ผมรันกับจอยอยู่แต่ในห้อง ไม่ได้ออกไปไหน 2วัน2คืนเต็มๆ เสื้อผ้าไม่ใช่สิ่งจำเป็นในชีวิตของเราในตอนนี้ เพราะทั้งผมและเธอแทบจะไม่ได้สวมใส่มันเลย อาหารก็ใช้บริการของโรงแรม แต่เช้าวันนี้ผมคงต้องจากวิมานรักนี้ไปชั่วขณะ
ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป หน้าที่เป็นสิ่งที่เราต้องตระหนักถึงและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด หน้าที่ของผมตอนนี้คือเรียนหนังสือ
แม้ผมจะพึ่งผ่านการติวบทรักกับจอยสาวผู้เป็นอาจารย์สอนวิชาบนเตียงให้ผมมาหลายต่อหลายบทแล้วตลอด2คืนที่ผ่านมา แต่ผมก็ยังรู้สึกโหยกระหายมันอยูทุกเวลา ถ้าเปรียบเซกส์เหมือนอาหาร ต่อให้เราจะกินอิ่มแค่ไหนสักพักเราก็จะหิวอีก ตอนนี้ผมคงเป็นหนุ่มน้อยจอมตะกละตะกลามที่กินอาหารตรงหน้าอย่างไม่รู้จักพอ
"จะไปแล้วหรอ"
"จะ"
"เดี๋ยวรอก่อน เค้าไปด้วย ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้ามาสองวันละ ตัวเองเล่นไม่ให้เค้าออกไปไหนเลย" จอยบอก
ผมขับรถไปส่งจอยที่แมนชั่นของเธอ ก่อนจากผมบอกว่าจะมารับเธอตอนบ่าย แต่เธอบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวทำอะไรๆเสร็จ จะไปรอผมที่ห้องเลย เราจึงตกลงกันตามนั้น
ผมมาถึงมหาวิทยาลัย เข้าเรียนคาบแรก ไอ้จวนยังไม่มา ผมลองโทรหามันก็ไม่รับสาย สงสัยว่ามันจะยังกะเวลาไม่ถูกกับการจราจรที่แสนสาหัสในตอนเช้าของกรุงเทพมหานคร
ในห้องเรียนผมยังคงตกเป็นจำเลยสังคมเพราะทุกคนคิดว่าผมเป็นต้นเหตุให้พี่แบงค์ฆ่าตัวตาย บรรยากาศช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ผมจำต้องแยกออกมานั่งหลบมุมอยู่คนเดียว
แต่กลับมีนักศึกษามาใหม่ มาเรียนวันนี้เป็นวันแรกมานั่งข้างๆผม
เขาชื่อแสนฤทธิ์ เขาบอกผมว่าพึ่งเทียบโอนมาจากมหาวิทยาลัยอื่น
ผมสังเกตุว่าเขาเป็นคนเงียบๆพูดน้อย ตลอดคาบเรียนเราไม่ได้คุยอะไรกันมากกว่านั้น จนจบคาบแรกไอ้จวนก็ยังไม่มา
แต่พอผมออกมาจากห้องมันก็ยืนรออยู่แถวนั้น
"อ่าวมึง มาถึงแล้วทำไม่เขาเรียนวะ"
"ไอ้เชี่ย กูพึ่งถึงเนี่ย แม่งรถติดชิบหาย" ไอ้จวนบ่นอุบ
"แล้วนี่ใครวะ หน้าคุ้นๆ" ไอ้จวนถาม
"นี่พี่แสน" "นี่ไอ้จวนเพื่อนสนิทผม" ผมแนะนำ
"กูนึกออกละ ใช่พี่ที่เป็นนักดนตรีที่ร้านวันนั้นปะ" ไอ้จวนถาม
แสนพยักหน้ารับเรียบๆ
"มีคนบอกผมว่าเห็นพี่ขว้างอะไรสักอย่างใส่มันชะปะ ตอนที่มันควักปืนออกมา"
"อืม.."
"อ๋อ พี่เองหรอที่ช่วยพวกผม ขอบคุณมากครับพี่" ผมบอกพี่แสนด้วยความซาบซึ้ง
"แล้วพี่อายุเท่าไรแล้วครับ ถ้าซิ่วมาต้องแก่กว่าพวกผมแน่ๆ" ไอ้จวนถาม
"21"
"งั้นพวกผม เรียกพี่ ว่าพี่แสน นะครับ"
"ปะ หาไรกินกัน" ไอ้จวนเสนอ เราสามคนจึงเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นมา
พี่แสนไม่ได้ เรียนกับพวกผมตลอด เพราะบางวิชาพี่เขาเคยเรียนมาก่อนแล้ว
วันนี้ ผมยังไม่เห็นพี่แอนเหมือนเคย ไม่รู้ว่าเธอจะทำใจกับเรื่องร้ายนี้ได้หรือยัง
น้องกิ๊ฟโทรมาหาผม ถามว่าพี่ไปไหน วันนั้นกิ๊ฟอุส่าห์ไปหาที่บ้านไม่เจอพี่เลย
แล้วก็ชวนผมไปเดินเล่นที่ห้างตอนเย็น แต่ผมปฎิเสธไปเพราะเย็นนี้ผมมีนัดกับเอนจอยด์ ครูสุดที่รักของผม
"เห็นมึงคุยโทรศัพท์ กูนึกขึ้นได้ แม่งของกูเสือกลืมไว้ที่บ้านน้า ต้องกลับไปเอาอีก เซงชิบหาย" ไอ้จวนบ่นไม่เลิก
ไอ้บาสเข้ามาร่วมวงสทนานี้อีกคน
"ไอ้รัน ทำไมวันนี้มึงดูเซียวๆวะ อดนอนหรอมึง" ไอ้บาสทักผม
"เออ จิงหวะ กูก็ว่า มึงไปทำอะไรมาวะ ตั้งแต่วันนั้นที่โทรมาก็ดูซึมๆ" ไอ้จวนถาม
"เออ กูมีปัญหากับที่บ้านนิดหน่อยวะ"
"มีอะไรบอกกูได้นะ" ไอ้จวนบอกผมอย่างเป็นห่วง
"ตอนนี้ กูดีขึ้นละ"
"อ่าว แล้วนี่ใครวะ" ไอ้บาสถามเมื่อเห็นพี่แสนที่นั่งนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา
"นี่พี่แสน พึ่งซิ่วมาจาก.."
"ใช่พี่ที่..."
"เออนั่นแหละ" ไอ้จวนร้องบอก
"หวัดดีครับพี่ ผมบาสนะครับ"
พี่แสนพยักหน้ารับ
"พรุ่งนี้เผาศพพี่แบงค์ มึงจะไกันเปล่าวะ" ไอ้บาสถาม
"เออ ไปก็ดีวะ จะได้ขออโหสิกรรม พี่เขา" ผมบอก
"กูขอตัววะ พรุ่งนี้ว่าจะกลับไปเอาโทรศัพท์ ที่บ้านน้า วันนี้แม่งเลิกเย็น เบื่อรถติด" ไอ้จวนบอกผม
"เออ ไม่เป็นไรเพื่อน"
ราวๆ 4โมงเย็น เราก็เลิกเรียน
"พี่แสนพักอยู่ที่ไหนครับ" ผมถาม
"แถวบางนา"
"โห ไกลชิบหาย ถ้าพี่ไม่รังเกียจมาพักกับผมที่หอได้นะพี่" ไอ้จวนเสนอ เพราะพึ่งรู้ซึ้งกับการจราจรเมืองกรุง
"ไม่เป็นไร พี่ชินแล้ว"
พี่แสนคงคุ้นเคยกับการขับมอร์เตอร์ไซด์จากบ้านมาที่นี่ เพราะพี่เขาเคยทำงานแถวนี้มาก่อน
แล้วเราก็แยกกัน ก่อนกลับไอ้จวนที่เดินมาส่งผมที่จอดรถข้างมหาวิทยาลัยแซวผมว่า วันนี้ขับรถหรูมาเลยนะมึง
ผมขับรถจากมหาวิทยาลัย สู่วิมานรักกลางกรุงของผมไม่นานผมก็มาถึง
ผมเดินผ่านล็อบบี้ ขึ้นลิฟท์ เดินไปตามทางเดินด้วยจิตใจเบิกบาน นึกถึงสิ่งที่รอผมอยู่ข้างหน้าแล้ว มันทำให้ผมหิวกระหายอีกครั้ง ผมแตะคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไป
แอร์เปิดอยู่ ที่ห้องรับแขก อ่าาเธอมาถึงแล้วก่อนแล้วสินะ
ตอนนี้ผมได้ผมได้ยินเสียงผู้หญิงร้องคราวครางดังออกมาจากห้องนอน
"ซี๊ดดดดด อ้าาาาาาา" ผมคิดในใจว่า ครูสาวผู้ร้อนแรงของผม นี่เตรียมพร้อมวอร์มตัวเองรอผมกลับมาเลยหรอเนี่ย
ผมค่อยๆเดินไปช้าๆ หวังทำให้เธอประหลาดใจที่ได้พบผม
แต่แล้ว...
ผมกลับกลายต้องเป็นคนประหลาดใจเสียเอง ดวงตาเบิกกว้าง แทบไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นอยู่ตรงหน้า เพราะคนที่ทำให้ครูสาวร้องครวญครางไม่ใช่ตัวเธอเอง แต่กลับเป็น เฮียเอก พี่ชายผม
"ซี๊ดดดด อ้าาาาาา โอ้ยย เบาๆคะเฮีย จอยเจ็บ"
เฮียเอก ยืนสองมือจับจอยแหกขา กระหน่ำแทงรูหี ของเธอไม่ยั้ง
"โอ้ยยยยย โอ้ยยยย" จอยร้องไม่หยุด สองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่น
"ซี๊ดดดด โอ้วววว ซี๊ดดดด" จอยร้องครวญครางทุกจังหวะที่เฮียเอง ทิ้งน้ำหนักตัวลงไป
ไม่มีเสียงใดๆหลุดออกมาจากปากพี่ชายผม
บางทีที่อยู่ตรงหน้าผมนี้อาจไม่ใช่คน แต่เป็นปีศาจร้ายที่ไร้ความรู้สึก
ทั้งสองยังไม่รู้ตัวว่าผมมายืนดูพวกเขาอยู่เพราะหันหลังให้ประตู
เฮียเอกจับจอยพลิกตัวคลานเข่า แล้วจับควยตัวเองจ่อทางด้านหลัง ออกแรงกดมันลงไปช้าๆ ผมไม่แน่ใจว่าเฮียเอกเอามันเสียบไปที่รูไหนของจอยกันแน่
ตอนนี้จอยกำหมัดแน่ ไม่มีเสียงร้อง เหมือนกำลังกัดฟันกลั้นมันไว้อยู่
เฮียเอกเริ่มซอยเบาๆเหมือนรอให้อะไรๆเข้าที่เข้าทาง ไม่นานก็เร่งจังหวะ
ป๊าป ป๊าป ป๊าป ป๊าป เสียงดังมาจากทั้งคู่เฮียเอกไม่ได้ซอยเร็วหนักแต่ทุกทีที่เด้งเข้าหาจอยมันช่างรุนแรงเหลือเกิน
"อ้ายยยย" ผมได้ยิงเสียงจอยหวีดร้อง
เฮียเอกเอามือไปดึงผมของจอยขึ้นมาอย่างรุนแรงจนหัวของจอยเหมือนลอยติดมือมาด้วย
"โอ้ยย เฮีย ซี๊ดดดด" เสียงจอยร้อง
ปั๊ป ปั๊ป ปั๊ป ปั๊ป ปั๊ป ปั๊ป
เฮียเอกซอยถี่ขึ้นเร็วขึ้นแต่ไม่ได้ลดความรุนแรงลงเลย
"โอ้ยยยยย ไม่ไหวแล้ว จอยจุก จุกคะเฮีย พอก่อนคะ ไม่ไหวแล้ว ซี๊ดดด โอ้ยยยย"
"เอาออกก่อนคะเฮีย จอยเจ็บแสบไปหมดแล้ว" จอยพยายมวิงวอนขอความเห็นใจจาก เฮียเอก แต่ไม่มีความปราณีใดๆจากพี่ชายผม
เขายังคงกระแทกบันท้ายของครูสาวร่างเล็กของผมต่อไป
"ซี๊ดดด อ้าาาาา ซี๊ดดด โอ้ยยยย" จอยกรี๊ดร้องเสียงหลง
เธอคงทนไม่ไหวแล้วจริง เพราะตอนนี้เธอคลานหนีจากเฮียเอก แล้วพลิกตัวนั่งพิงกับขอบเตียง
ผมสังเกตุเห็นว่า ทั้งรูหี แล้วรูตูดของเธอบานอ้า เข้าใจแล้วว่าเมื่อกี้ท่าหมาที่เธอโดนเฮียเอกเย็ด ต้องเป็นทางตูดแน่ๆ
"รัน" เธอเห็นผมที่ยืนอยู่หน้าประตู
เฮียเอกหันมาช้าๆ ไม่มีอาการตกใจแต่อย่างไร
"หึ มาได้จังหวะพอดี จะมาร่วมด้วยกันไหมละ"
ผมไม่แปลกใจกับเสียงร้องโหยหวน และรูหีรูตูดที่บานๆของเธอในตอนนี้อีกแล้ว
เพราะ เมื่อเห็นควยของเฮียเอก เอาความยาวของผม กับ ความใหญ่ของไอ้จวนมารวมกัน ยังเทียบไม่ได้เลยกับควยของเฮียเอก ที่นอกจากทั้งใหญ่ทั้งยาว แล้วยังฝังมุกอีกไม่ต่ำกว่า3เม็ดด้วย
ผมที่ยืนตาค้างเพราะได้มาเห็นบทพิสวาทของพี่ชายกับครูสาวสุดรักของเพราะก็ได้สติหลังจากที่ ได้ยินเสียงคนทั้งสองตรงหน้าทัก
"เฮียทำอย่างนี้ได้ไง จอยเป็นผู้หญิงของผมนะ"
"ผู้หญิงของแกหรือ" เฮียเอกทวนคำน้ำเสียงเย้ยหยัน
"ใช่" ผมตอบเสียงแข็ง
เฮียเอกที่ตอนนี้ใส่เสื้อผ้าแล้ว เดินเข้ามาหาผม
เพี๊ยะ....
เฮียเอกตบหน้าผม ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ออกแรงมากเท่าไร แต่ก็ทำให้ผมตาพร่าไปเลยทีเดียว
"อีนี่ มันเป็นกระหรี่ ใครมีเงินก็เอามันได้ทั้งนั้นแหละ"
พูดจบ เฮียเอกก็ควักเงินให้จอยไป 30000 บาท
"สำหรับที่อยู่กับมันมา 3 วัน"
"ส่วนแก กลับบ้านสะ อย่าให้ฉันต้องมาเป็นครั้งที่สอง" เฮียเอกหันมาพูดกับผมด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แล้วเฮียเอกก็จากไป
"รัน เป็นไรไหม"
"มะ ไม่เป็นไร" ผมตอบเธอเสียงสั่น
จอยเล่าให้ผมฟังว่า เฮียเอกเป็นเจ้าของ อาบอบนวด ที่จอยทำงานอยู่
วันนี้ที่รันกับเพื่อนมาเที่ยว เฮียเอกสั่งให้จอยดูแลรันให้ดี ตอนนั้นจอยไม่รู้หรอกว่ารันเป็นน้องชายเฮียเอก เพราะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักนิด
ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เฮียเอกเป็นเจ้าของอาบอบนวด เพราะผู้รู้แค่ว่าที่บ้านของผมทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์
จอยเล่าต่อว่า พอจอยกลับมาที่ห้องก็เจอเฮียเอกนั่งรออยู่แล้ว
เฮียเอกบอกว่าจอยล้ำเส้นจากนี้ไปอย่ามาเจอกับรันอีก ตอนนั้นจอยก็ไม่เข้าใจ จนรันกลับมาจอยถึงรู้ว่าเฮียเอกเป็นพี่ชายของรัน
เฮียเอกบอกให้จอยแก้ผ้า จอยไม่กล้าขัด เฮียเอกจึงเอาจอยทั้งประตูหน้าและประตูหลัง เกือบ2ชั่วโมง รันก็มาเจออย่างที่เห็นเนี่ยแหละ
ผมไปส่งจอยที่หน้าแมนชั่น จอยบอกผมว่า โชคดีนะรัน แล้วเดินจากไป....
ผมมีลางสังหรณ์ว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้พบกัน ขอบคุณนะจอยสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ผมพูดกับเธอในใจ
ผมกลับมาบ้าน และอยากไปขอโทษพ่อเป็นอย่างแรก
ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ถึงท่านไม่ใช่พ่อแท้ๆของผมก็ไม่เป็นไร ยังไงผมก็จะเคารพรักท่านเหมือนพ่อแท้ๆต่อไป
ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมได้รักความรักอย่างดีจากพ่อคนนี้มาตลอด ผมมาลองคิดดูก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมเฮียเอกถึงไม่เคยญาติดีกับผมเลย เฮียเอกคงไม่พอใจที่พ่อรักผมซึ่งไม่ใช่ลูกแท้ๆมากกว่าตัวเองเสียอีก
ผมเดินตามหาพ่ออยู่นานแต่ยังไม่พบ
"อ่าว รันกลับมาแล้วหรอ ไปอยู่ไหนมาหลายวัน" พี่ฝ้ายทักผม
"บ้านเพื่อนนะพี่ " ผมโกหกไป
"ดีขึ้นแล้วสินะ เราอะ"
"ครับ"
"เอ่อ พี่ฝ้าย แล้วพ่อไปไหนละครับ ไม่อยู่บ้านหรอ"
"อ๋อ.. พ่ออยู่โรงพยาบาล...นะ ก็ตั้งแต่วันที่เราหนีไปนั่นแหละ"
ผมตกใจ และโมโหตัวเองมากที่ทำตัวงี่เหง้าอย่างนั้นกับพ่อ
"แล้วพ่อเป็นอะไรมากไหมครับ"
"ไม่เป็นไรแล้วจะ พ่อแค่อ่อนเพลียหมอเลยให้แอดมิด จะได้พักผ่อนเยอะๆ"
จากนั้นผมก็รีบออกเดินทางไปโรงพยาบาล
"อ่าว รันมาแล้วหรอลูก" น้าเป็ดร้องทัก
"ครับ"
"ไป ฟาง ฟ้าลูก เราออกไปซื้อขนมกัน" น้าเป็ดพูดพลางจูงมือลูกทั้งสองออกมาเหมือนรู้ว่าผมอยากคุยกับพ่อตามลำพัง
"ฟางมองผมแปลกๆ คงรู้แล้วว่าผมไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของเธอ ส่วนยัยฟ้าตัวแสบก่อนเดินออกจากห้องก็แกล้งเหยียบเท้าผมอย่างแรง แต่ผมไม่รู้สึกเจ็บที่เท้าเลย
ตอนนี้ผมเจ็บที่ใจมากกว่า ที่ตัวเองโง่เหง้าสิ้นดี ผมคงเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อล้มป่วยลงแบบนี้
"พ่อครับ ผมขอโทษ" ผมเดินเข้าไปกราบที่มือท่าน น้ำตารินไหลออกมาเป็นทาง
"ไม่เป็นไรหรอก ลูก รัน" ท่านพูดพลางลูบหัวผมอย่างเอ็นดู
ติชมกันดูนะครับ ผมจะได้รับไปปรับปรุงแก้ไขในตอนต่อๆไป
ตอบลบเจอหน้ากันครบแล้ว แสน รัน จวน
ตอบลบเรื่องจะเป็นยังไงต่อไป
จะเป็นเพื่อนรักกันไปตลอด หรือจะเป็น เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด
ลองติดตามดู
เท่าที่อ่านมา เหมือนกับ รัน ไม่มีอะไรเด่นเป็นพิเศษเลย
แสน เก่งเรื่องการต่อสู้
แต่รันดูเหมือนมีดีที่พ่อมีอิทธิพล มีอำนาจเงินคอยดูแล
มีเฮียเอกคอยจัดการชีวิตอีกคนด้วย
เรื่องที่เฮียเอกไม่เคยญาติดีกับรัน รันอาจจะเข้าใจผิดไปหรือเปล่า
อย่างเรื่องจอย เฮียเอกก็ทำถูกแล้ว จะไปหลงอยู่กับหมอนวดที่ทำเพื่อเงินได้ยังไง
ตามนั้นเลยครับ รันไม่มีอะไรเด่นเป็นพิเศษ ต้องอาศัยคนรอบข้างคอยช่วยเหลือครับ และผมจะเล่าเรื่องผ่านมุมมองของรันเป็นหลักโดยเฉพาะตอนที่ ทั้งสามคนอยู่ด้วยกัน
ลบในที่สุด ทั้ง 3 คน ก็มาเจอกันจนได้
ตอบลบต่อไปนี้ คงจะต้องผ่านเหตุการณ์ต่างๆไปด้วยกัน โดยที่แต่ละคนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันทั้งทางตรงและทางอ้อม
ส่วนเรื่องที่เฮียเอก จัดการเรื่องของรันกับจอย
น่าจะเป็นเพราะ เฮียเอกได้รับคำสั่งจากพ่อให้ดูแลรันทางอ้อม
เลยคิดว่า รันไม่น่าจะมาหลงกับจอย ซึ่งทำอาชีพนี้
และเฮียเอก น่าจะรู้อยู่แล้วว่า รันไม่ใช่ลูกแท้ๆ
เพราะเป็นพี่ ซึ่งถ้ามีน้องแท้ๆ ก็ต้องรู้ตัวอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องที่ ฟ้ากับฟาง มีความรู้สึกเปลี่ยนไปกับรัน เมื่อได้รู้ความจริง
อันนี้ ก็ต้องคอยดูกันต่อไปครับ ว่าจะเป็นยังไง
เอาใจช่วยนายรัน ให้ผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดี