วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

แสน รัน จวน ตอนที่4

ตอนที่ 4  คนแรกของหัวใจ...คนสุดท้ายของชีวิต

ในชีวิตวัยเด็กของ จวน หนุ่มน้อยจากนครศรีธรรมราช ได้มีโอกาสสัมผัสกับรักครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 13ปี
ย้อนกลับไป 5 ปีที่แล้ว ตอนที่ผมติดตามแม่มางานศพของคุณยาย ที่กรุงเทพฯ เป็นเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์ ผมและแม่ต้องมาพักที่บ้านของน้าอ้อย และที่นี่เองที่ผมได้พบกับนางฟ้าของผม

พี่ส้ม ลูกสาวคนโตของน้าอ้อย วัย16 ในตอนนั้น ช่างเป็นผู้หญิงที่เปรียบเสมือนนางฟ้าของผมจริงๆ
ในขณะที่ผมโคตรเบื่อจากการที่ต้องมาอยู่แปลกที่ และใครๆก็ต่างยุ่งอยู่กับการจัดการงานศพคุณยาย
เห็นจะมีแต่พี่ส้มนี่แหละ ที่เป็นคนชวนผมคุย พาผมไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ ตลอดเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆพี่ส้มในช่วงนั้น เป็นช่วงเวลาแสนสุขในความทรงจำของผมเสมอมา เมื่อถึงวันที่ผมต้องเดินทางกลับวินาทีแห่งการจากลามันเจ็บปวดทรมานมากมายนักสำหรับผมในตอนนั้น ตอนที่พี่ส้มกอดผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจาก มันทำให้ผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ แม้ตอนนี้ผมจะเข้าใจแล้วว่าการกอดในวันนั้น มันเป็นการสวมกอดแบบพี่กับน้อง แต่ไม่ว่าอย่างไร พี่ส้มก็จะเป็นรักแรกในใจผมตลอดไป

"พี่ส้ม ไปไหนละครับ ตั้งแต่มาผมยังไม่เห็นเลย"
"อ๋อ ส้มอยู่หอจะ ต้องเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ไม่ค่อยได้กลับบ้านหรอกจะ นานๆถึงจะกลับที"
"ตั้งแต่ น้าป๋องเสียไป อะไรๆ ก็ลำบากไปหมด" น้าอ้อยพูด แววตาดูเศร้าสร้อย
"น้าไปทำงานละเดี๋ยวสาย" พูดจบน้าอ้อยก็ออกจากบ้านไป
ผมนั่งดูทีวีไปเรื่อย สักพัก ยัยโมก็ลงมาโดยใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น มาเปิดตู้เย็นหาอะไรกิน
"ไม่ไปไหนหรอโม วันนี้"
"ไม่อะ ไปก็เปลือง เสียดายตังค์"
ผมคิดในใจช่างเป็นเด็กดีมีความคิดจริงๆ
"แล้วตอนนี้อยู่ ชั้นไหนละ"
"ก็ชั้นหนึ่งไง ถามได้ นั่งอยู่ด้วยกันแท้ๆ"
"เออจิงหว่ะ ม่ายช่ายย พี่ถามว่าเรียนชั้นไหนแล้ว"
"ปวช. ปี2"
"มีแฟนยัง"
"บ้าป่าว อยู่ดีๆมาถามมีแฟนยัง ม่ายบอกหรอก"
"อ่าว ก็ถามดูู ถ้าไม่มีเดี๋ยวพี่แนะนำเพื่อนให้รู้จัก"
"จริงอ๋อ หล่อปะละ ดำๆแบบจวน โมไม่เอานะ ฮ่า"
พูดเสร็จก็หายขึ้นไปบนบ้าน
แม่งกวนตีนเหมือนใครวะ ผมคิดในใจ
ผมนั่งเรื่อยเปื่อยอยู่พักหนึ่ง มีเสียงโทรศัพท์ดัง
"ไอ้จวน มาอยู่กรุงเทพแล้ว ไม่คิดจะมาหาพ่อเลยรึ"
"โทษที ครับ ผมนึกว่าพ่องานยุ่ง"
"เออ มาถึงก็ก่อเรื่องเลยนะ ผู้กำกับ โทรบอกพ่อว่ามีคนทะเลาะวิวาทกันแล้วอ้างชื่อพ่อกับร้อยเวร"
"ไม่ได้ทะเลาะครับ แต่ไอ้เวรนั่นมั่น เกือบจะยิงกะบาลผมตั้งหาก"
"แล้วเรื่องมันเป็นมายังงัย"
ผมเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง พ่อผมก็คิดว่ามันแปลกๆ และบอกว่าจะลองไปถามผู้กำกับดูอีกที

------------------------------------------------------------------------------------------

บ่ายแก่ๆ วันนั้น ที่บ้านของรัน
นายแทนกมล รักทางธรรม หรือรัน พึ่งจะตื่นนอน เพราะเมื่อคืนเขาคุยโทรศัพท์กับน้องกิ๊ฟจนเกือบสว่าง
รัน เป็นลูกชายคนที่สองของ นายสันต์ วิวัฒน์มงคล นักธุรกิจผู้เป็นกลุ่มทุนสำคัญของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล
แม่ของรัน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะตั้งท้องเขาได้8เดือน ตอนนั้นหมอต้องทำคลอดฉุกเฉิน ทำให้รันคลอดก่อนกำหนด เขาจึงเป็นเด็กที่ไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เกิด
รันมีพี่ชายต่างแม่หนึ่งคน คือเฮียเอก ซึ่งปัจจุบันอายุ 30 ปี
มีน้องสาว 2คน คือ ฟาง และ ฟ้า เป็นลูกของน้าเป็ดภรรยาใหม่ของพ่อ
ส่วนพี่ฝ้าย คือลูกติดของน้าเป็ดอายุ 20 ปี

บ้านของรันเป็นครอบครัวใหญ่มีสมาชิกหลายคน
รันอยู่ที่เรือนหลังใหญ่ ร่วมกับ พ่อ น้าเป็ด ฝ้าย ฟาง และฟ้า
เฮียเอก อยู่ที่เรือนเล็กชั้นเดียวที่ปลูกใกล้ๆกัน
ส่วนพี่หมวย และบรรดาคนขับรถ แม่บ้าน รวมถึงลูกน้องของพ่อกับเฮียเอกที่จะสลับกันมาพักอยู่ที่เรือนรับรองใกล้โรงจอดรถหน้าบ้าน

ผมรัน หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย ถ้าวันไหนอยู่บ้านผมมักจะไปนั่งเล่นที่สวนริมสระว่ายน้ำ หลังบ้าน เพราะชอบที่บรรยากาศร่มรื่นดี ระหว่างทางลงมา ผมเห็นพ่อ นั่งคุยกับน้าเป็ดสีหน้าเคร่งเครียดทีเดียว ได้ยินน้าเป็ดถามพ่อวัน
"มันจะดีหรือคะคุณ รอให้แกโตกว่านี้อีกสักหน่อย..."
"ไม่เป็นไรหรอก มันโตแล้ว อีกอย่างให้มันรู้จากปากฉันยังดีกว่าไปรู้จากคนอื่น และตอนนี้สุขภาพฉันก็ไม่ค่อยจะสู้ดีด้วย"
ผมเดินผ่านไปโดยที่ไม่ได้หยุดฟังบทสนทนานี้ต่อ พอออกเดินมาเกือบจะถึงสระว่ายน้ำผมก็ต้องชะงักเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้า คือ น้องฟาง กับน้องกิ๊ฟ อยู่ในชุดบิกินี่ กำลังหยอกล้อกันเหมือนกับคู่รักอยู่ที่ขอบสระ ผมยืนมองอยู่พักนึงน้องฟ้าที่เดินมาข้างหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ก็บอกผมว่า
"ฟ้าบอกแล้ว ว่าพี่ฟาง กับพี่กิ๊ฟ เป็นแฟนกัน ทีนี้เชื่อยัง"
ผมยังอึ้งๆอยู่ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร น้าเป็ดก็เดินมาตามบอกว่าพ่อมีธุระจะคุยด้วย
น้องฟางกับน้องกิ๊ฟแม้จะรู้ตัวว่าคนอื่นมองอยู่ไม่ไกล แต่ก็ยังนั่งพลอดรักกันอยู่หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข ผมเดินตามน้าเป็ดมาพบพ่อ ส่วนน้องฟ้าไปสมทบกับพี่สาวที่ริมสระว่ายน้ำ
ผมยังคงสับสนว่าตกลงน้องกิ๊ฟเธอยังงัยกันแน่ เป็นแฟนกับน้องฟาง หรือสองคนนี้รวมหัวกันแกล้งผม
"นั่งลงสิ" พ่อบอกให้ผมนั่งลง ที่โซฟาในห้องรับแขก
"มีธุระ อะไรครับพ่อ"
"ฉันมีความจริง จะบอกกับแก"
ความจริง? ผมชักสงสัย
"รัน ทำใจดีๆนะลูก" น้าเป็ด ที่นั่งข้างๆผม พูดส่งสายตามองผมอย่างห่วงใย
"ที่ฉันจะบอกแกคือ ฉันไม่ใช่พ่อแท้ๆของแก"
แม้จะเป็นเรื่องที่ผมสงสัยมาตลอดว่า ทำไมผมถึงไม่ได้ใช้นามสกุลของพ่อ และทำไมในสูติบัตร ถึงไม่ระบุชื่อพ่อ แต่ก็อดช็อคไม่ได้หลังจากที่ได้รู้ความจริงจากพ่อ
ก่อนหน้าไม่ว่าผมมจะถามเรื่องนี้กี่ครั้งพ่อก็ไม่เคยตอบ วันนี้ผมได้รู้ความจริงแล้วกลับไม่เข้าใจและไม่อยากเข้าใจด้วย
"พ่อแท้ๆ กับแม่ของแก ตายทั้งคู่ในอุบัติเหต ส่วนแกรอดมาได้ พ่อแม่แกไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ฉันเลยรับเลี้ยงแกเอาไว้ "
เหตุผลที่พ่อตั้งชื่อผมว่าแทนกมล เพราะพ่อเคยบอกว่าแม่ผมชื่อกมลรัตน์ และผมเปรียบเสมือนตัวแทนของแม่ ที่สวรรค์มอบคืนมาให้หลังจากแม่ตาย
หลังจากที่ฟังพ่อพูดจบ ผมก็ตะโกนบอกทั้งน้ำตาว่า
"แล้วที่นี้ผมจะอยู่ในฐานะอะไร ผมจะเรียกพ่อว่าอะไรดี"
"พ่อ ไงลูก พ่อก็ยังเป็นพ่อของรันเหมือนเดิม" พ่อผมบอกผม แววตาเศร้าสร้อย พ่อดูแก่ลงกว่าเดิมมาก
ผมยังไม่อาจยอมรับความจิงที่เจ็บปวดนี้ได้ จึงวิ่งไปหยิบกุญแจรถ และขับออกจากบ้านมา ก่อนออกมา ได้ยินพ่อบอกน้าเป็ดที่ทำท่าจะมาห้ามผมว่า ปล่อยมัน และก็เอามือกุมน้าอก ได้ยินน้ำเป็ดร้องถามว่าเป็นอะไรคะคุณ แต่ผมก็ไม่ได้หันกลับไปมอง

ผมที่ไม่รู้จะไปไหน จึงขับรถไปเรื่อยๆ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เฝ้าคิดถึงสิ่งที่พ่อบอกซ้ำๆ จนในที่สุดรถก็มาจอดที่หน้ามหาวิทยาลัย ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เวลานี้ผมอย่างหาใครสักคนเพื่อที่จะได้ระบายเผื่ออะไรๆ จะดีขึ้น แต่ก็ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใครดี
ผมโทรหาไอ้จวนเพื่อนสนิท แต่ก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้มันฟัง แต่การได้คุยกับมัน ก็ทำให้ผมสบายใจขึ้นเล็กน้อย
ต่อมา ผมเลยลองโทรหาจอย หญิงสาวที่เป็นครูเรื่องเซกส์ของผม จอยถามผมว่าเป็นอะไรหรือป่าวน้ำเสียงดูไม่ดีเลย ผมเลยบอกว่าอยากพบจอยได้ไหม จอยตกลงผมจึงขับรถไปรับเธอ
หลังจากพบเธอแล้ว ผมก็กอดเธออยู่นานในรถ จอยถามว่าผมเป็นอะไร ผมก็บอกว่า"มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย ไม่อยากกลับบ้าน จอยอยู่เป็นเพื่อนผมนะ"
เธอรับคำ เราจึงไปเปิดโรงแรมกัน
ที่ห้อง ขณะที่ผมกำลังจะระบายให้จอยฟัง แต่เธอกลับเอานิ้วมาปิดปากผม
"ชู่.....เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนคะ"
แล้วเกมส์กามของเราก็เริ่มต้นขึ้น
"ไหนจอยดูสิ๊ ไม่เจอกันหลายวันจะเก่งกว่าเดิมหรือเปล่า"
พูดจบเธอก็เริ่มจูบผม
วันนี้ผมไม่ยืนนิ่งเป็นหุ่นอีกต่อไป จัดการกอดเธอทันที เธอก็กอดผมเช่นกัน
เรายืนแลกลิ้นกันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่พักนึง เธอก็จัดการถอดเสื้อผม แล้วนั่งลงปลดกระดุมกางเกงยืนของผม เธอรูดมันลงมาอยู่ที่เข่า มือก็ลูบไล้ อาวุธของผมที่ตอนนี้แข็งตุงอยู่ภายในอย่างหลงไหล เธอจูบลงเบาๆไปที่มัน ใช้ลมหายใจหนักๆ ดอมดม จนผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ผมไม่อาจให้เธอกระทำการอยู่ฝ่ายเดียวได้จึงนั่งลงไซร้ซอกคอเธอและกดเธอให้นอนราบไปกับพื้น พลางพรมจูบไว้ทั่วใบหน้าของเธอ ดึงเสื้อเธอขึ้นจนเผยให้เห็นยกทรงสีขาว ผมใช้มือขยำนมคู่งามของเธอจากด้านนอก ไม่นานยกทรงก็หลุดเลื่อนเผยให้เห็นยอดปทุมถันสีเข้ม ผมก้มลงดูดมันอย่างหิวโหย ราวกับไม่ได้ลิ้มลองมันมานานแสนนาน ผมดูดนมของเธอทั้งสองข้างสลับซ้ายขวา
จอยส่งเสียงครวญครางแผ่วเบา มือของเธอกุมหัวผม ขยี้อย่างเอ็นดู ผมละมือจากนมของเธอไปถอดกางเกงและกางเกงในของเธอออกพร้อมกัน
พอเห็นเนินสวรรค์ของเธอผมก็อดใจไม่ไหวอีกต่อไปรีบถอดกางเกงและกางเกงในของผมเช่นกัน บัดนี้ท่อนร่างของเราทั้งคู่เปลือยเปล่า
ผมจับจรวดของผมจ่อเข้าทีปากประตูของเธอทันที เธอไม่มีได้ร้องห้ามขนาดที่ผมกำลังสอดใส่มันเข้าไป
มันเข้าไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แม้ผมจะมีความสึกเจ็บแสบทีปลายส่วนของมันอยู่บ้าง แต่ความอบอุ่น คับแน่น และความเสียวซ่านชนะอุปสรรคนั้นสบายๆ
"ซี๊ดดด" เสียงเธอและผมปลอดปล่อยอารมณ์ออกมาพร้อมๆกันเมื่อจรวดของผมล่วงล้ำผ่านฐานลับของเธอไปจนหมด
"ค่อยๆก่อนนะ" เธอยิ้มหวานบอกผม
แต่ผมไม่ได้ฟังคำเธอเลย จัดการกระหน่ำ ซอยขึ้นลงอย่างอย่างเร็วเร็ว แถมส่งเสียงร้องครวญครางอย่างบ้าคลั่ง
"ซี๊ดดดดด อ้าาาาาา" ผมเกร็งตัวซอยเธออยู่พักเดียวก็ร้องลั่น บอกไม่ไหวแล้ว และปล่อยน้ำรัก เข้าใส่ฐานปฎิบัติการของเธอ เธอไม่มีท่าทางรังเกียจแต่กลับกอดผมแน่น  หลังจากเรากอดกันอยู่นาน จรวดของผมอ่อนตัว ผมก็ถอนมันออกมาจากฐานปฎิบัติการ
"ขอโทษนะจอย มันจะเป็นไรไหมอะ" ผมถามเธอ
"ไม่เป็นไรหรอก จอยเพ่งตรวจเลือดมา และก็กินยาคุมอยู่ตลอดแหละ"
ผมชวนเธอมานั่ง ที่เตียงนอน
และหลังจากนั้นเราสองคนที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ก็บรรเลงเพลงพิสวาศกัน
อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ราวกับเป็นคู่รักที่มาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กัน


--------------------------------------------------------------------------------------

เช้าวันอาทิตย์
ผมแสนฤทธิ์ กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุณสันต์ ผู้มีอิทธิพลชื่อดังคนนั้นยื่นข้อเสนอให้ผมคอยดูแลลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แลกกับเงินจำนวนมาก เพราะผมบังเอิญไปช่วยลูกชายเขาคนนั้น จากเหตุทะเลาะวิวาทที่ร้าน ที่ผมเคยทำงานอยู่
ข้อเสนอนี้มันเย้ายวนใจอยู่มาก เนื่องจากจำนวนเงินที่เขาเสนอมาคงทำให้พ่อผมได้ใช้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ผมก็ยังต้องชั่งใจเพราะผมเองก็ไม่อยากมีพันธะผูกพันกับใคร
สิ่งที่ผมยังสงสัยอยู่คือ คุณสันต์ กับพ่อผมรู้จักกัน ?
วันนี้ผมจึงตัดสินใจไปเยี่ยมพ่อที่เรือนจำ

"ฉันบอกแกแล้ว ว่าถ้าไม่มีอะไรด่วน ไม่ต้องมาหาฉัน"
พ่อผมพูด จบก็ลุกขึ้นเหมือนจะเดินกับ
"พ่อรู้จัก คนชื่อสันต์  วิวัฒน์มงคล"
พ่อหันหลังกลับมาดวงตาเบิกกว้าง
"เขาบอกผมว่าเคยรู้จักกับพ่อ"
"แกเจอกับมันที่ไหนล่ะ"
"เขาจะให้ผมช่วยดูแลลูกชายเขา"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ"
พ่อผมหัวเราะ แล้วพูดว่า
"อย่างแกเนี่ยนะ จะไปดูแลไอ้เอก"
"ผมหมายถึง ลูกชายคนเล็ก"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"
พ่อผมเข่นหัวเราะอีกครั้ง
"มันบอกแกรึ ว่าไอ้เด็กนั่นเป็นลูกชายมัน"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" พ่อผมยังหัวเราะไม่หยุด
"ทั้งที่มันเป็นคนฆ่าพ่อกับแม่แท้ๆของเด็กนั่นอะนะ"
ตอนนี้พ่อผมหยุดหัวเราะแล้ว พูดอย่างเลือดเย็น
"มันแอบหลงรัก มล มานานทั้งๆที่มันมีครอบครัวอยู่แล้ว พอเมียคนแรกมันตายมันก็เลยจะจับมลทำเมีย"
"แต่ตอนนั้น มลมีคนรักอยู่แล้ว และก็เริ่มตั้งท้องอ่อนๆ ซึ่งมันก็รู้ดี"
"มล หนีมันไปอยู่กับผัวเงียบๆ แต่มันก็ตามหาจนพบ และมันก็วางแผนฆ่า ผัวของมลโดยทำทีว่าเป็นอุบัติเหต คงหวังว่าถ้าผัวมลตาย มลจะได้กลับมาเป็นของมัน"
"แต่ทุกอย่าง ไม่เป็นไปตามแผน วันนั้นมล ที่ควรจะอยู่บ้านเพราะท้องแก่ เต็มทน กลับติดรถผัวมาทำธุระด้วย"
"พอมันรู้ข่าวก็ตามมาที่โรงพยาบาล มลกับผัวตาย แต่หมอช่วยชีวิตลูกมลไว้ได้"
"มลกับผัวก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน มันจึงขอเด็กมาเลี้ยงเป็นลูก ดีนะที่เด็กเป็นผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิงฉันว่ามันคงจับทำเมียสะมั้ง"
"ฮ่าๆๆๆๆ" เล่าจบพ่อผมก็หัวเราะอีกรอบ

"แล้วตกลงพ่อกับเขารู้จักกัน"
ผมถามพ่ออีกครั้ง
"ใช่ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แต่มันหักหลังฉัน"
แววตาของพ่อตอนนี้ว่างเปล่า เหมือนกำลังจมดิ่งสู่ห้วงความคิด
"คนที่ทำให้พ่อ ติดคุกตอนหนุ่ม คือเขา"
"พอออกมา ฉันก้อยากจะฆ่ามันด้วยตัวฉันเอง"
"แต่ไม่นึกว่า เวลาผ่านไปไม่กี่ปี มันจะแผ่อิทธิพลได้มากขนาดนั้น ฉันจึงไม่อาจเข้าถึงตัวมัน"
"ต่อมาฉันก็ได้พบกับแม่ของแก ที่มีหน้าตาคล้าย มลมาก ด้วยความแค้นที่ครอบงำจิตใจ ฉันจึงวางแผนให้แม่ของแกช่วยล่อมัน แต่ไม่เป็นผลและมันก็ทำให้แม่ของแกต้องตาย" พ่อผมเล่า ไม่มีอารมณ์ใดๆบนใบหน้าและแววตาของพ่อ
"หมดเวลาเยี่ยมแล้วครับ"
ไม่ทันทีผมจะได้ถามอะไรต่อ พ่อผมก็ถูกคุมตัวไป
วันนี้ผมได้รู้ความจริงหลายเรื่อง ผมพยายามคิดทบทวน ประมวลสิ่งที่ได้ฟังจากพ่อ
ผมโกรธแค้นนายสันต์ ที่เป็นคนทำให้แม่ผมตาย
ผมเกลียดพ่อ ที่หลอกใช้แม่ของผมเพื่อแก้แค้น
และคิดว่าที่พ่อเลี้ยงผมขึ้นมาเป็นแบบนี้ ก็เพื่อจะใช้ผมแก้แค้นนายสันต์เช่นกัน
ผมสงสารและเห็นใจนายรันมาก ที่ต้องเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายเหลือเกิน

ราวห้าทุ่มของคืนนั้น
"แสนเป็นอะไรป่าว นี่เค้าเห็นตัวเองนั่งหน้าเครียดตั้งแต่มาแล้ว"
ส้มแฟนสาวของผมถามด้วยความเป็นห่วง
ผมยังคงนั่งนิ่งไม่ตอบอะไร
"มีเรื่องอะไรบอกส้มได้นะ"
"พรุ่งนี้ เราจะกลับไปเรียน"
"จริงหรอแสน" ส้มดีใจจนยิ้มหน้าบาน พลางเข้ามาหอมแก้มผม

ผมหันหน้าประกบจูบปากเธอทันที เสื้อผ้าของเราถูกปลดเปลื้องออกจนหมดสิ้น
ร่างกายของเราสอดประสานกันอย่างรู้ใจ กลิ่นหอมจากกายเธอเป็นสิ่งที่ผมหลงไหลมาแสนนาน ความรักที่เรามอบให้กันมันมากจนไม่มีอะไรมาขวางกั้นกายเราสองได้อีกต่อไป
ผมประคองเธอมาที่เตียงนอนอย่างนุ่มนวล เธอล้มตัวลงนอน ภาพเบื้องหน้าผมคือหญิงสาวที่เปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆบดบังร่างกาย แต่เธอกลับงดงามราวกับภาพวาดของศิลปินเอกของโลก แม้ผมจะไม่เคยเชื่อเรื่องพระเจ้า แต่หากว่าพระองค์มีจริง ผู้หญิงตรงหน้าผมคงเป็นผลงานที่พระองค์ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษอย่างแน่นอน
ผมเคลื่อนตัวขึ้นทาบทับบนเรือนร่างของเธอ เรากุมมือกันไว้อย่างแนบแน่น ปากประกบปาก ลิ้นของเรากอดเกี่ยวกันเป็นพัลวัน เสียงลมหายใจของเธอและผมขาดช่วงไม่เป็นจังหวะ แต่ทว่าหัวใจของเรากลับเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ผมปล่อยมือจากมือเธอเพื่อลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเธอ ผิวเธอช่างขาวนวลเนียน
ผมสัมผัสผิวกายเธอ ไล่ตั้งแต่ ฝ่ามือ ท่อแขน หัวไหล่ มาจนถึง ดอกบัวคู่งาม ผมจับมันอย่างทะนุถนอมเพราะกลัวมันจะช้ำ แขนอีกข้างก็ประคองกอดเธอไว้อย่างอบอุ่น ไม่นานความต้องการของผมก็เพิ่มสูงขึ้น ผมจึงปล่อยลิ้นของเธอที่ผมพันธนาการชั่วเวลาหนึ่งไว้เป็นอิสระ ผมบรรจงจุมพิตเธอที่หว่างคิ้วหนี่งที เธอหลับตาพริ้มฉีกยิ้มให้ผมอย่างงดงาม
ผมเคลื่อนตัวลงตัวริมฝีปากมาหยุดอยู่ดอกบัวคู่งามไม่รอช้าผมใคร่ปราถนาจะิ้มรสมันเหลือเกิน รสสัมผัสของมันช่างนุ่มลิ้น เสียงหายใจของเธอหนักขึ้น หนักขึ้น ตามจังหวะที่ ปลายลิ้นของผมโลมลันยอดปทุมถันของเธอ ผมเคลื่อนกายลงอีก
แผ่นท้องแบนราบชวนให้ยิ่งหลงไหลเคลิบเคลิ้ม ผมแข็งใจผละจากหน้าท้องของเธอลงต่ำมาเจอยอดหญ้าที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาอย่างลงตัว
ทั้งเนินเนื้อร่องลึกที่แนบแน่นปิดสนิท เธอขยับตัวนิดนึงชันขาให้ผมได้เห็นส่วนนั้นถนัดตาขึ้นอย่างรู้ใจ
ผมใช้จมูกสูดกลิ้นที่เป็นธรรมชาติของเธอ ส่งปลายลิ้นเข้าสมผัสเนินเนื้อที่บัดนี้มีน้ำใสๆซึมออกมาจากรอยแยกนิดๆ
รสชาติที่คุ้นเคยหอมหวานละมุนลิ้น มันอดใจไม่ได้ที่จะดูดดื่มน้ำใสที่ธรรมชาติมอบให้ เธอส่งเสียงครวญครางออกมาจากความรู้สีกในใจไม่มีจริตจะก้านใดๆทั้งสิ้น
ผมกลับตัวส่งท่อนเนื้อไปที่ใบหน้าเธอ เธอคว้ามันแล้วเอาเข้าปากทันทีเหมือนรอเวลานี้มานาน เราต่างแบ่งปันความสุขให้แก่กันและกัน

เราทั้งคู่ต่างรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ใจเราปราถนา ผมจึงลุกขึ้นนั่งจับสองขาเธอแยกออกแทรกตัวเข้าไปมองหน้าเธอ แล้วเราก็เป็นหนึ่งเดียวกัน เราสองคนต่างสอดประสานความรักให้แก่กันในทุกท่วงท่า เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลไปตามจังหวะของหัวใจ บ้างช้าบ้างเร็ว บ้างลึกบ้างตื้น บ้างหนักบ้างเบา สลับกันไปมา จนผมปล่อยสายน้ำให้ไหลหลั่งเข้าสู่ร่องลึกของเธอ ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปด้วยความรักที่มากมายของผมจนบัดนี้มันเอ่อล้นออกมาจากเนินเนื้อที่แนบแน่นของเธอ

หลังจากช่วงเวลาแห่งความรักของเราผ่านไปผมก็นอนหลับตาคิดทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆที่ได้ฟังมา ส่วนส้มคงลุกไปอาบน้ำ ผ่านไปชั่วครู่ เธอก็ออกมา
"อ่าวหลับไปสะแล้ว" เธอพูดกับตัวเองเบาๆเพราะคิดว่าผมนอนหลับ
แล้วเธอก็ลงมานอนสบอกผม กระซิบอย่างแผ่วเบา
"ส้มรักแสนมากนะ และจะมีแค่แสนคนเดียวในชีวิต"
ผมก็เช่นกัน จะมีแค่ส้มเพียงคนเดียวตลอดไป















9 ความคิดเห็น:

  1. ลองอ่านแล้ว ติชม กันได้ ชอบหรือไม่ชอบตรงไหน จะได้นำไปปรับปรุง ในตอนต่อๆไปครับผม

    ตอบลบ
  2. อะฮ้า
    ฉากจบของตอนที่ 4 นี้ ก็คือจุดเริ่มต้นของตอนที่ 1 นี่เอง

    แต่ยังมีปมอยู่ว่า
    ส้ม แฟนของแสน กับ ส้มที่ลูกสาวคนโตป้า (นางในฝันของจวน)
    จะเป็นคนเดียวกันหรือเปล่านะ

    นี่ถ้านายรัน ได้รู้ความจริงเรื่องที่พ่อของแสนเขาให้แสนฟัง
    นายรัน จะรับได้ไหมนะ (แค่นี้นายรันก็จะแย่แล้ว)

    แล้วนายแสน จะตัดสินใจยังไง

    วางพล๊อตเรื่องได้สนุกและน่าติดตามมากเลย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คนเดียวกันครับผม
      ตามชื่อตอนที่4 คนแรกของหัวใจ...จวน
      คนสุดท้ายของชีวิต...แสน

      ลบ
    2. คนแรกของหัวใจ...จวน
      คนสุดท้ายของชีวิต...แสน

      "ส้มรักแสนมากนะ และจะมีแค่แสนคนเดียวในชีวิต"
      ผมก็เช่นกัน จะมีแค่ส้มเพียงคนเดียวตลอดไป

      ถ้าผมตีความหมายจากข้อความข้างบน
      ส้ม เป็นรักแรก เหมือนกับนางในฝัน เป็นรักคุดของจวน
      ส้ม รักแสนคนเดียวและมีแสนคนเดียวไม่เคยมีชายอื่น
      ส้ม เป็นคนสุดท้ายของแสน

      ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด เรื่องของ "ส้มกับแสน" นี่ ซึ้งเลย
      อยากให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ

      แต่ไม่รู้ว่าพล๊อตในใจผู้แต่งจะเป็นยังไง ต้องติดตาม
      แต่ถ้ามันเศร้า บอกกันล่วงหน้าก็ดีจะได้ทำใจก่อน - -"

      ลบ
    3. มันจะเป็น turning point ของเรื่องครับ

      ลบ
    4. กลัวจะเป็นดราม่าจริงๆ - -"

      ลบ
  3. เรื่องราวของ3หนุ่ม3มุม ต้องคอยติตามต่อซะแล้วครับ

    ตอบลบ
  4. ถ้าปมในเรื่องที่กล่าวมาเป็นความจริงทั้งหมด

    ชีวิตของรันนี่น่าสงสารมาก จะยอมรับความจริงได้ยังไง
    ว่าคนที่เข้าใจว่าเป็นพ่อ เลี้ยงดูมาตลอด
    กลับกลายเป็นคนที่วางแผนฆ่าพ่อกับแม่ที่แท้จริงของตัวเอง
    แล้วหลังจากรู้ความจริงแล้วจะตัดสินใจยังไง

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ27 มกราคม 2565 เวลา 11:02

    Merkur Review - What it Means and How to Do It
    The 바카라 Merkur 500c is a stylish modern replica of a traditional 1904 razor. It features an elegant design 메리트 카지노 쿠폰 with a sleek chrome handle and a longer 인카지노

    ตอบลบ