนี้ พี่จะพาไปเลี้ยงฉลองเปิดเทอมใหม่ ชวนน้องกิ๊ฟไปด้วยกันก็ได้
น้องฟางตอนนี้อายุ 15ปี เรียนอยู่ชั้นม.4 ปีนี้เธอดูเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ส่วนน้องฟ้า อายุ13 พึ่งอยู่ม.2 ดูน่ารักสดสัยตามประสาเด็กๆ
ระหว่างทางผมนั่งเบาะหน้า พี่หมวยเป็นคนขับ ส่วนน้องฟ้า น้องฟาง และน้องกิ๊ฟ นั่งเบาะหลัง มีจังหวะนึงผมหันไปเห็นกกน.สีขาวของน้องกิ๊ฟซึ่งนั่งตรงกลางและไม่ค่อยระวังเท่าไร เล่นเอาผมตาค้างและก็ท่อนล่างของผมแข็งปั๊ดเลยทีเดียว แต่ผมก็ก็ไม่กล้าบอกน้อง เพราะกลัวว่าน้องจะอายป่าวๆ แต่มันก้เป็นภาพที่ติดตาพอสมควร
ตอนกินข้าว พอก็เผลอมองหน้าน้องกิ๊ฟแล้วคิดถึงภาพที่ยังติดตาผมอยู่ จนน้องฟาง ถามว่า
"พี่รันจะกินกิ๊ฟหรือจะกินข้าวกันแน่ เห็นจ้องมาตั้งนานละ"
ผมตกใจรีบบอก "ปะ ป่าวๆ"
ส่วนน้องกิ๊ฟก็ยิ้มเขินๆ
"พี่รันว่า พี่กิ๊ฟ กับ พี่ฟางใครสวยกว่ากันคะ" น้องฟ้าตัวดีของผม ดันถามคำถามที่ตอบยากส์มาสะได้
"เอ่ออ พี่ว่าา สวยทั้งคู่แหละจะ"
มันไม่ใช่คำตอบที่เกินเลยจากความจริงเลย เพราะน้องฟางของผม และน้องกิ๊ฟสวยพอๆกันเลย แต่น้องกิ๊ฟจะหุ่นดีกว่ามีน้ำมีนวลกว่าแค่นั้น
"นั่นแน่ๆ พี่รันมองพี่กิ๊ฟตาเป็นมันอีกแล้วนะ ฟ้าบอกแล้วไงว่าพี่กิ๊ฟเค้าเป็นแฟนพี่ฟาง"
"ยัยฟ้า ใครบอกเธอว่างั้น พี่กับกิ๊ฟเป็นเพื่อนกันย่ะ แค่เพื่อนสนิท"
"เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อหรือป่าว ฮ่าๆๆ" ฟ้ายังกวนพี่สาวไม่เลิก
"ยัยฟ้า" ฟางมองน้องอย่างดุๆ
"ก็ได้จ้า เพื่อนก็เพื่อนจะ ฟ้าเชื่อแล้ว"
พอไปส่งน้องกิ๊ฟที่บ้านเสร็จ ผมก็ถามฟางว่า
"เรานี่เป็นทอมไปตั้งแต่เมื่อไร"
"บ้า อย่าพี่ไปเชื่อยัยฟ้ามัน ฟางเป็นผู้หญิง กิ๊ฟก็เป็นผู้หญิง เราแค่สนิทกันมากๆ แค่นั้นเอง"
"ถ้าพี่ไม่เชื่อว่ากิ๊ฟ เป็นผู้หญิงลองจีบดูมะ เดี๋ยวฟางติดต่อให้"
น้องฟางพูดพลางเอามือตบไหล่ผม
"ไม่อาววว ไม่ได้"
น้องฟ้า ร้องบอก
"พี่รันเป็นของฟ้า คนอื่นห้าม"
"น้องฟ้า" พี่หมวยเอ่ยเสียงเย็น เล่นเอาน้องฟ้านั่งจ๋อยไปตามระเบียบ
พอถึงบ้าน น้องฟ้ารีบวิ่งไปหา น้าเป็ดคุณแม่ของเธอ พร้อมฟ้องว่า
"แม่ขา พี่ฟางแกล้งนู๋อีกแล้ว พี่หมวยก็ดุนู๋ด้วย ฮือๆ"
น้าเป็ดไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ลูบหัวลูกสาวสุดที่รักด้วยความเอ็นดู
"อ่าวรัน วันนี้เลิกเร็วหรอลูก พาน้องๆไปเที่ยวไหนมากันละจ๊ะ"
"ก็ไปทานข้าวกันมานิดหน่อยอะครับ"
"แล้ววันนี้ฟ้าไปอ้อนเอาอะไรจากพี่เค้าอีกป่าวเนี่ยลูก" น้าเป็ดถาม
"ป่าวคะ นู๋ไม่ได้จะเอาอะไรเลยเนอะพี่รัน เนอะ"
ผมไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ยิ้ม แหะๆ แล้วขอตัวขึ้นห้องนอน
ผมนึกถึงภาพติดตาของน้องกิ๊ฟวันนี้แล้วมันทำให้อัดอั้นอย่างยิ่ง เลยต้องระบายด้วยมือตัวเอง
เช้าวันรุ่งขึ้นที่มหาวิทยาลัย
"เห้ย วันนี้มีงานเลี้ยง รับน้องที่ร้านข้างๆ ม. แม่งสงสัยเลิกดึกแน่เลยวะ"
"พวกมึงจะกลับบ้านกันปะวะ หรือจะไปนอนห้องกุก็ได้นะ ไอ้จวนเสนอ เพราะมันพักอยู่ที่หอใกล้ๆ ม.นี่เอง"
"ไม่เป็นไรวะ บ้านกุอยู่ไม่ไกล"
"เออ กุก็กลับบ้านดีกว่า"
ไอ้บาส กับไอคิว ปฎิเสธ
แล้วมึงว่าไง ไอ้รัน
"เออกูว่านอนห้องมึงก็ดีเหมือนกัน แต่มึงอย่าทำไรกูนะ กูยังซิง"
"เห้ยๆ ที่ว่ามึงซิงนี่ ควยหรือตูดวะ"
ไอ้บาสแซว
"ก็ทั้งหมดแหละไอสัส"
"เชี่ยๆ ไม่ได้ๆ อย่างนี้ไม่ได้ละ กูต้องพามึงไปเปิดซิงละ รู้ถึงไหนอายเค้าถึงนั่น หน้าตาก็ดี ตี๋ๆอย่างมึงเนี่ย ไม่น่าซิง" ไอ้บาสพูด
"กูว่าถ้าได้ลองสักครั้งจากตี๋ธรรมดา แม่งจะเปลี่ยนเป็นตี๋หิดวะ ฮ่าๆๆ" ไอ้จวนพูดไปหัวเราะไป
"แล้วมึงอะไอคิว ไปด้วยกันป่าว"
"ไม่ๆ กุไม่ไป"
"อ๋อ กุเข้าใจมึง ถ้ามึงชวนกูไปบาร์เกย์ กูก็ไม่ไปเด็ดขาด ฮ่าๆๆ"
พวกผม 4คน คุยกันเสียงดัง จนโต๊ะข้างๆ คงได้ยิน ตอนนี้ผมพึ่งสังเกตุว่าพี่ แอน ก็นั่งอยู่โต๊ะข้างๆผมด้วย เล่นเอาผมอายสะจนอยากแทรกแผ่นดินหนี
ค่ำวันนั้น ที่งานเลี้ยงรับน้องก็มีพิธีกรรมนิดหน่อย เหมือนดื่มเหล้าร่วมสาบานคนละ1จอก ผมซึ่งไม่เคยดิ่มเหล้ามาก่อน พอได้ดื่มเพียวๆไป1จอกก็รู้สึกพะอืดพะอมมาก นั่งไม่พูดไม่จากกับใคร แต่ก็พยายามฝืนอยู่ต่อไป ส่วนไอ้จวน กับไอ้บาสสนุกใหญ่ กับรุ่นพี่ปี2 ชื่ออะไรผมก็ยังจำไม่ได้ พี่แอนก็ยังอยู่ โดยจับกลุ่มกับเพื่อนๆผู้หญิงนั่งดื่มกันอย่างสนุกสนาน ผมก็นั่งมองพี่เค้าไปเพลินๆ สัก3-4ทุ่ม พวกที่บ้านไกลก็ ทยอยกลับกันก่อน ตอนนี้เหลือแค่ พวกที่อยู่หอแถวๆนี้ยังกินกันอยู่
หลังจากดื่มเพียวๆจอกนั้นไปแล้วผมก็ได้แต่นั่งกินโค้กไป
แหม วงดนตรีที่เล่นอยู่ตอนนี้ก็เหมือนเล่นเพื่อผมโดยเฉพาะ นั่งเป็นพระเอกเอ็มวี เลยกู
..ฉันไม่ได้อยากเลวไม่อยากทำอย่างนี้ มันผิดจริงๆก็พอรู้ตัวดี ก็ได้แต่โทษทีที่ฉันทำไป ฉันไม่ได้อยากเลวแต่หยุดใจไม่ไหว ก็ผิดจริงๆ อย่างนี้สมควรตาย..
ผมพยายามรวบรวมความกล้า เดินเข้าไปคุยกับพี่แอน
"เอ่ออ พี่แอนครับกลับบ้านดึกจังเลยนะครับ"
"อ่อ พี่ไม่กลับบ้านหรอกจะ พี่อยู่หอ" พี่แอนตอบพลางโยกไปด้วยตามจังหวะเพลง
"อยู่คนเดียว หรือว่า.."
"พี่อยู่กับเพื่อนจะ นี่ไงพี่เอ"
พี่แอน แนะนำให้รู้จัก พี่เอ รูมเมท ของเธอ พี่เอ ดูจะเป็นคนอวบๆระยะเกือบสุดท้าย แต่ผิวพรรณดี ขาวนวลเนียนมากๆ
"ผมนึกว่าพี่อยู่กับพี่แบงค์"
"อ๋อ แค่เป็นแฟนกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอก แต่พักหลังๆก็อะนะ"
แววตาของพี่แอน ดูเศร้าๆ แต่ผมก็ไม่กล้าถามเรื่องส่วนตัวของพี่เขามากไปกว่านี้
"แล้ววันนี้ พี่แบงค์ไม่มาหรอ"
จิงๆผมก็ไม่น่าถาม เพราะวันนี้เป็นงานเลียงต้อนรับน้องๆที่พี่ปี2 จัดให้น้องใหม่เท่านั้น แต่ว่า
"กูอยู่นี่" ผมได้ยินเสียงผู้ชายตะโกนมาจากทางด้านหลัง พอหันไปไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร ก็โดนหมัดขวาตรงของต้นเสียงต่อยเข้าเต็มหน้าจนล้มทั้งยืน
"แบงค์อย่า" เสียงพี่แอนร้องห้าม
"อ๋อ อีดอกมึงจะช่วยมันหรอ" เปรี๊ย พี่แบงค์ตบพี่แอนลงไปกองวัดพื้นอีกคน แล้วเดินตรงมาที่ผม หมายจะกระทืบซ้ำ แต่ยังไม่ทันจะถึงตัวก็โดน ไอ้จวน ที่มะกี้นั่งเมาๆ กระโดดถีบ เต็มๆ จนพี่แบงค์ถลาไปชนโต๊ะล้มระเนระนาด
"ไอ้สัส มึงจะเอากับกูอีกคนใช่ไหม" พี่แบงค์ตะคอก
หวี๊ดๆ เสียงไมค์โครโฟน ดังแสบแก้วหู นักดนตรีที่บัดนี้หยุดร้องเพลงแล้วพูดแทรกขึ้นมาว่า
"น้องๆ ครับ กรุณาหยุดทำเลาะกันได้แล้วนะครับ พี่ขอ"
"มึงเสือกอะไรด้วย" พี่แบงค์ยังพาลไม่เลิก พร้อมทั้งชี้หน้าข่มขู่พี่นักดนตรี แต่พี่เขาก็ไม่ได้มีท่าทางหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
เมื่อหายมึน ผมพยายามไปประคองพี่แอนที่ กองอยู่ข้างๆ ลุกขึ้น
"พี่ฟังผมก่อน ผมกับพี่แอนไม่ได้มีอะไรกัน เบอร์พี่เค้าผมยังไม่มีเลย"
"โธ่ ไอ้สัส" พี่แบงค์โถมเข้ามาจะต่อยผม แต่ไอ้จวนมาขวาง พี่แบงค์ที่มะกี้ พึ่งโดนถีบไปเลยไม่กล้าพลีพลามอีก
"ได้ พวกมึงจะเล่นหมาหมู่กับกูใช่ไหม" พี่แบงค์ พูดพลางหยิบปืนที่เน็บเอวมาด้วยขึ้นมา แล้วหันปลายกระบอกปืนมาที่ผม
"ไอสัส มึง โอ้ยยยย" ก่อนที่จะทันได้เกิดเหตุการณ์อะไรบานปลายไปกว่านี้ อยู่ดีๆพี่แบงค์ก็ทิ้งอาวุธลง แล้วเอากุมมือขวาของตัวเอง ร้องโห้ยหวน จังหวะเดียวกับที่ ไอจวน พุ่งเข้าชาร์ต ตัวพี่แบงค์
"ไอ้เหี้ย เรื่องแค่นี้มึงถึงกับจะยิงพวกกูเลยหรอวะ" ไอ้จวนด่าพร้อมกับเตะเข้าที่หน้าพี่แบงค์อีกหนึ่งป๊าป "สัสเอ้ย แม่งน่ากระทืบให้จมตีนตายนัก" มันยังด่าต่อไปไม่หยุด
"อย่าๆ พอแล้ว" พี่แอนที่ตอนนี้ร้องไห้ไม่หยุด ร้องห้ามไอ้จวน ผมเห็นแล้วก็สงสารเลยช่วยห้ามไอ้จวน
สักพักนึง ตร.ก็มาถึง แล้วก็ควบคุมตัวพี่แบงค์ไปสน. ส่วนผม ไอ้จวน ไอ้บาส แล้วก็พี่แอน ถูกเชิญตัวไปให้ปากคำที่โรงพักด้วย
ไอ้จวนเข้าไปคุย อะไรสักอย่างกับร้อยเวร สักพัก พวกผมก็ ถูกปล่อยกลับบ้าน ส่วนพี่แบงค์ ต้องถูกควบคุมตัวไว้ในข้อหา พยายามฆ่า และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ
"อยู่ดีๆ กุสงสัย ทำไมมันทิ้งปืนวะ" ไอ้บาสตั้งคำถาม
"กูก็งง แม่งจังหวะนั้นกูคิดว่ามีโป้งป้างแน่ๆ แล้ว" ไอ้จวนสำทับ
"แต่มึงนะ อยู่ดีๆ หาตีนให้กูตั้งแต่อาทิตย์แรกที่รู้จักกันเลยนะไอสัส" ไอบาสด่าผม
"เออๆ กูขอโทษพวกมึงด้วย ที่ทำให้เดือดร้อน เอาไว้ที่มึงบอกจะพากูไปเปิดซิงเดี๋ยวกุเลี้ยงเอง เท่าไรวะ คนละ 1000 พอปะ " ผมถามซื่อๆก็คนมันไม่เคยอะครับ
"ไอ้เหี้ย ไอ้ขี้เหนียวแม่งเล่นกูเกือบหัวใจวายตาย แค่พันเดียวอะนะ กระหรี่สวนลุม แม่งยังไม่ได้เลย สัส" ไอบาสด่าผมไม่เลิก
"มันต้องมีคนช่วยเรา" ไอ้จวนยังพึมพำกับตัวเอง เราแยกกันเมื่อถึงหน้าหอพักไอจวน
ก่อนนอนคืนนั้น ไอ้จวนถามผมว่า "ตกลงมึงชอบพี่แอนจริงๆหรอวะ"
"ไม่แน่ใจวะ" ผมตอบไปส่งๆ
"เออ รีบๆ แน่ใจหน่อยไอ้สัส ถ้าชอบก็จีบแม่งเลย ไม่ต้องไปกลัว มีไรกูช่วยมึงเอง"
"เออ ขอบใจมึงวะ ถ้าไม่ได้มึงกูว่า กูคงเดี้ยงไปละป่านี้"
"แล้วมึงไปคุยไรกะผู้กองคนนั้นวะ" ผมถามมัน
"อ๋อ ไม่มีไร เค้าแค่ถามว่า กูเป็นลูกใคร ทำไมนามสกุลคุ้นๆ"
---------------------------------------------------------------------
ที่บ้านของรันเช้าวันรุ่งขึ้น
"คุณรันไม่เป็นอะไรครับนาย ตอนนี้พักอยู่กับเพื่อนที่เป็นลูกผู้การเข้มครับ"
"อืม..."
"ส่วนมัน ได้ประกันตัวแล้วครับ"
"จัดการให้เรียบร้อยด้วย"
"ครับนาย"
"แล้วคนที่ช่วยลูกชายฉัน ชื่ออะไรนะ"
"ชื่อแสน ครับนาย"
"เย็นนี้ พาเขามาพบฉันด้วย"
"ครับนาย"
"ซี๊ดดด อือออ.."
นี่คือเสียงครางอย่างมีความสุขของส้ม หญิงสาววัย21ปี ที่นอนทอดกายอยู่เบื้องหน้าผม
"แสนขา แรงอีกสิคะ เค้าใกล้จะออกแล้ว โอ๊ยยย"
เสียงออดอ้อนเย้ายวนทำให้ผม อดที่จะทำตามคำขอของเธอไม่ไหว จึงเร่งจังหวะกระแทกหญิงสาวตรงหน้าผมอย่างรุนแรงไม่คิดชีวิต
"โอ้ยย ส้มไม่ไหวแล้ว อ๊าาา เสร็จแล้วว ซี๊ดด อ้าาาา"
ร่างกายของเธอกระตุกอย่างรุนแรงขณะเดียวกับที่ช่องพิศวาสของเทอก็ตอดรับของผมอย่างรุนแรงไม่แพ้กัน
ผมพยายามกัดฟันซอยต่อไป ไม่นาน ก็ไม่อาจจะต้านทานความเสียวซ่านนี้ได้
"แสนอะ ตัวเองเล่นแตกในเลยนะ"
น้ำเสียงของหญิงสาวเหมือนงอลๆ ขัดกับใบหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้แก้ตัวอะไรเธอก็พูดต่อว่า
"แต่ไม่เป็นไร ส้มกินยาคุมอยู่ละ อิอิ"
พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ ผมจึงบรรจูงจูบเทอที่หน้าผาก ก่อนลุกขึ้นไปอาบน้ำ
"รีบอาบน้ำ นี่จะไปเลยหรอ พึ่งมาเดี๋ยวเดียว นี่ก็พึ่งจะทุ่มกว่าเอง"
"อืมม"
"แล้วเทอมนี้ จะกลับไปเรียนไหม ลงทะเบียนไปหรือยัง"
"คิดว่าคงไม่"
"ทำไมอะ ถ้าเป็นเรื่องเงินให้ส้มช่วยได้นะ เงินส้มก็เหมือนเงินแสน"
ผมหันกลับไปมองส้มช้าๆ ด้วยสายตาที่ผมส่งไปทำให้เธอรู้ทันทีว่าบทสนทนาครั้งนี้ได้จบลงแล้ว
ผมออกจากหอพักของส้ม มุ่งหน้าไปร้านเหล้าเล็กๆใกล้กับมหาวิทยาลัยย่านดินแดง
ที่นี่คือที่ทำงานของผมเอง
----------------------------------------------------------------
ก่อนหน้านั้น 3 วัน ซึ่งเป็นวันเปิดเทอมวันแรก
รัน หนุ่มน้อยปีหนึ่งวัย 18 ผิวขาว รูปร่างผอม ดูจะตื่นๆเหมือนเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง
เดินมาถึงหน้าห้องเรียน เขาคิดในใจ
"ยังไงดีวะเนี่ยกู เพื่อนก็ไม่มีแม่งเอ้ยวันเขาปฐมนิเทศน์กันก็เสือกไม่ได้มา"
เขายืนอยู่หน้าห้องพักใหญ่ มองดูคนอื่นที่เหมือนจะรู้จักกันหมดแล้ว จนใกล้ถึงเวลาเข้าเรียน เขาจึงเดินเข้าไปในห้อง เขากวาดสายตามองหาที่นั่ง เห็นมีอยู่คนนึงที่นั่งคนเดียว เป็นผู้ชาย หน้าตาหล่อเข้ม จึงเดินไปนั่งด้วย และพยายามอย่างยิ่งที่จะกล่าวทักทายก่อน
"หวัดดี เราชื่อรัน นายล่ะ.."
"กูชื่อจวน ไม่ต้องพูดสุภาพหรอก กูๆมึงๆ นี่แหละ สนิทกันดี"
"เออ จริงว่ะ ฮ่าๆ"
ไอ้จวนเล่าว่า ที่มันชื่อจวน เพราะมันเกิดที่จวนผู้ว่า จังหวัดลำพูน แม่มันธุระที่นั่นแล้วเกิดปวดท้องคลอดมันกระทันหัน ชื่อเล่นมันเลยชื่อจวน ส่วนชื่อจริงมันชื่อ ลำพูน ไอ้บาสแซวว่า ดีนะที่มึงไม่เกิดจังหวัดตราด ไม่งั้นมึงได้ชื่อ ตราดดดแอดดด แน่ ฮ่าๆๆ
นับว่าไม่เสียทีที่ผมเลือกเรียนคณะบัญชี เพราะในเซคผม มีแต่สาวๆสวยๆเพียบเลย ส่วนผู้ชายก็แต่ ผม ไอ้จวนที่มาจากใต้ ไอ้บาสที่ซิ่วมา ไอ้คิว ไอ้เต๋าสองคนนี้เป็นเพื่อนกันจบมาจากชายล้วน รวมเป็น 5คนเท่านั้น ไอ้บาสดูจะสนิท กับไอ้คิวไอ้เต๋ามากกว่า เพราะพวกมันเจอกันตั้งแต่งานปฐมนิเทศ ที่ผมกับไอ้จวนไม่ได้มา
บ่ายวันนั้น มีการนัดประชุม เจอกับพวกรุ่นพี่
ผมกับไอ้จวน มีนิสัยคล้ายๆ กันคือไม่ชอบระบบโซตัส เท่าไรแต่ผมนี่ยังไม่นักเท่าไอ้จวน รายนั้นออกจะ ต่อต้านด้วยซ้ำ
"เฮ้ยไอ้รัน มึงดูพี่คนนั้นดิอิ๋มชิบหายเลยวะ แม่งถ้ากูได้แฟนอย่างนี้จะเป็นพระคุณอย่างสูงฮ่าๆ" ไอ้จวนพูดพลางชี้ให้ผมดู
พอผมหันไปมอง เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่เขามองมาพอดี ผมเลยยิ้มให้พี่เขาอย่างเขินๆ และพี่เขาก็ยิ้มตอบ
"หน้าแดงเลยนะมึง" ไอ้จวนแซวผม
"ไอ้สัส พวกมึงหาเรื่องแล้ว ผัวพี่แอนแม่ง มองตาขวางอยู่ทางนั้น" ไอ้บาสกระซิบบอกผมกับไอ้จวน
ไอ้บาสบอกว่า พี่แอน อยู่ปี2 ส่วนแฟนเค้าชื่อแบงค์ อยู่ปี3 มีนิสัยขี้หึงรุนแรงมาก
คงจริงอย่างที่ไอ้บาสบอก เพราะวันนั้น พวกผม 5 คนถูกสั่งให้ร้องเพลง กันจนเสียงแหบเสียงแห้ง เกือบๆ3ชม.
"ไอเหี้ย กุว่าแม่งจงใจแกล้งเราวะ บอกได้ยินแต่เสียงผู้หญิง ก็แม่งผู้หญิงเกือบ 30 คน ผู้ชายแค่ 5 คน แม่งก็ต้องได้ยินเสียงผู้หญิงสิวะ"
"เออจิง แล้วแม่งให้พวกเราตะโกน ให้ดังกว่าผู้หญิง กุแม่ง สัส" ผมกับไอ้จวนเดินบ่นกันอุบ
วันต่อมา ผมก็ได้รู้จักกับเพื่อนผู้หญิงหลายๆคน แต่ที่สะดุดตาสะดุดใจอย่างแรงคือ นัท เก๋ แอ้ม 3สาวที่สวยระดับเป็นดาวคณะสบายๆ
ไอ้จวนมันพยายาม อย่ายิ่งที่จะจีบนัท ให้ได้ แต่ผมยังไม่ได้หมายตาใครไว้เป็นพิเศษ
ตอนกินข้าวกลางวัน บังเอิญเจอพี่แอนพอดี
"พี่มาทานข้าวคนเดียวหรอครับ"
"ป่าวจะ พี่มากับ.."
ยังไม่ทันพูดจบก็ได้ยินเสียงพี่แบงค์ ตะโกนเรียก
"ไปก่อนนะ"
ผมเดินไปซื้อข้าวกับมานั่งกินแบบเซงๆ จนไอ้จวนทักว่า
"เป็นไรวะมึง นั่งเป็นหมาหงอย"
"ป่าว แค่เบื่อๆวะ"
"เบื่อเหี้ยไรวะ ปะเดี๋ยวเย็นนี้แดกเหล้ากัน"
ไอ้จวนเอ่ยปากชวน
"เฮ้ยพวกมึง จะแดกก็รอพรุ่งนี้ดีกว่า เขามีงานเลี้ยงรับน้องเล็กๆน้อยๆ เฉพาะในเซคเรา เห็นว่าพวกรุ่นพี่ปี2 เป็นคนจัดงานนี้ฟรีวะ ฮ่าๆ"
ไอ้บาส บอก
"เออก็ดีเหมือนกัน จะได้เซฟไปในตัวฮ่าๆๆ"
ท่าทางไอ้จวนดูชอบใจที่จะได้กินเหล้าฟรี
บ่ายวันนั้นไม่มีกิจกรรมหลังเลิกเรียน เลยแวะไปหาน้องสาวตัวแสบทั้ง2 ของผมที่รร.สตรีแห่งหนึ่ง
"สวัสดี ค่ะคุณรัน มารอคุณฟางกับคุณฟ้า หรอคะ" พี่หมวย พี่เลี้ยงของน้องสาวตัวดีของผมกล่าวทักเมื่อเจอผมที่หน้า รร.
"ครับพี่ ไม่รู้ว่านี่ใกล้จะเลิกกันยัง"
"ไม่นานแล้วค่ะ สัก ราวๆ 3โมงเย็นเห็นจะได้"
สักพักน้องฟ้าก็เดินมาพร้อมกับเพื่อนๆกลุ่มใหญ่ พอเห็นผมแล้วก็วิ่งมาควงแขนผมทันที
"พี่รันวันนี้นึกยังงัยมาหานู๋ถึงที่ รร.เลยคะเนี่ย"
พอเห็นเพื่อนๆของน้องฟ้ามองพลางซุบซิบ ผมเลยบอกน้องฟ้าว่า
"เพื่อนมองกันใหญ่แล้วพี่เขิน"
"เขินอะไรอะพี่ พี่น้องกันควงแขนกันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย"
น้องฟ้าเลยแกล้งผมด้วยการตะโกนบอกเพื่อนๆว่า
"คนนี้แฟนชั้นย่ะ พวกเทออย่าหวัง อิอิ"
ผมฟังแล้วก็ เขินหน้าแดง ถึงแม้ผมจะไม่เคยคิดอะไรกับน้องสาวต่างแม่คนนี้ แต่ผมก็อดเขินอายไม่ได้จริงๆ พี่หมวยเองก็คงจะสังเกตเห็น
จึงปรามน้องฟ้าว่า
"เดี๋ยวเถอะคุณฟ้า พี่จะฟ้องคุณแม่น้อง"
น้องสาวผมทำหน้าจ๋อยๆ
"โธ่พี่หมวยอ่า น้องแค่หลอกเพื่อนๆเล่น"
"แล้วพี่หมวยละค่ะ เมื่อไหร่จะมีแฟน แบร่"
น้องสาวผมแหย่พี่เลี้ยงแล้วรีบวิ่งขึ้นไปรอในรถ
ครู่ต่อมา ผมเห็นน้องฟาง เดินจับมือมากับเด็กนักเรียนหญิงอีกคนนึง
ผมเลยถามพี่หมวยว่าคนนั้นใคร น้องฟ้าคงได้ยินเลยเปิดกระจกลงมาตอบแทนว่า
"อ๋อ นั่นพี่กิ๊ฟ แฟนพี่ฟางเอง ฮ่าๆ"
เฮ้ยนี่น้องสาวกุ เป็นเลส หรอวะเนี่ย
ผมบอกน้องฟางว่าวันนี้ พี่จะพาไปเลี้ยงฉลองเปิดเทอมใหม่ ชวนน้องกิ๊ฟไปด้วยกันก็ได้
น้องฟางตอนนี้อายุ 15ปี เรียนอยู่ชั้นม.4 ปีนี้เธอดูเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ส่วนน้องฟ้า อายุ13 พึ่งอยู่ม.2 ดูน่ารักสดสัยตามประสาเด็กๆ
ระหว่างทางผมนั่งเบาะหน้า พี่หมวยเป็นคนขับ ส่วนน้องฟ้า น้องฟาง และน้องกิ๊ฟ นั่งเบาะหลัง มีจังหวะนึงผมหันไปเห็นกกน.สีขาวของน้องกิ๊ฟซึ่งนั่งตรงกลางและไม่ค่อยระวังเท่าไร เล่นเอาผมตาค้างและก็ท่อนล่างของผมแข็งปั๊ดเลยทีเดียว แต่ผมก็ก็ไม่กล้าบอกน้อง เพราะกลัวว่าน้องจะอายป่าวๆ แต่มันก้เป็นภาพที่ติดตาพอสมควร
ตอนกินข้าว พอก็เผลอมองหน้าน้องกิ๊ฟแล้วคิดถึงภาพที่ยังติดตาผมอยู่ จนน้องฟาง ถามว่า
"พี่รันจะกินกิ๊ฟหรือจะกินข้าวกันแน่ เห็นจ้องมาตั้งนานละ"
ผมตกใจรีบบอก "ปะ ป่าวๆ"
ส่วนน้องกิ๊ฟก็ยิ้มเขินๆ
"พี่รันว่า พี่กิ๊ฟ กับ พี่ฟางใครสวยกว่ากันคะ" น้องฟ้าตัวดีของผม ดันถามคำถามที่ตอบยากส์มาสะได้
"เอ่ออ พี่ว่าา สวยทั้งคู่แหละจะ"
มันไม่ใช่คำตอบที่เกินเลยจากความจริงเลย เพราะน้องฟางของผม และน้องกิ๊ฟสวยพอๆกันเลย แต่น้องกิ๊ฟจะหุ่นดีกว่ามีน้ำมีนวลกว่าแค่นั้น
"นั่นแน่ๆ พี่รันมองพี่กิ๊ฟตาเป็นมันอีกแล้วนะ ฟ้าบอกแล้วไงว่าพี่กิ๊ฟเค้าเป็นแฟนพี่ฟาง"
"ยัยฟ้า ใครบอกเธอว่างั้น พี่กับกิ๊ฟเป็นเพื่อนกันย่ะ แค่เพื่อนสนิท"
"เพื่อนสนิท คิดไม่ซื่อหรือป่าว ฮ่าๆๆ" ฟ้ายังกวนพี่สาวไม่เลิก
"ยัยฟ้า" ฟางมองน้องอย่างดุๆ
"ก็ได้จ้า เพื่อนก็เพื่อนจะ ฟ้าเชื่อแล้ว"
พอไปส่งน้องกิ๊ฟที่บ้านเสร็จ ผมก็ถามฟางว่า
"เรานี่เป็นทอมไปตั้งแต่เมื่อไร"
"บ้า อย่าพี่ไปเชื่อยัยฟ้ามัน ฟางเป็นผู้หญิง กิ๊ฟก็เป็นผู้หญิง เราแค่สนิทกันมากๆ แค่นั้นเอง"
"ถ้าพี่ไม่เชื่อว่ากิ๊ฟ เป็นผู้หญิงลองจีบดูมะ เดี๋ยวฟางติดต่อให้"
น้องฟางพูดพลางเอามือตบไหล่ผม
"ไม่อาววว ไม่ได้"
น้องฟ้า ร้องบอก
"พี่รันเป็นของฟ้า คนอื่นห้าม"
"น้องฟ้า" พี่หมวยเอ่ยเสียงเย็น เล่นเอาน้องฟ้านั่งจ๋อยไปตามระเบียบ
พอถึงบ้าน น้องฟ้ารีบวิ่งไปหา น้าเป็ดคุณแม่ของเธอ พร้อมฟ้องว่า
"แม่ขา พี่ฟางแกล้งนู๋อีกแล้ว พี่หมวยก็ดุนู๋ด้วย ฮือๆ"
น้าเป็ดไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ลูบหัวลูกสาวสุดที่รักด้วยความเอ็นดู
"อ่าวรัน วันนี้เลิกเร็วหรอลูก พาน้องๆไปเที่ยวไหนมากันละจ๊ะ"
"ก็ไปทานข้าวกันมานิดหน่อยอะครับ"
"แล้ววันนี้ฟ้าไปอ้อนเอาอะไรจากพี่เค้าอีกป่าวเนี่ยลูก" น้าเป็ดถาม
"ป่าวคะ นู๋ไม่ได้จะเอาอะไรเลยเนอะพี่รัน เนอะ"
ผมไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ยิ้ม แหะๆ แล้วขอตัวขึ้นห้องนอน
ผมนึกถึงภาพติดตาของน้องกิ๊ฟวันนี้แล้วมันทำให้อัดอั้นอย่างยิ่ง เลยต้องระบายด้วยมือตัวเอง
เช้าวันรุ่งขึ้นที่มหาวิทยาลัย
"เห้ย วันนี้มีงานเลี้ยง รับน้องที่ร้านข้างๆ ม. แม่งสงสัยเลิกดึกแน่เลยวะ"
"พวกมึงจะกลับบ้านกันปะวะ หรือจะไปนอนห้องกุก็ได้นะ ไอ้จวนเสนอ เพราะมันพักอยู่ที่หอใกล้ๆ ม.นี่เอง"
"ไม่เป็นไรวะ บ้านกุอยู่ไม่ไกล"
"เออ กุก็กลับบ้านดีกว่า"
ไอ้บาส กับไอคิว ปฎิเสธ
แล้วมึงว่าไง ไอ้รัน
"เออกูว่านอนห้องมึงก็ดีเหมือนกัน แต่มึงอย่าทำไรกูนะ กูยังซิง"
"เห้ยๆ ที่ว่ามึงซิงนี่ ควยหรือตูดวะ"
ไอ้บาสแซว
"ก็ทั้งหมดแหละไอสัส"
"เชี่ยๆ ไม่ได้ๆ อย่างนี้ไม่ได้ละ กูต้องพามึงไปเปิดซิงละ รู้ถึงไหนอายเค้าถึงนั่น หน้าตาก็ดี ตี๋ๆอย่างมึงเนี่ย ไม่น่าซิง" ไอ้บาสพูด
"กูว่าถ้าได้ลองสักครั้งจากตี๋ธรรมดา แม่งจะเปลี่ยนเป็นตี๋หิดวะ ฮ่าๆๆ" ไอ้จวนพูดไปหัวเราะไป
"แล้วมึงอะไอคิว ไปด้วยกันป่าว"
"ไม่ๆ กุไม่ไป"
"อ๋อ กุเข้าใจมึง ถ้ามึงชวนกูไปบาร์เกย์ กูก็ไม่ไปเด็ดขาด ฮ่าๆๆ"
พวกผม 4คน คุยกันเสียงดัง จนโต๊ะข้างๆ คงได้ยิน ตอนนี้ผมพึ่งสังเกตุว่าพี่ แอน ก็นั่งอยู่โต๊ะข้างๆผมด้วย เล่นเอาผมอายสะจนอยากแทรกแผ่นดินหนี
ค่ำวันนั้น ที่งานเลี้ยงรับน้องก็มีพิธีกรรมนิดหน่อย เหมือนดื่มเหล้าร่วมสาบานคนละ1จอก ผมซึ่งไม่เคยดิ่มเหล้ามาก่อน พอได้ดื่มเพียวๆไป1จอกก็รู้สึกพะอืดพะอมมาก นั่งไม่พูดไม่จากกับใคร แต่ก็พยายามฝืนอยู่ต่อไป ส่วนไอ้จวน กับไอ้บาสสนุกใหญ่ กับรุ่นพี่ปี2 ชื่ออะไรผมก็ยังจำไม่ได้ พี่แอนก็ยังอยู่ โดยจับกลุ่มกับเพื่อนๆผู้หญิงนั่งดื่มกันอย่างสนุกสนาน ผมก็นั่งมองพี่เค้าไปเพลินๆ สัก3-4ทุ่ม พวกที่บ้านไกลก็ ทยอยกลับกันก่อน ตอนนี้เหลือแค่ พวกที่อยู่หอแถวๆนี้ยังกินกันอยู่
หลังจากดื่มเพียวๆจอกนั้นไปแล้วผมก็ได้แต่นั่งกินโค้กไป
แหม วงดนตรีที่เล่นอยู่ตอนนี้ก็เหมือนเล่นเพื่อผมโดยเฉพาะ นั่งเป็นพระเอกเอ็มวี เลยกู
..ฉันไม่ได้อยากเลวไม่อยากทำอย่างนี้ มันผิดจริงๆก็พอรู้ตัวดี ก็ได้แต่โทษทีที่ฉันทำไป ฉันไม่ได้อยากเลวแต่หยุดใจไม่ไหว ก็ผิดจริงๆ อย่างนี้สมควรตาย..
ผมพยายามรวบรวมความกล้า เดินเข้าไปคุยกับพี่แอน
"เอ่ออ พี่แอนครับกลับบ้านดึกจังเลยนะครับ"
"อ่อ พี่ไม่กลับบ้านหรอกจะ พี่อยู่หอ" พี่แอนตอบพลางโยกไปด้วยตามจังหวะเพลง
"อยู่คนเดียว หรือว่า.."
"พี่อยู่กับเพื่อนจะ นี่ไงพี่เอ"
พี่แอน แนะนำให้รู้จัก พี่เอ รูมเมท ของเธอ พี่เอ ดูจะเป็นคนอวบๆระยะเกือบสุดท้าย แต่ผิวพรรณดี ขาวนวลเนียนมากๆ
"ผมนึกว่าพี่อยู่กับพี่แบงค์"
"อ๋อ แค่เป็นแฟนกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอก แต่พักหลังๆก็อะนะ"
แววตาของพี่แอน ดูเศร้าๆ แต่ผมก็ไม่กล้าถามเรื่องส่วนตัวของพี่เขามากไปกว่านี้
"แล้ววันนี้ พี่แบงค์ไม่มาหรอ"
จิงๆผมก็ไม่น่าถาม เพราะวันนี้เป็นงานเลียงต้อนรับน้องๆที่พี่ปี2 จัดให้น้องใหม่เท่านั้น แต่ว่า
"กูอยู่นี่" ผมได้ยินเสียงผู้ชายตะโกนมาจากทางด้านหลัง พอหันไปไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร ก็โดนหมัดขวาตรงของต้นเสียงต่อยเข้าเต็มหน้าจนล้มทั้งยืน
"แบงค์อย่า" เสียงพี่แอนร้องห้าม
"อ๋อ อีดอกมึงจะช่วยมันหรอ" เปรี๊ย พี่แบงค์ตบพี่แอนลงไปกองวัดพื้นอีกคน แล้วเดินตรงมาที่ผม หมายจะกระทืบซ้ำ แต่ยังไม่ทันจะถึงตัวก็โดน ไอ้จวน ที่มะกี้นั่งเมาๆ กระโดดถีบ เต็มๆ จนพี่แบงค์ถลาไปชนโต๊ะล้มระเนระนาด
"ไอ้สัส มึงจะเอากับกูอีกคนใช่ไหม" พี่แบงค์ตะคอก
หวี๊ดๆ เสียงไมค์โครโฟน ดังแสบแก้วหู นักดนตรีที่บัดนี้หยุดร้องเพลงแล้วพูดแทรกขึ้นมาว่า
"น้องๆ ครับ กรุณาหยุดทำเลาะกันได้แล้วนะครับ พี่ขอ"
"มึงเสือกอะไรด้วย" พี่แบงค์ยังพาลไม่เลิก พร้อมทั้งชี้หน้าข่มขู่พี่นักดนตรี แต่พี่เขาก็ไม่ได้มีท่าทางหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
เมื่อหายมึน ผมพยายามไปประคองพี่แอนที่ กองอยู่ข้างๆ ลุกขึ้น
"พี่ฟังผมก่อน ผมกับพี่แอนไม่ได้มีอะไรกัน เบอร์พี่เค้าผมยังไม่มีเลย"
"โธ่ ไอ้สัส" พี่แบงค์โถมเข้ามาจะต่อยผม แต่ไอ้จวนมาขวาง พี่แบงค์ที่มะกี้ พึ่งโดนถีบไปเลยไม่กล้าพลีพลามอีก
"ได้ พวกมึงจะเล่นหมาหมู่กับกูใช่ไหม" พี่แบงค์ พูดพลางหยิบปืนที่เน็บเอวมาด้วยขึ้นมา แล้วหันปลายกระบอกปืนมาที่ผม
"ไอสัส มึง โอ้ยยยย" ก่อนที่จะทันได้เกิดเหตุการณ์อะไรบานปลายไปกว่านี้ อยู่ดีๆพี่แบงค์ก็ทิ้งอาวุธลง แล้วเอากุมมือขวาของตัวเอง ร้องโห้ยหวน จังหวะเดียวกับที่ ไอจวน พุ่งเข้าชาร์ต ตัวพี่แบงค์
"ไอ้เหี้ย เรื่องแค่นี้มึงถึงกับจะยิงพวกกูเลยหรอวะ" ไอ้จวนด่าพร้อมกับเตะเข้าที่หน้าพี่แบงค์อีกหนึ่งป๊าป "สัสเอ้ย แม่งน่ากระทืบให้จมตีนตายนัก" มันยังด่าต่อไปไม่หยุด
"อย่าๆ พอแล้ว" พี่แอนที่ตอนนี้ร้องไห้ไม่หยุด ร้องห้ามไอ้จวน ผมเห็นแล้วก็สงสารเลยช่วยห้ามไอ้จวน
สักพักนึง ตร.ก็มาถึง แล้วก็ควบคุมตัวพี่แบงค์ไปสน. ส่วนผม ไอ้จวน ไอ้บาส แล้วก็พี่แอน ถูกเชิญตัวไปให้ปากคำที่โรงพักด้วย
ไอ้จวนเข้าไปคุย อะไรสักอย่างกับร้อยเวร สักพัก พวกผมก็ ถูกปล่อยกลับบ้าน ส่วนพี่แบงค์ ต้องถูกควบคุมตัวไว้ในข้อหา พยายามฆ่า และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ
"อยู่ดีๆ กุสงสัย ทำไมมันทิ้งปืนวะ" ไอ้บาสตั้งคำถาม
"กูก็งง แม่งจังหวะนั้นกูคิดว่ามีโป้งป้างแน่ๆ แล้ว" ไอ้จวนสำทับ
"แต่มึงนะ อยู่ดีๆ หาตีนให้กูตั้งแต่อาทิตย์แรกที่รู้จักกันเลยนะไอสัส" ไอบาสด่าผม
"เออๆ กูขอโทษพวกมึงด้วย ที่ทำให้เดือดร้อน เอาไว้ที่มึงบอกจะพากูไปเปิดซิงเดี๋ยวกุเลี้ยงเอง เท่าไรวะ คนละ 1000 พอปะ " ผมถามซื่อๆก็คนมันไม่เคยอะครับ
"ไอ้เหี้ย ไอ้ขี้เหนียวแม่งเล่นกูเกือบหัวใจวายตาย แค่พันเดียวอะนะ กระหรี่สวนลุม แม่งยังไม่ได้เลย สัส" ไอบาสด่าผมไม่เลิก
"มันต้องมีคนช่วยเรา" ไอ้จวนยังพึมพำกับตัวเอง เราแยกกันเมื่อถึงหน้าหอพักไอจวน
ก่อนนอนคืนนั้น ไอ้จวนถามผมว่า "ตกลงมึงชอบพี่แอนจริงๆหรอวะ"
"ไม่แน่ใจวะ" ผมตอบไปส่งๆ
"เออ รีบๆ แน่ใจหน่อยไอ้สัส ถ้าชอบก็จีบแม่งเลย ไม่ต้องไปกลัว มีไรกูช่วยมึงเอง"
"เออ ขอบใจมึงวะ ถ้าไม่ได้มึงกูว่า กูคงเดี้ยงไปละป่านี้"
"แล้วมึงไปคุยไรกะผู้กองคนนั้นวะ" ผมถามมัน
"อ๋อ ไม่มีไร เค้าแค่ถามว่า กูเป็นลูกใคร ทำไมนามสกุลคุ้นๆ"
---------------------------------------------------------------------
ที่บ้านของรันเช้าวันรุ่งขึ้น
"คุณรันไม่เป็นอะไรครับนาย ตอนนี้พักอยู่กับเพื่อนที่เป็นลูกผู้การเข้มครับ"
"อืม..."
"ส่วนมัน ได้ประกันตัวแล้วครับ"
"จัดการให้เรียบร้อยด้วย"
"ครับนาย"
"แล้วคนที่ช่วยลูกชายฉัน ชื่ออะไรนะ"
"ชื่อแสน ครับนาย"
"เย็นนี้ พาเขามาพบฉันด้วย"
"ครับนาย"
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)