วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

แสน รัน จวน ตอนที่3

ตอนที่ 3 ทางเลือก


กลางดึกคืนนั้น ขณะที่แบงค์ นักศึกษาคณะบัญชีชั้นปีที่3 กำลังนอนหลับสนิทอยู่ที่ชั้นบนสุดของหอพักใกล้หมาวิทยาลัย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าบัดนี้ มีแขกมาเยือนและกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ที่ปลายเตียง
"ตุ๊บ ตุ๊บ"
ผู้มาเยือนใช้ของแข็งสีดำตีเข้าที่แก้มเขาเบาๆสองที เพื่อปลุก
"เฮ้ย มึงเป็นใคร" ชายหนุ่มที่พึ่งตื่นนอนร้องถาม
"เข้ามาได้ไงวะ"
"ชวู่....." ผู้มาเยือนปรามไม่ให้ส่งเสียงดัง
บัดนี้ ชายหนุ่มเห็นวัตถุสีดำที่ผู้มาเยือนใช้ปลุก จ่ออยู่ที่ใบหน้าของเขา จึงยอมเงียบแต่โดยดี
"พะ พี่อย่าทำอะไรผมเลย" ชายหนุ่มร้องขอ เหงื่อแตกพล่าน
"พี่ไม่ได้ตั้งใจมาทำอะไรน้อง แต่จะมาขอให้น้องทำอะไรให้พี่หน่อย"
"ดะ ได้ครับพี่ พี่จะให้ผะ ผมทำอะไร ก็ได้ครับ"
"มันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก แค่เขียนคำว่าขอโทษ" เขาพูด ขณะที่ยังเอาปืนจ่อหัวนายแบงค์อยู่
"ได้ ครับพี่" ชายหนุ่มรับคำอย่างรวดเร็ว และพอผู้มาเยือนส่งสัญญาณให้ ชายหนุ่มก็รีบไปหยิบกระดาษปากกา มาเขียน ว่า ผมขอโทษ...
"พี่ ปล่อยผมไปเถอะนะ" ชายหนุ่มยกมือไหว้ร้องขอชีวิต
ผู้มาเยือนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ยังเอาปืนจ่อที่ชายหนุ่มเหมือนกำลังรออะไรสักอย่าง และอีกไม่กี่อึดใจต่อมา ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
"อ่าา มาได้เวลาพอดี" ผู้มาเยือนกล่าวอย่างพอใจ พลางยืนโทรศัทพ์ให้ชายหนุ่มดูข้อความภาพที่พึ่งได้รับ ปรากฎเป็นรูปชายฉกรรจ์หลายคนพร้อมอาวุธครบมือนั่งในรถ ที่ตอนนี้จอดอยู่หน้าบ้านของเขา
"เท่าที่พี่รู้ บ้านน้องอยู่กันหลายคนเลยนะ ทั้งพ่อ แม่ น้องชาย2คน อาม่า แล้วก็ หมาอีกหนึ่งตัว" ผู้มาเยือนสาธยายให้ชายหนุ่มที่ตอนนี้ตัวสั่นเทาน้ำตาไหลพรากฟัง
"เอ้า คราวนี้ถึงเวลาที่น้องต้องเลือกแล้ว ว่าจะจากไปเงียบๆคนเดียว หรือจะไปกันหมดทั้งครอบครัว"


-----------------------------------------------------------------------------


เช้าวันต่อมาที่มหาวิทยาลัย

ผม นายแทนกมล หรือ รัน เป็นนักศึกษาชั้นปีที่1 คณะบัญชี เดินทางมาเรียนตามปกติ โดยบังไม่รู้ว่าเมื่อคืนได้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่หอพักใกล้ๆมหาวิทยาลัย
"เฮ้ย ชิบหายแล้วมึงเมื่อคืน ไอ้พี่แบงค์แม่งกระโดดตึกฆ่าตัวตาย"
ผมตกใจมากกับข่าวที่ ไอ้บาสเล่าให้ฟัง
"ฆ่าตัวตายจริงหรอวะ เมื่อวานกูยังเห็นแม่งจ่ายค่าโทรศัพท์อยู่เลย" ไอ้จวนตั้งข้อสังเกตุ
"จ่ายค่าโทรศัพท์ แล้วยังงัยวะ" ไอ้บาสถามแย้ง
"อ่าวไอ้เหี้ย มึงลองคิดดู ถ้ามึงคิดจะฆ่าตัวตายเพราะอกหัก ตามที่ตำรวจว่า มึงยังจะมีอารมณ์มาจ่ายค่าโทรศัพท์ ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมงหรอวะ แถมที่กูเห็น แม่งก็ไม่ได้มีอาการโศกเศร้าเหี้ยอะไรเลย ก็เห็นแม่งก็ยังกวนตีนเหมือนเดิม"  ไอ้จวนอธิบายให้ฟัง
"มึงจะพูดอะไร ก็ให้เกียรติเขาหน่อย คนก็ตายไปแล้ว" ผมปรามไอ้จวน
"เออ จิงวะ เห็นเขาว่า มันฆ่าตัวตาย เพราะ เครียดเรื่องพี่แอน แล้วก็เรื่องคดีที่ว่ามีเรื่องกันที่ร้านเหล้า ตำรวจก็เจอจดหมายลาตายที่มันเป็นคนเขียนเองด้วย" ไอ้คิวให้ความเห็นบ้าง
"ถ้าเรื่องคดีก็ไม่แน่ แต่เรื่องพี่แอนแม่งไม่น่าจะนะ เพราะเขาบอกกันว่า แม่งก็ทะเลาะกันตลอด แล้วไอพี่แบงค์ก็ชอบลงไม่ลงมือกับพี่แอนด้วย" ไอ้บาสตั้งประเด็นอีก
"ยังงัยกูก็ว่ามันแปลกๆ วะ" ไอ้จวนพูด


ตลอดวันนั้น ผมกลายเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว ทุกคนมองว่าผมเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พี่แบงค์คิดสั้น ยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนๆปี3 ของเขา มองผมด้วยสายตาเคียดแค้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน หนักกว่านั้นมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนนึงที่เป็นเพื่อนสนิทของพี่แบงค์ เดินเข้ามาผลักอกผม แล้วด่าผมว่า
"มึงทำงี้ได้ไงวะ"
ไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร ไอ้จวนก็ออกรับแทน
"ใครทำอะไรเจ๊พูดดีๆหน่อย เพื่อนผมมันไปเอาปืนจ่อหัวให้พี่แบงค์กระโดตึกหรือไง"
"โธ่ ไอ้หน้าด้าน ถ้าไม่เพราะมึงจะไปแย้งแฟนเค้า ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้"
รุ่นพี่คนนั้นด่าพวกผม
"ขอโทษครับพี่ ผมได้คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้" ผมพูดจากใจจริง ก่อนจะเดินหนีไป
กลายเป็นว่า ตอนนี้คนทั้งคณะ แทบจะเกลียดผมกับไอ้จวนกันหมด แม้แต่ไอ้บาสก็ดูกระอักกระอ่วนใจ ที่จะคุยกับพวกผม
ช่วงบ่าย มีอยู่วิชานึงที่ให้จับกลุ่ม4คนเพื่อทำรายงาน มันช่างเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากเหลือเกิน ของผมก็ไอ้จวน เพราะไม่มีใครอยากจับกลุ่มกับเราเลย ยังดีที่ไอ้บาสกับเก๋ ยอมรวมกลุ่มกับพวกผมด้วย
"เอาน่า เดี๋ยวพวกมันก็ลืม" ไอ้บาสพูดให้กำลังใจผม
"เออ ไม่ต้องไปสนใจพวกแม่ง" ไอจวนพูดฉุนๆ
หลังเลิกเรียน ทุกคนไปทำกิจกรรมรับน้องกันหมด เว้นแต่ผมกับไอ้จวน 2คนที่เป็นที่รู้กันดีว่าเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เราจึงไม่บากหน้าไปร่วมด้วย

"ไปไหนกันดีวะ" ไอ้จวนถาม
"ไม่รู้วะ กูว่าจะกลับบ้านเลย แม่งเซงๆ"
"เออ งั้นกูก็กลับบ้านมั่งดีกว่า"
"นคร อะนะ"
"ไม่ใช่เว้ย กลับบ้านน้า แถวๆบางแค แม่กูบอกให้กูไปอยู่กับน้าทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าไม่ไปจะไม่ให้เงินกูใช้ว่ะ"
"ฮ่าๆๆ เออดีแล้ว" ผมพูดพลางตบไหล่ไอ้จวน
"เออนี่ กูให้กุญแจห้องมึงดอกนึง เผื่อมึงอยากมาเปลี่ยนบรรยากาศตอนกูไม่อยู่"ไอจวนพูดพลางควักกุญแจให้ผม
"ไม่เป็น กูเกรงใจ"
"เกรงใจ เหี้ยไรวะ เพื่อนกัน" ไอ้จวนด่าผม
ผมจึงตกลงจะรับกุญแจไว้ แต่ไอ้จวนดันเปลี่ยนใจกลางอากาศ
"เห้ย เกือบลืม อีกดอกอยู่ที่ห้อง ถ้ากูให้ดอกนี้มึงไป แล้วกูจะเข้าห้องยังงัยวะ" ไอ้จวนบอกผม
"เอองั้นไม่เป็นไร เอาไว้ก่อน กูไม่รีบ"
จากนั้นเราก็แยกกัน ผมเรียกแทกซี่กลับบ้าน
"ไปไหนครับน้อง" คนขับแทกซี่ถาม
"ไป  โรงเรียน.......ดีกว่าครับ"

นานพอสมควรกว่าที่ผมจะมาถึงหน้า โรงเรียนน้องสาวผม เพราะวันนี้รถค่อนข้างติด
มาถึงก็ต้องผิดหวังเพราะไม่เจอรถพี่หมวยจอดอยู่ นั่นหมายความว่าน้องๆของผมคงกลับบ้านไปกันแล้ว ผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรถามว่ากลับถึงบ้านหรือยัง แต่ยังไม่ทันจะได้โทร ก็ได้ยินใครคนนึงร้องเรียก
"พี่รัน......"
ผมหันกลับไปมองทางต้นเสียง ปรากฎเป็นน้องกิ๊ฟ เพื่อนของน้องสาวของผม น้องกิ๊ฟเป็นเด็กสาววัย 15 ที่หน้าตาค่อนข้างสวยทีเดียว
"พี่รันมาหาใครคะ ถ้าเป็นยัยฟาง กลับไปนานแล้วค่ะ"
"หรอครับ"
"กิ๊ฟอุส่าหลงดีใจ นึกว่าพี่รันมาหากิ๊ฟ สะอีก" น้องกิ๊ฟพูดเสียงอ้อนๆ
"แล้วน้องกิ๊ฟ ยังไม่กลับบ้านหรอครับ" ผมก็ถามไปงั้นๆ ไม่รู้จะถามอะไร
"ยังค่ะ พอดีต้องอยู่ทำงาน พึ่งเสร็จเนี่ย"
"หรอครับ"
"แล้วพี่รัน มาหายัยฟางถึงรโรงเรียนเนี่ยจะพาไปเลี้ยงข้าวอีกแล้วหรอ แต่ให้กิ๊ฟไปแทนก็ได้นะ" เพื่อนน้องสาวผมเสนอ
"ป่าวๆ วันนี้พี่ว่าจะชวนไปดูหนัง แต่คงไม่ทันละ"
"พอดีเลยค่ะ กิ๊ฟก็อยากดูหนังเหมือนกัน"
"แล้วที่บ้านจะไม่ว่าหรอ กว่าจะดูจบคงค่ำๆโน่นแหนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวโทรบอกแม่ว่าจะไปดูหนังกับฟาง ดูเสร็จแล้วพี่ของฟางจะไปส่งที่บ้าน" น้องกิ๊ฟบอกผมพลางโทรศัพท์ไปบอกแม่ แต่ผมคิดว่า แม่น้องคงเข้าใจว่าพี่ที่ว่า คือพี่หมวยจึงอนุญาติ
"เรียบร้อยค่ะ" น้องกิ๊ฟ บอกผม
เราไปที่ศูนย์การค้าใกล้ๆโรงเรียน น้องกิ๊ฟ ซื้อตั๋วหนังเสร็จเรียบร้อย ก็มาหาอะไรกินกัน ระหว่างที่กำลังกินอยู่น้องกิ๊ฟก็ชวนผมคุยอะไรไปเรื่อย ถามว่าผมมีแฟนยัง ผมก็ตอบไปว่าไม่มี จนตอนนี้ผมเริ่มชอบความหน้ารักสดใสของน้องกิ๊ฟ จึงเผลอจ้องหน้าน้องนานๆ แล้วภาพ กางเกงในเมื่อวันก่อน ก็ผลุบเข้ามาในหัว เล่นเอาเจ้านู๋ของผมแข็งขึ้นมาอีกแล้ว
"พี่รัน จ้องหน้ากิ๊ฟอย่างเนี้ย ตั้งแต่วันนั้นแล้ว กิ๊ฟก็เขินเหมือนกันนะคะ"
"ก็น้องกิ๊ฟน่ารัก นี่ครับ พี่เลยมอง" ผมหลุดปากพูดชมเธอไป
"อุ้ย พี่ ชมกิ๊ฟแบบนี้ คิดอะไรกับเค้าป่าวเนี่ย"
"ถ้าคิด ได้ไหมละครับ" ผมถามเธอ น้องกิ๊ฟไม่ตอบแต่ยิ้มอายๆ  แหมมันช่างน่ารักจริงๆเลย
กินอะไรเสร็จเราก็เดินไปดูหนังกัน ตอนเดินมาน้องกิ๊ฟก็เป็นฝ่ายจับมือผมแน่นเลย นี่คงเป็นคำตอบว่า คิดได้มั้ง ผมคาดเดาเอาเอง
เข้าไปในโรงหนังขณะที่หนังเริ่มฉาย มือผมกับมือน้องกิ๊ฟก็กุมกันแน่น สักพักเธอก็เอียงตัวมาซบที่ไหล่ผม ผมจึงปล่อยมือเธอ แล้วเปลี่ยนเป็นการโอบกอดแทน เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรผม มือน้อยๆของเธอบัดนี้มันมาวางอยู่ที่หน้าขาของผม
ผมหวาดหวั่นใจจริงๆ กลัวว่าเธอจะเผลอเอามือไปโดนส่วนสำคัญของผมเข้า
แขนของผมที่โอบกอดเธอมือไม้อยู่บัดนี้ไม่อยู่เฉยแล้ว ผมลูบไล้ไปที่ต้นแขนของเธออย่างหลงไหล
น้องกิ๊ฟหายใจดังขึ้น จนผมได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆ
ตอนนี้ผมไม่มีกระจิตกระใจ จะดูหนังแล้ว และผมคิดว่าน้องกิ๊ฟเธอก็เป็นเช่นเดียวกัน
ผมหันไปมองหน้าเธอ เธอก็มองหน้าผม เราสบตากันครู่หนึ่ง
ผมก็ค่อย ยื่นหน้าเข้าหาเธอ จนในที่สุด ริมฝีปากของเราก็ประกบกัน รสจูบของเธออาจจะไม่ร้อนแรงเท่าตอนที่ผมจูบเอนจอยด์ครูของผม แต่มันกลับให้ความรู้สึกมากกว่า มันเป็นความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสเน่หา ผมมีความสุขมากเหลือเกินราวกับได้ขึ้นสวรรค์ แต่สวรรค์ของผมก็คงอยู่ได้ไม่นาน อาจเป็นเพราะเวลาที่เรามีความสุขมักผ่านไปไวเสมอ หนังเรื่องนี้จึงจบลงด้วยเวลาอันรวดเร็ว
เราจูงมือกันออกมาจากโรงหนังโดยไม่พูดอะไรส่วนหนึ่งเกิดจากความเขินอายในสิ่งที่เราได้ทำลงไปเมื่อครู่
"กิ๊ฟจะกลับบ้านเลยหรือป่าวครับ" ผมถามเธอหลังจากไม่ได้พูดอะไรมานาน
"แล้วแต่ค่ะ"
ได้ยินคำตอบอย่างนี้ในใจผม อยากจะพาเธอไปขึ้นสวรรค์ชั้นที่สูงกว่าเดิม แต่ติดตรงเวลากับสถานที่ไม่เอื้ออำนวย ครั้นจะพาเธอเข้าบ้านก็เกรงใจน้องฟาง ส่วนจะพาเธอไปเปิดโรงแรม ก็เกรงใจตำรวจ เพราะตอนนี้เธอยังใส่ชุดนักเรียนอยู่ คิดแล้วก็เสียดายที่ไม่ได้เอากุญแจห้องจากไอ้จวนมาด้วย
"งั้นเราไปเดินเล่นกันอีกแปปค่อยกับนะ" ผมกับน้องกิ๊ฟเราจึงเดินกุมแขนดูโน่นดูนี่กันไปเหมือนคู่รัก จนไปถึงร้านขายเครื่องประดับ ผมสังเกตุเห็นว่าเธอดูจะสนใจสร้อยที่มีจี้รูปหัวใจ ผมจึงซื้อให้เธอเป็นของขวัญ
"ขอบคุณค่า แต่พี่ซื้อให้กิ๊ฟเนื่องในโอกาสอะไรคะ" เธอถาม
"อืมม อะไรดีละ เนื่องในโอกาสที่รู้จักกันมั้ง" ผมตอบเธอ
เราเดินเล่นกันอีกสักพักหนึ่งก็กลับ ผมนั่งรถไปส่งเธอที่บ้าน ก่อนลงจากรถ เธอบอกกับผมว่า
"ขอบคุณนะคะ สำหรับ เดทแรกของเรา"
พูดจบก็หอมแก้มผมหนึ่งทีแล้วรีบลงจากรถไป เล่นเอาผมเขินคนขับรถแทกซี่ไปเหมือนกัน

ผมมาถึงบ้าน ขณะเดินผ่านห้องทำงานของพ่อ บังเอิญได้ยิน พ่อกับเฮียเอกพี่ชายของผมคุยกัน
"ทำไมแกไม่ปล่อยให้พวกเด็กๆมันจัดการกันเอง"
"เพื่อคนสำคัญของพ่อ ผมต้องจัดการให้อยู่แล้วครับ"
ชิบหาย สงสัยเฮียเอกบอกพ่อแน่ๆ ว่าเราไปขึ้นครูมา ตอนนั้นพ่อหันมาเห็นผมยืนอยู่หน้าประตู
"สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับเฮียเอก" ผมพูดพร้อมยกมือไหว้
"ได้ข่าวว่าเป็นหนุ่ม เต็มตัวแล้วรึ" พ่อผมพูดอมยิ้มท่าทางภูมิอกภูมิใจ
ผมอาย เลยรีบขอตัวขึ้นห้องตัวเอง ก่อนเข้าห้องได้เจอน้องฟางที่เหมือนดักรอผมอยู่อีกคน
"นั่นแน่ พี่รัน วันนี้แอบไปไหนกะใครมาคะ"
"เปล่า ไม่ได้ไปไหน" ผมปฎิเสธ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าน้องผมก็รู้ แต่จะรู้ละเอียดแค่ไหนล่ะอันนี้ไม่แน่ใจ
"คืนนั้นผมนอนคุยโทรศัพท์กับน้องกิ๊ฟจนเกือบสว่าง"

-----------------------------------------------------------------------------------------


ย้อนกลับไปตอนที่ จวนหนุ่มน้อยหล่อเข้มจากนครศรีธรรมราช แยกกับเพื่อนรัก
ระหว่างที่เขากลับขึ้นมาเก็บของที่ห้องพัก ก็มีโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ โทรเข้ามา
"สวสัดีครับ"
"ฮาโหล นั่นจวนใช่ไหมคะ" ปลายสายคือเสียงผู้หญิงที่ฟังไม่คุ้นหู
"ใช่ครับ แล้วคุณโทรเป็นใครครับเนี่ย"
"อ๋อ นี่ จอย ค่ะ จำได้ไหมคะ"
จอยไหนว้า กูมีเพื่อนชื่อจอยตั้งแต่เมื่อไหร่
"ที่เมื่อวาน เรา..."
"อ๋อ... น้องจอย ว่าไงครับมีอะไรให้เราช่วยเอ่ย.." น้ำเสียงของหนุ่มคมเข้มดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
"คือ.."
"แล้วจอย เอาเบอร์เรามาได้ไงเนี่ย หรือว่า.."
"ขอมาจากพี่แนทค่ะ จวนมาหาจอยได้ไหมคะวันนี้ สะดวกไหม"
"สะดวก สุดๆ เลยครับ ว่าแต่ที่ไหนดีล่ะ"
"ที่ไหนก็ได้ แล้วแต่จวนเลย"
"งั้นจอยมาหาผมที่หอ... ได้ไหม"
"ค่ะ แล้วเจอกัน"

ไม่นานหลังจากนั้น สาวร่างเล็กสุดสวยก็มา
"จวนพักอยู่ที่นี่ หรอคะ"
"อ่าใช่ ครับ"
"แล้วพัก อยู่กะใครเอ่ย แฟนละซี"
"ยังไม่มีหรอก ตอนนี้อยู่คนเดียว"
"รกหน่อยนะห้องชายโสด" ผมบอกขณะพาจอยเข้ามานั่งในห้อง
"จอยเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะ ที่ได้เข้ามาที่นี่ ตั้งแต่เรามาอยู่"
"อย่างนี้ต้องตกรางวัลให้แล้ว" สาวร่างเล็กพูดเสร็จก็ ประกบจูบปากผมทันที
อย่างนี้ก็สวยสิครับ ผมก็ไม่ชอบพูดมากอยู่แล้วในเวลาแบบนี้ เราประกบจูบปากกันอย่างเมามัน ต่างฝ่ายต่างทอดเสื้อผ้าของกันละกันอย่างรวดเร็ว ไม่นานร่างของเราทั้งคู่ก็เปลือยเปล่า
จอยเอื้อมมามาจับควยของผม ชมว่า
"มะวานแค่เห็นวันนี้ได้ลองจับมันใหญ่มากจริงๆด้วย"
ผมภูมิใจนิดๆกับคำชมของเธอ มือไม้ของผมก็บีบนมที่พอดีมือของเธอเป็นการตอบโต้
"ควยใหญ่จริงๆ แต่ไม่รู้จะเย็ดเก่งเหมือนที่พี่แนทชมหรือเปล่า" เธอพูดท้าทายผม
"เดี๋ยวก็รู้ ถ้าหีบานหุบไม่ลงอย่ามาร้องนะ" ผมแหย่เธอกลับ
จากนั้นเธอก็นั่งคุกเข่าดูดควยผมอย่างรุนแรงจนผมต้องครางออกมา
"ซูดดด โม๊กเก่งจัง" ผมเอ่ยปากชมเธอ
เธอทั้งดูดทั้งเลีย ควยผมตั้งแต่หัวยันโคน ไม่พอยึงลามไปถึงไข่ของผมด้วย
"อ้าวววว เสียวชิบหายเลย"
ปล่อยให้เธอทำไปสักพัก ผมชักกลัวว่าอาจทนไม่ไหวน้ำแตกก่อน เสียฟอร์มแย่ จึงประคองเธอลุกขึ้นจูปปากหเธออีกครั้ง แล้วผลักเธอลงไปบนที่นอน
ผมไม่ปล่อยให้เธอเราเลยแม้สักวินาที รีบตามไปขึ้นคล่อมร่างน้อยๆของเธอ แล้วประกบจูบปากเธออย่างดูดดื่มอีกครั้ง จากนั้นผมก็ ถอนปากออกจากปากของเธอ ไล่ละเลงลิ้น จากลำคอ สู้หัวไหล่ เรื่อยมาจนมาหยุดที่หัวนมของเธอซึ่งออกคล้ำนิดๆ ผมดูดนมของเธอ เบาสลับแรง ดังจ๊วบจ๊าบ จนเธอครางเสียงกระเส่า
"อืออออ อืมมมม"
มือของผมก็ทำหน้าที่สอดประสานกับปากเป็นอย่างดี ที่นวดคลึงเคล้นเต้านมของเธอ ผมเล่นกับนมของเธออยู่พักนึง ก็เปลี่ยนเป้าหมายมือขวาของผมคว้าหมับไปทีเนินหีของเธอ ผมลูบไล้เนินหีของเธออย่างหลงไหล ผมใช้นิ้วแหวกแคมหีที่เปียกชื้นของเธอเข้าไปโดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากเลย เพราะมันง่ายมากผมจึงเพิ่มจำนวนนิ้วจากหนึ่ง เป็น สอง และ สามนิ้ว ตอนนี้ปลายนิ้วของผมรู้สึกได้ถึงการตอดรัดภายในรูหีของเธอ ผมจึงเร่งจังหวะดึ้งนิ้วเข้าออกพลางหมุนควง จากช้าไปหาเร็ว ไม่นานนัก เธอก็ครางไม่เป็นศัพท์
"ซี๊ดดดด โอ้ววววว อือออออ โอ้ยยย พอก่อนนน"
พักนึงเธอก็เกร็งตัวอย่างรุนแรง และคงพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดมาดึงมือของผมออกจากรูหีของเธอ
"เป็นไงจ๊ะ จอย เสียวไหม" เธอพยักหน้าตอบ
ผมหยิบถุงยางอนามัยมาสวม แล้วเอาควยไปที่หีเธอที่บัดนี้ มีน้ำไหลเยิ้มออกมา
ผมแกล้ง เอาปลายหัวหัวควย ถูกับแตดเธอ ช้าๆเบาๆ จนเธอร้องขอให้ผมรีบเอาควยใส่เข้าไป
"เอาใส่เข้าไปเถอะตัวเอง จอยไม่ไหวแล้ว ซี๊ดดดดด หือออ"
ได้ยินอย่างนี้ผมก็ไม่รอขช้า ออกแรงดัน ควยชำแหลกร่องหีเธอเข้าไป ผมชื่นชอบภาพที่ควยค่อยๆฝังตัวเข้าไปในร่องหีผู้หญิงมากเหลือเกิน
"โอ้วววว ซู๊ดดด คับดีจัง" เธอร้องบอกผมอย่างพอใจ
"ซี๊ดด เค้าก็เหมือนกัน " ผมพูดพลางดึงควยออกมาจากรูจนเกือบพ้นปลายหัว แต่ดูเธอเหมือนไม่อยากให้มันออกมาเท่าไร เพราะเธอยกก้นกระดกตามควยผมมา
จังหวะนั้นเอง ที่ผมออกแรงดันมันเข้าไปจนสุดอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนก้นเธอกระไปกระแทกทีนอน
"โอ้ยยย" เสียงเธอร้องโหยหวน
ผมไม่สนใจอะไรแล้วตอนนี้ ประกบจากจูบเธอแล้ว กระน่ำซอยเป็นจังหวะ ไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไป
เราต่างได้ยินเสียงครวญครางของกันและกันในลำคอ ขณะที่ตอนนี้เราประกบจูบปากแรกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม สักพักนึงเธอเป็นฝ่ายร้องขอจะโชว์ฝีเอวบ้าง
ผมก็ยอมให้เธอทำตามคำขอ โดยที่ผมลงไปนอนหงายกับที่นอน แล้วเธอก็เดินเข่ามาคล่อมร่างของผม จับบเอาควยของผมยัดเข้าใส่รูหีตัวเอง
เธอไม่ได้กระแทกมันขึ้นลงอย่างที่ผมทำ แต่ทำกำลังบดมันอยู่อย่างรุนแรงจนผมกลัววว่าเส้นขนของเราจะพันกัน
"ซี๊ดดดดด อื้ออออ" เธอร้องครวญครางใบหน้าเหยเก แต่ก็ยังไม่หยุดบด
สักพักผมก็ อดใจไม่ไหวคว้าคอเธอมากอดแล้ว กระหน่ำเดี้ยงสวนเธอขึ้นไปอย่างไม่คิดชีวิต จนเสียงเตียงลั่น เอี๊ยดๆๆๆ ราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
ตอนนี้เสียงของเธอเปลี่ยนจากเสียงครางเป็นเสียงร้องแล้ว
"โอ้ยๆๆๆๆ อือออ.."
ต่อจากนั้นผมบอกให้เธอคลานเข่าที่ปลายเตียง ส่วนตัวผมเองลงไปยืนประกบเธอจากด้านหลังส่งควยเข้าไปในหีของเธอ แล้วบรรจงกระแทก เสียง ป๊าป ป๊าป ป๊าป เธอร้องโหยหวน ผมเองก็อดครางไม่ได้เช่นกัน เพราะท่านี้มันเป็นจุดตายของผม
"โอ้วววว ฟิตจังเลย หีจอยตอดควยเค้าจัง" ผมพร่ำเพ้อ ซอยไปไปเรื่อยๆ
จนเธอร้อง
"โอ้ยยย ไม่ไหววแล้ววว "อ้ววว จะแตกกกก แล้ววว" ร่างของเธอสั่นกระตุก
ผมจึงเร่งจังหวะ ซอยอย่างรุนแรง พั๊บ พั๊บ พั๊บ พั๊บ เสียงกระทบของมันดังรัวๆ อยู่สักพัก
"โอ้ยยยย แตกแล้ววววว อ้าาาาาาา ซี๊ดดดด" ในที่สุดผมก็สิ้นฤทธิ์ ปล่อยน้ำแตกเต็มถุงยาง
"ไม่น่าพี่แนทถึงชมใหญ่" เธอพูดขนาดทิ้งตัวลงไปนอนคว่ำหน้าหายใจหอบ
ผมก็ ลงไปนอนกอดพลางหอมที่ผมเธอเบาๆ

เรานอนกอดกันสักพัก ก็ลุกขึ้นล้างเนื้อล้างตัว ผมออกไปส่งเธอขึ้นรถ แล้วก้นั่งรถไปบ้านหน้า ย่านบางแค

น้าของผม ท่านชื่อน้าอ้อย น้าอ้อยมีลูกสาว2คน ส่วนสามีแกเสียไปตั้งแต่เมื่อปีก่อน

"สวัสดีครับน้าอ้อย"
"มาแล้วหรอจ๊ะจวน น้าเตรียมห้องไว้ให้ละ เอาของไปเก็บแล้วก็อาบน้ำอาบท่าสะนะ แล้วลงมากินข้าวกัน ไม่ได้เจอนานโตเป็นหนุ่มแล้วนะเนี่ย" น้าสาวผมทักทาย
"น้าก็ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ"
"แหม ปากหวานจังนะเรา น้าไม่มีอะไรให้หรอกน๊า"
พอผมอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็ลงมาทานข้าว
"ยัยโม ลงมาทานข้าวได้แล้วลูก" น้าอ้อยตะโกนเรียก
แว๊บแรกที่ผมเห็นโม ผมแทบจำผิดคิดว่านี่คือพี่ส้ม ไม่ได้เจอกัน 4-5ปี เธอโตเป็นสาวสวยเหมือนพี่ส้มตอนนั้นไม่มีผิด

















2 ความคิดเห็น:

  1. พ่อของนายรันนี่โหดไม่ใช่เล่น เอาถึงตายเลย น่าจะเอาแค่ให้หลาบจำ
    ชักสงสัยแล้วว่าพ่อของนายรันเป็นใคร ดูลึกลับดี
    จะเป็นมาเฟียก็ไม่น่าจะใช่ ถ้าเป็นมาเฟียคงต้องมีรถรับส่งมีคนคุ้มกัน
    ไม่ให้นั่งรถเอง ไปไหนคนเดียวแบบนี้

    นายรันพึ่งจะเปิดซิงมา ดูท่าจะได้ไปเปิดซิงน้องกิฟท์ในอีกไม่นานนี้

    นายจวนก็เหมือนกัน เปิดตัวน้ากับลูกสาวมาอย่างนี้ ท่าทางมีเฮ

    เรื่องไหลลื่นดี รอติดตามต่อไป

    ตอบลบ
  2. นายรัน ได้ผ่านการเปิดทางแล้ว
    ต่อไป คงลุยหน้า เก็บสกอร์ได้เองแล้ว
    (น้องกิฟท์ เป็นป้ายหน้า)

    ส่วนนายจวน คนนี้ก็ช่ำชองอยู่แล้ว
    คราวนี้มาเจอลูกสาวป้า คงจะมีอะไรดีๆให้ติดตามกันแน่ๆ

    ส่วนนายแสน คนนี้ดูลึกลับ แต่คิดว่าเรื่องสาวๆต้องร้ายกาจอยู่แล้ว

    ผมคาใจ
    ลูกสาวป้าคนโตที่ชื่อส้ม กับ คนชื่อส้มที่โดนนายแสน..... ตอนเปิดเรื่องตอนแรก
    ว่าจะเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า

    ตอบลบ